สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นหลังวอลล์สตรีทฟื้นตัวจากความกังวลเรื่องอิหร่าน Broadcom พุ่ง
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 19.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ระหว่างวันแรงซื้อจะหนุนให้ทองคําพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดที่ 1,857.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคําไม่ สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้ พร้อมกับปรับตัวสูงโดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ การเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ “ดีเกินคาด” ทั้งดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐจาก CB ที่ ปรับตัวลงน้อยกว่าศาตสู่ระดับ 106.4 ในเดือนพ.ค. และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 60.3 สวนทางการที่คาดการณ์ของนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 55.0 นอกจากนี้ราคาทองยังได้รับแรงกดดันจากความเห็นของนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟตที่สนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมทุกเดือนจนกว่า เงินเฟ้อจะชะลอตัวลง ทั้ง 2 ประเด็นส่งผลหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีให้พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ที่ 2.834% ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 0.41% สู่ ระดับ 101.783 ซึ่งเป็นพุ่งขึ้นในวันเดียวที่มากที่สุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ ส่งผลกดดันให้ราคาทองคําร่วงลงหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 10, 21 และ 200 วันจนกระตุ้นแรงขายตามทางเทคนิค สถานการณ์ดังกล่าวเป็นปัจจัยหลักที่ทําให้ราคาทองคําร่วงลงทดสอบระดับต่ําสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 1,835 ตอลลาร์ต่อออนซ์และปรับตัวลงต่อในช่วงเช้าวันนี้ของตลาดเอเชีย ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําลดลง -1.45 ตัน สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิต, จานวนตําแหน่งงานว่างเปิดใหม่และข้อมูลค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้าง
ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,827-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสที่ราคา พยายามทรงตัวรักษาระดับไว้ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลง เป็นการสะสมแรงซื้อ โดย การขยับขึ้นจะมีแนวต้านระยะสั้นโซน 1,851 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากผ่านได้แนวต้าน ถัดไปจะอยู่ที่ 1,869 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับสูงสุดของสัปดาห์ที่ผ่านมา)
คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ $1,827-1,818
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,851-1,869
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,818
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
