หุ้นตัวนี้คือตัวเลือกอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์อันดับหนึ่งของ Needham สําหรับปี 2026
ปัจจัยแวดล้อมทางพิ้นฐานในต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นตัวเลขเศรษฐกิจซึ่งล่าสุด ทั้งใน สหรัฐ และ ยุโรป ตัวเลขต่างๆ ออกมาในทางบวก ซึ่งเป็นแรงหนุนให้ตลาดหุ้น ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับ SET Index ปัจจัยหลักที่มีผลต่อทิศทางการ เคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้เป็นสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งกำลังเข้าใกล้จุดการ เปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม โดยวันนี้จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาฯ หลังจากนั้นใน วันพรุ่งนี้ (4 ก.ค.66) จะมีการประชุมสภาเพื่อลงมติเลือก ประธานสภาผู้แทน ราษฎร์ และ รองประธานอีก 2 ตำแหน่ง จากการติดตามพัฒนาการของข่าวยังไม่ เห็นข้อตกลงร่วมที่ชัดเจนของ เพื่อไทย และ ก้าวไกล ว่าจะเสนอชื่อใครสำหรับ ตำแหน่งประธานสภาฯ ขณะที่ลำดับต่อไปจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ก็ยัง มีความไม่แน่นอนสูง ว่าจะได้คะแนนสนับสนุนพอหรือไม่ คาด SET Index ผันผวน
เชื่อว่า SET Index วันนี้ยังมีMomentum เหวี่ยงขึ้นต่อ แต่สุดท้ายอาจปิดไม่ต่าง จากระดับปัจจุบันมาก เพื่อรอลุ้นผลประธานสภาฯ คาดอยู่ในกรอบ 1490 – 1520 จุด หุ้น Top Pick เลือก ADVANC, KBANK (BK:KBANK) และ SCC
บรรยากาศตลาดหุ้นต่างประเทศอยู่โซนบวก คาดเป็นแรงหนุน ต่อ SET Index
การนัดหมายประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ ที่ยังต้องรออีกหลาย สัปดาห์ ทำให้ในช่วงนี้ตลาดกลับมาพุ่งเป้าให้ความสำคัญกับตัวเลขทางเศรษฐกิจมาก ขึ้น โดยวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวขึ้นราว 0.4% -1.5% หลัง การรายงานหลายตัวเลขเศรษฐกิจ มีทิศทางที่ดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ดังนี้
สหรัฐฯ : กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผย เงินเฟ้อ PCE เดือน พ.ค. อยู่ที่ +3.8%YoY ต่ำ กว่าตลาดคาดที่ +4.6% และปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนที่ +4.3% นอกจากนี้ตลาด ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจาก จากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนที่บ่งชี้ว่า ดัชนี ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 64.4 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ในรอบ 4 เดือน และสูงกว่าคาดที่ระดับ 63.9
ยุโรป : สำนักงานสถิติยุโรปเผย เงินเฟ้อ เดือน มิ.ย. อยู่ที่ +5.5%YoY ต่ำกว่าตลาด คาดที่ +5.6%YoY และปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนที่ +6.1%YoY เนื่องจากราคา น้ำมันชะลอตัวลง นอกจากนี้เงินเฟ้อพื้นฐาน เดือน มิ.ย. +5.3%YoY ยังต่ำกว่าตลาด คาดที่ +5.5%YoY
จีน : สำนักงานสถิติแห่งชาติเผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน เดือนมิ.ย. อยู่ที่ 49.0 จุด ตามคาด ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่ 48.8 จุด อย่างไรก็ตามดัชนี PMI จีน จากผลสำรวจของสถาบันฯ CAIXIM ออกมาเหรือระดับ 50 จุด อยู่ที่ 50.5 จุด และยังสูงกว่าคาด 50.2 จุด อีกส่วนหนึ่งนักลงทุนยังคาดหวัง รัฐบาลจีนเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในไม่ช้านี้
ส่วนในสัปดาห์นี้มีประเด็นที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดย ในบ้านเราคาดว่าจะมีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้น หลังประชุมสภาฯ นัดแรก (4 ก.ค.) รวมถึงจับตาทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของกนง. จากตัวเลขเงินเฟ้อ ไทยเดือน มิ.ย. (5 ก.ค.) นอกจากนี้ยังต้องติดตามท่าทีของ Fed หลังการประกาศ ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญๆ
สรุป ตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจในต่างประเทศที่ส่งสัญญาณในเชิงบวก ทำให้ตลาด หุ้นเข้าสู่โหมด Risk-on มากขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นบ้านคาดว่าจะได้รับอานิสงส์เช่นกัน โดยวันนี้ฝ่ายวิจัยประเมินว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1490 - 1520 จุด
ประเด็นการเมืองกำลังเข้าจุดไคล์แม็กซ์ แต่ก็ใกล้เห็นบทสรุป กล ยุทธ์แนะนำ Buy On Dip
ประเด็นการเมืองยังร้อนแรง หลังการประชุมร่วม 8 พรรคร่วมรัฐบาล เมื่อตอนสาย วันที่ 2 ก.ค. เรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง ทั้งพรรคก้าวไกล และเพื่อไทย ยังไม่อาจตกลงกันได้ โดยให้พรรคเพื่อไทยไปหาข้อสรุปภายในพรรคก่อนเที่ยงวันที่ 3 ก.ค. หรืออย่างช้าที่สุด ก็ต้องไม่เกินเช้าวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเป็นวันโหวตเลือกเพื่อได้ตัว ประธานสภาฯ
แม้ยังเห็นความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นอยู่ แต่ตาม Timeline ก็ใกล้เข้าสู่ช่วงท้ายของ บทสรุป คาดว่าจะเห็นการโหวตนายกฯ ในวันที่ 15 ก.ค. 66
ส่วนในมุมตลาดหุ้นไทย หลังเลือกตั้งมา 1 เดือนครึ่ง ถือว่าบอบช้ำมาระดับหนึ่ง โดย SET Index เคยปรับฐานลงไปกว่า 100 จุด แต่เริ่มมีการฟื้นกลับมาบ้าง หลังต่างชาติ กลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทย 3 วันติดต่อกันราว 3.3 พันล้านบาท และในอีกมุมตลาดหุ้นไทย Laggard กว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ในเอเชียมาก โดยในช่วง 1H66 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น +29%, ไต้หวัน +20%, เกาหลีใต้+16%, ฟิลิปปินส์-1.5%, อินโดนีเซีย -3% ทิ้งห่างไทยที่ - 10%
หากลงรายละเอียดเป็น Sector พบว่า ในช่วง 1H66 มีกลุ่มหุ้นที่ Outperform SET คือ ETRON BANK TOURISM HELTH TRANS ขณะกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่ Underperform SET คือ ENERG PETRO MEDIA FIN CONS PKG เป็นต้น และจะ เห็นได้ว่าผลตอบแทนมีการฉีกออกจากกันมาก
ดังนั้นภายใต้ประเด็นการเมืองเริ่มเข้าใกล้จุดไคล์แม็กซ์ แต่ก็ใกล้เห็นบทสรุปเช่นกัน ขณะที่ตลาดหุ้นไทยถูกกดดันลงมาจนให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน มาก ทำให้เชื่อว่าน่าจะมี Fund Flow ต่างชาติไหลเข้ามาสะสม หรือ Buy on Dip ในหุ้น ที่ลงมาลึก เพื่อหวังผลในระยะกลางถึงยาว Momentum ดังกล่าวอาจช่วยหุ้นไทยให้ ผันผวนน้อยลง และมีโอกาสฟื้นในระยะถัดไปได้
ฝ่ายวิจัยจึงทำการคัดกรองหุ้นน่า Buy on Dip ซึ่งเป็นหุ้นพื้นฐานที่อยู่ในกลุ่มถูกกดลง มาลึก และเริ่มเห็นสัญญาณ Cover Short กลับมา อย่าง PTT (BK:PTT), IVL, CK, PTTEP, CKP, TOP, EA, PLANB เป็นต้น
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities








