นักยุทธศาสตร์มองว่าเป็นแรงกระแทกระยะสั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงตลาดที่ยั่งยืน
สรุป หลังจากวันศุกร์ที่ผ่านมาปิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในวันนี้ราคาทองคําระหว่างวันแกว่งตัวในกรอบ 1,735.50-1,744.47 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ โดยมีปัจจัยบวกจากตลาดหุ้นเอเชียปิดร่วงลงเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง หลังตัวเลขการจ้าง งานของสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง รวมไปถึงแนวโน้มที่จีนอาจกลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง จากยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น รวมถึง ดัชนีดาวโจนส์ฟิว เจอร์ร่วง 144 จุด หรือ -0.46% ลงมาแตะ 31,166 จุด ณ เวลา 16.50 น.ตามเวลาไทย โดยนักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อ หาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ อย่างไรก็ตามตอลลาร์ยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบเยน หลังนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการ BOJ เน้นย้ําในวันนี้ ว่าจะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ซึ่งจะทําให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยกว้างมากขึ้น ประกอบกับสํานักงานศุลกากรของเกาหลีใต้รายงานในวันนี้ว่า ยอด ส่งออกในช่วง 10 วันแรกของเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 4.7%% เมื่อเทียบเป็นรายปี ประเด็นเหล่านี้อาจกดตันราคาทองคําได้ สําหรับคืนนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจ ในฝั่งสหรัฐ แต่ให้นักลงทุนติดตามแถลงการณ์ของนายแอนตรว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และแถลงการณ์ของนายวิลเลียม ประธานเฟด นิวยอร์ก ทั้งนี้พิจารณาโซน 1,752-1,773 ตอลลาร์ต่อออนซ์ในการเปิดสถานะขาย ควรแบ่งปีตสถานะทํากําไรเพื่อลดความเสี่ยงเมื่อราคาปรับตัวลงเข้าใกล้แนว รับโซน 1,731-1,722 ตอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งควรจะเป็นการเก็งกําไรระยะสั้นเท่านั้น
คําแนะนํา เปิดสถานะขาย $1,752-1,773
จุดทํากําไร ซื้อคืนเพื่อทํากําไร $1,731-1,722
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะขายหากหลด $1,773
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
