เปิดแอป

10 เรื่องน่ารู้ หุ้น PHG ที่ไม่มีใครบอกคุณ 

เผยแพร่ 06/07/2023 09:01

จากโรงหนัง มาทำโรงเรียน สู่ธุรกิจโรงพยาบาล ของครอบครัวแย้มสอาด เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกของจังหวัดปทุมธานีที่กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในชื่อว่า PHG หรือ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต

วันนี้วิตามินหุ้นจะพาไปทำความรู้จักหุ้น IPO น้องใหม่ว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจ มุมมองการเติบโต และความน่าลงทุนกันครับ

1. Medical Complex 3 โรงพยาบาล ในที่เดียว

ทำเลดี ย่านรังสิต บนที่ดิน 10 ไร่ ฝั่งขาเข้ากรุงเทพ อยู่ห่างจากสนามบินดอนเมือง 6 กิโลเมตร ขับรถ 10-15 นาทีก็ถึง อยู่ในแหล่งชุมชนมีทั้งห้าง Big C, Lotus. Zear รังสิต และตลาดสี่มุมเมือง เปิด 3 โรงพยาบาล อยู่ในพื้นที่เดียวกันของตัวเอง

ปัจจุบันใช้ไปแค่ครึ่งเดียว ที่เหลือจะเอามาสร้างตึกเพิ่มหลังจากเข้าตลาดหุ้น เรียกได้ว่าทำเลดี มี Land Bank ของตัวเอง ไม่ต้องลงทุนซื้อที่เพิ่ม สะดวกและประหยัดในเรื่องงานหลังบ้าน back office ที่เดียวจบ อุปกรณ์ เครื่องมือ รถพยาบาล ใช้ด้วยกันได้ แต่ข้อเสีย คือ ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรขึ้นมา ไฟไหม้ น้ำท่วม ประท้วง ก็ไปไหนไม่ได้เลยเช่นกัน หรือถ้าประกันสังคมคนแน่น ลูกค้าเงินสดก็แอบเซ็งรถติด ไม่มีที่จอดรถเช่นกัน

2. โรงพยาบาลโดดเด่นคนละด้าน กระจายรายได้หลายทาง

โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 155 เตียง เน้นประกันสังคม และ สปสช.

โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 มี 59 เตียง เน้นคนไข้เงินสดและประกันเอกชน

โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็ก มี 56 เตียง เน้นด้านสูตินรีเวช และเด็ก

รวมทั้งหมด 270 เตียง 74 ห้องตรวจ มีแพทย์ประจำ 60-70 คน part time 300-400 คน จุดเด่น คือ ศูนย์หัวใจ 24 ชั่วโมง ศูนย์ฟอกไต ผ่าตัดมะเร็ง และมีผู้ประกันตน 150,000 ราย

สัดส่วนรายได้ 54% คนไข้ทั่วไป 46% คนไข้สวัสดิการรัฐ ถ้าแบ่งแยกย่อยลงไป คือ

33% ประกันสังคม 28% เงินสด 24% ประกันเอกชน 13% สปสช.

3.รายได้ดีจาก COVID แต่ปีนี้จะเหนื่อยหน่อย

รายได้ย้อนหลัง 3 ปี เพิ่มจาก 1,540 มา 1,970 มา 2,040 ล้านบาท แยกได้เป็น

รายได้จาก COVID 5 ล้าน 460 ล้าน และลดลงเหลือ 308 ล้านบาท

รายได้ Non-Covid 1,535 ล้าน 1,510 และ 1,732 ล้านบาท

นั่นแปลว่า COVID ช่วยเพิ่มรายได้ให้เป็นจำนวนมาก แต่จะบอกว่าพึ่งพา COVID อย่างเดียวก็คงไม่ถูก เพราะรายได้จากประกันสังคมก็เพิ่ม จำนวนผู้ประกันตนเพิ่ม และรายได้การรักษาโรคร้ายแรง หัวใจ ไต มะเร็ง รวมทั้งผ่าตัดทำคลอดก็เติบโตได้เช่นกัน เพียงแต่โตไม่เร็วเท่า COVID

ถ้าดูรายได้ Q1 จะเห็นชัด เพราะลดลงจาก 541 เหลือ 485 ล้านบาท และรายได้จาก COVID เหลือเพียง 6 ล้านบาท เท่านั้น แนวโน้มใน Q2 อาจจะเพิ่มได้หน่อยเพราะ COVID เริ่มกลับมาบ้างหลังสงกรานต์ แต่ถ้าเทียบ YoY ยังไงก็คงลดลงเยอะ

4. ประกันสังคม คือ Cash Cow แต่โควต้าใกล้เต็ม

โควตาประกันสังคม 156,000 ราย ตอนนี้เกือบเต็มแล้วประมาณ 95% เหลือสิทธิ์อีกแค่พันกว่าราย ข้อดี คือ คนไข้ให้ความไว้วางใจมารักษาที่ PHG เยอะ แต่เพราะไม่มีเตียงเพิ่ม การขยายจำนวนก็ทำยาก แต่ข่าวดีคือ ปีหน้าจะเพิ่ม 30 เตียง ทำให้จะไปขอโควต้าเพิ่มได้ คาดว่าอาจจะขยับไปได้ถึง 180,000 คน ในปี 2568

ข่าวดีอีกเรื่อง คือ ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2566 ค่าเหมาจ่ายผู้ประกันตนเพิ่ม 168 บาท จาก 1,640 เป็น 1,808 บาทต่อคน รายได้ก็จะเพิ่มทันทีตั้งแต่ Q2 เลย

5. มุ่งเติบโตเชิงลึก เน้นรักษาโรคร้ายแรง

PHG เป็นศูนย์หัวใจ 24 ชั่วโมง ถือว่าเด่นทางด้านนี้ และ รพ. อื่นในละแวกเดียวกันก็มักจะส่งคนไข้มาผ่าตัดที่นี่ การเติบโตในอนาคตจะเน้นแนวลึกมากขึ้น ตึกใหม่ที่จะสร้างจะมีการขยายศูนย์ฟอกไต ทำศูนย์มะเร็งครบวงจร จากเดิมแค่ผ่าตัด ก็จะมีการฉายรังสี และการผ่าตัดทำคลอด แผนกเด็ก แผนกนรีเวช ก็จะเน้นต่อไป

ถ้าเราสังเกตตัวเลขคู่สัญญากับประกันสุขภาพต่างๆ เราจะพบว่า ลูกค้าองค์กรและบริษัทประกันเพิ่มทุกปี รายได้ส่วนนี้ก็โตขึ้นมาตามกัน

===============================

6. Occupancy Rate ใกล้เต็ม

จากทั้งหมด 270 เตียง มีอัตราครองเตียง หรือ Occ Rate 83-86% ต้องบอกว่าระดับนี้ คือ สูงมากแล้วสำหรับธุรกิจโรงพยาบาล ยิ่งช่วงพีคใน Q3 ยิ่งแน่นแน่นอน แต่แผนคือ การสร้างตึกใหม่รวมศูนย์ไตที่กระจายอยู่หลายตึกไปรวมที่เดียว ตึกเดิมก็จะว่าง เพิ่มเตียงได้อีก 30 เตียง เป็น 300 ส่วนตึกใหม่จะมีเตียงสำหรับผู้ป่วยฟื้นฟู 12 เตียง รวมทั้งหมดก็ 312 เตียง

เตียงเพิ่มไม่เยอะ แต่จะเน้นโรคร้ายแรงมากขึ้น และจะเน้นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ไม่มีแผล พักฟื้นไว คือ จะได้มีรอบของการ admit ถี่ขึ้น เพราะถ้ามองในแง่รายได้ การ admit วันแรกๆ ค่าใช้จ่ายเยอะค่าผ่าตัด ค่าหมอ ค่าหัตถการต่างๆ ส่วนวันที่เหลือแค่ค่าห้อง ค่ายา ค่าอาหาร แปลว่า ยิ่งหมุนรอบเร็วยิ่งดี

7. คู่แข่งมีทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน

ในฝั่งประกันสังคมมีโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รพ. ปทุมธานี ที่ค่อนข้างแน่น แต่มีเอกชนที่น่าจับตา คือ การุญเวช เพราเป็นของ BCH จะ rebrand ใหม่เป็นเกษมราษฎร์ ปทุมธานี และมีโควตาประกันสังคมเหลือเกือบ 90,000 ราย

ในฝั่งเอกชน มีหลากหลายทั้งใกล้และไกลกัน เช่น วิภาวดี ปทุมเวช ภัทร-ธนบุรี บีแคร์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เปาโล รังสิตย์ สินแพทย์ ลำลูกกา และจะมี รพ. ใหม่ คือ ธนบุรี รังสิต 250 เตียง เปิด Q2 ปี 2568 เป็นการรวมตัวกันของ RAM-THG-VIBHA

8. IPO สร้างตึกและอาคารจอดรถ

ขาย IPO 54 ล้านหุ้น ที่ราคา 21 บาท ได้เงินมา 1,134 ล้านบาท หลักๆ เอาไป สร้างตึกใหม่ 2 ตึก สร้างอาคารที่จอดรถ เงินที่เหลือเอาไปคืนหนี้ และหมุเวียน

ตึกใหม่ 1 รวมและขยายศูนย์ฟอกไต ย้ายจากตึกอื่นมาไว้ที่ตึกใหม่ที่เดียว เพิ่มมาเป็น 135 เตียง และเพิ่มศูนย์การรักษาโรคทางนรีเวช และศูนย์เวชกรรมฟื้นฟู

ตึกใหม่ 2 สร้างศูนย์มะเร็งครบวงจร ขยายการบริการผู้สูงอายุ เพิ่ม OPD, IPD

9.Valuation เหมือนไม่แพง แต่ต้องติดตามอนาคต

ถ้าดูจาก Filing บอก P/E 26 เท่า แต่นั่น คือ การคิดรวมผลดีจาก COVID ไปด้วย ถ้าคิดใหม่ของปีนี้ เราจะเห็นรายได้ประกันสังคมเพิ่ม ผ่าตัดโรคหัวใจ ฟอกไต เพิ่ม และรายได้ต่างชาตินิดหน่อย รวมๆ กันน่าจะได้ 2,000 ล้านบาท ขึ้นไปเล็กน้อย ส่วน NPM แบบปกติ ผู้บริหารให้ guideline 8-10% ลองคำนวณกันดูครับ

10 Big Lot ให้นักลงทุน 5 ราย

ผู้ถือหุ้นเดิม คนในครอบครัว จะขายหุ้น 29.2 ล้านหุ้น เกือบ 10% ให้กับนักลงทุน 5 ราย ประกอบไปด้วย ROJNA คุณสุดา อัศวโภคิน คุณสมยศ สกุลอิสริยาภรณ์ ทิพยประกันภัย และ DAOL ก็ไม่ผิดปกติที่จะขายหุ้นออกมา เพราะหลายบริษัทที่เข้าตลาดก็มีการทำแบบนี้ด้วยเหตุผลส่วนตัวของแต่ละคนที่มีหุ้น ก็ขายทำกำไรได้เงินชัวร์ๆ ออกไปกัน

แต่ถามว่าขายแล้วจะดีมั้ย ถ้าเดา ROJNA ก็เป็นนิคมอาจจะดีในแง่ลูกค้าต่างๆ โดยเฉพาะประกันสังคม ทิพยประกันภัย ก็ดีในแง่คู่สัญญาประกันเอกชน คุณสุดา คือ เจ้าของ MANRIN เป็นลูกสาวคุณเพียงใจ หาญพาณิชย์ และเป็นพี่น้องคุณอนันต์ อนุพงษ์ อัศวโภคิน แห่ง LH, AP ก็อาจจะมี synergy อะไรกันได้บ้าง

โดยสรุป PHG เป็นโรงพยาบาลที่ดูน่าสนใจ กระจายรายได้หลากหลายกลุ่ม แนวโน้มจะไปทางลึกมากขึ้น ราคาตั้งมาไม่ได้แพงเวอร์เหมือนหุ้นหลายตัว ถ้าจะติดคือ Occ Rate ใกล้เต็ม ประกันสังคมใกล้เต็มโควต้า ปีก่อน COVID ช่วยไว้เยอะ แผนการเติบโตมี แต่ะจะโตได้ทันใจนักลงทุนกับราคาหุ้นหรือไม่นั้น ต้องลองไปหาคำตอบกันดูครับ

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย