รับส่วนลด 40%
ใหม่! 💥 รับ ProPicks เพื่อดูกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทน ชนะดัชนี S&P 500 มากกว่า 1,183% รับส่วนลด 40%

2 ETF ที่จะได้ประโยชน์จากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ

เผยแพร่ 21/04/2565 14:13
อัพเดท 02/09/2563 13:05

หุ้นกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินชื่อดังหลายแห่งกลับมาเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนในตลาดวอลล์สตรีทอีกครั้ง เพราะความเป็นไปได้ที่จะทำกำไรได้มากขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ กระแสดังกล่าวจึงทำให้กองทุน ETF ที่มีความเกี่ยวข้องกับธนาคารหรือองค์กรด้านการเงินได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ธนาคารชื่อดัง JPMorgan Chase (NYSE:JPM) เริ่มต้นไตรมาสที่ 1 ปี 2022 ด้วยสถานการณ์ที่ไม่สวยหรูเท่าไหร่นัก เมื่อตัวเลขกำไรที่ $8,280 ล้านเหรียญสหรัฐน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วถึง 42% สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับธนาคารอีกสองแห่งอย่าง Charles Schwab (NYSE:SCHW) และ Sierra Bancorp (NASDAQ:BSRR)

ในช่วงเวลาเดียวกัน ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ของธนาคาร Bank of America (NYSE:BAC) กลับสามารถเอาชนะตัวเลขคาดการณ์ไปได้ หุ้นของธนาคารปรับตัวขึ้นมากกว่า 4% ในขณะที่ตัวเลขการปันผลกำไรต่อหุ้น (EPS) ก็ออกมาอยู่ที่ 80 เซ็นต์ นอกจาก BofA แล้ว ธนาคารอื่นๆ ที่สามารถเอาชนะตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ได้ประกอบไปด้วย ธนาคาร Citigroup (NYSE:C), Goldman Sachs (NYSE:GS), Morgan Stanley (NYSE:MS), State Street (NYSE:STT) และ Bank of New York Mellon (NYSE:BK)

หุ้นกลุ่มธนาคารยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้นไปอีก เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่วิ่งอยู่ใกล้กับระดับ 3% นับเป็นจุดสูงสุดในรอบหลายปี สาเหตุเป็นเพราะพวกเขาได้ประโยชน์จากส่วนต่างระหว่างเงินฝากและเงินกู้ ที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอัตราผลตอบแทนฯ ที่สูงขึ้น ดังนั้นถึงแม้ว่ารายงานผลประกอบการของยางธนาคารจะไม่สวย แต่กองทุน ETF ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประเภทนี้ก็ยังจะได้รับความสนใจอยู่ดีIYG Weekly Chart

ก่อนหน้านี้ เราเคยแนะนำกองทุน iShares U.S. Financial Services ETF (NYSE:IYG) ที่ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันปรับตัวลดลง 8.7% ไปแล้ว ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำกองทุน ETF ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจธนาคารเพิ่ม อย่างไรก็ตาม เราต้องเตือนนักลงทุนเอาไว้ก่อนว่า การลงทุนกับกองทุนประเภทนี้มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้เสมอขึ้นอยู่กับ Yield Curve ดังนั้นจึงควรพิจารณาสถานการณ์โดยรอบอย่างเหมาะสม ก่อนตัดสินใจลงทุน

1. SPDR S&P Bank ETF

- ระดับราคาปัจจุบัน: $51.07
- กรอบการวิ่งของราคาในรอบ 52 สัปดาห์: $46.86 - $60.60
- เปอร์เซ็นต์การปันผล: 2.43%
- อัตราค่าใช้จ่ายต่อการดำเนินงาน: 0.35% ต่อปี

กองทุนตัวแรกที่เราเอามานำเสนอมีชื่อว่า SPDR® S&P® Bank ETF (NYSE:KBE) เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มการเงินเป็นหลัก ไม่มีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในการเลือกหุ้นมากนัก กองทุนนี้เปิดให้เริ่มต้นลงทุนมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2005KBE Weekly Chart

ปัจจุบัน KBE ถือครองหุ้นอยู่แล้วทั้งหมด 100 ตัว อ้างอิงราคาตามดัชนี S&P Banks Select Industry Index หากพิจารณาแยกการถือครองออกเป็นสัดส่วน จะพบว่า KBE ถือครองหุ้นของธนาคารระดับภูมิภาคมากที่สุด 77.72% ตามมาด้วยกลุ่มเงินออมและสินเชื่อจำนอง 13.38% และกลุ่มธนาคารที่เน้นการกระจายความเสี่ยง 6.09% 

หุ้น 10 อันดับแรกที่กองทุนนี้ถือครองคิดเป็นสัดส่วน 13% จากสินทรัพย์ทั้งหมด $2,670 ล้านเหรียญสหรัฐ หุ้นชื่อดังที่กองทุนเหล่านี้ถือครองได้แก่ Jackson Financial (NYSE:JXN), Voya Financial (NYSE:VOYA), Northern Trust (NASDAQ:NTRS), AXA Equitable Holdings (NYSE:EQH) และ Essent Group (NYSE:ESNT)

ราคากองทุน KBE แม้ว่าจะพึ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบหลายปีเมื่อต้นเดือนมกราคม แต่ตั้งแต่ต้นปี 2022 จนถึงปัจจุบัน ราคากองทุนได้ปรับตัวลดลงมาแล้ว 6.4% มีอัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างราคาตลาดของหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) และอัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างราคาหุ้นกับมูลค่าทางบัญชี (P/B) อยู่ที่ 10.28x และ 1.17x ตามลำดับ นักลงทุนที่เชื่อว่าอีกไม่นานปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มการเงินจะหายไป สามารถเข้าซื้อกองทุนตัวนี้ได้

2. First Trust Financials AlphaDEX Fund

- ระดับราคาปัจจุบัน: $45.39
- กรอบการวิ่งของราคาในรอบ 52 สัปดาห์: $41.13 - $48.99
- เปอร์เซ็นต์การปันผล: 1.98%
- อัตราค่าใช้จ่ายต่อการดำเนินงาน: 0.61% ต่อปี

กองทุนตัวถัดมาที่เราอยากจะแนะนำมีชื่อว่า JFirst Trust Financials AlphaDEX® Fund (NYSE:FXO) เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มการเงินที่มีอัตราการเติบโต และมีมูลค่าสูงและโดดเด่นกว่าหุ้นตัวอื่นๆ กองทุนนี้เปิดให้เริ่มต้นลงทุนมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2007 มีสินทรัพย์รวมทั้งหมด $1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ FXO Weekly Chart

ปัจจุบัน FXO ถือครองหุ้นอยู่ทั้งหมด 100 ตัว อ้างอิงราคาตามดัชนี StrataQuant® Financials Index หากพิจารณาแบ่งการถือครองออกเป็นสัดส่วนจะพบว่า FXO ถือครองหุ้นของธนาคารเพื่อการลงทุน และโบรกเกอร์ตลาดหุ้นมากถึงสามในสิบส่วนของกองทุน นอกจากนั้นก็จะมีหุ้นของบริษัทประกันสินทรัพย์ 29.33% ธนาคาร 21.80% และผู้ให้บริการด้านเครดิตสินเชื่อและการเงิน 7.23% 

หุ้นชื่อดังที่กองทุนนี้ถือครองได้แก่ LPL Financial (NASDAQ:LPLA), Cincinnati Financial (NASDAQ:CINF); Raymond James Financial (NYSE:RJF)และ Alleghany (NYSE:Y)

ตั้งแต่ต้นปี 2022 มาจนถึงปัจจุบัน ราคากองทุน ETF ตัวนี้ปรับตัวลดลงมาแล้วประมาณ 1.9% แต่ถ้าพิจารณาผลงานในระยะเวลา 12 เดือนล่าสุด จะพบว่ายังคงเป็นขาขึ้น 4.8% มีอัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างราคาตลาดของหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) และอัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างราคาหุ้นกับมูลค่าทางบัญชี (P/B) อยู่ที่ 8.42x และ 1.33x ตามลำดับ 

ความคิดเห็นล่าสุด

พอแค่นี้นะครับกระจายความเสี่ยงต่อไปนี้ก็แล้วแต่เวรกรรมของพวกคุณที่กรอกไว้แล้วกัน😁😋😋
การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย