ราคาเงินดิ่งลง 16% ล้างการฟื้นตัวล่าสุด
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,655-1,680 จุด เราคาดว่า SET ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway แม้จะยังมี Sentiment เชิงลบจากภาพรวมเศรษฐกิจที่อ่อนแอ รวม ไปถึงปัจจัยเรื่องสงคราม จากความไม่แน่นอนในสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยยัง ได้แรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงานที่เรายังคาดว่าจะยังปรับเพิ่มตามทิศทางราคาน้ํามันดิบ เป็น ปัจจัยจํากัดการปรับลดลงของ SET รวมไปถึงแรงซื้อกลับในลักษณะเก็งกําไรระยะสั้น หลัง SET ในเดือน เม.ย. (MTD) ปรับลดลง 27 จุด (-1.6%) กลยุทธ์การลงทุน เรายังให้น้ําหนักหุ้นในกลุ่ม Domestic play เลือก HMPRO CPALL (BK:CPALL) และ MAKRO เป็นหุ้นเด่น รวมไปถึง หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นของ อัตราดอกเบี้ย เราเลือก BLA รวมไปถึง MEGA ขณะที่หุ้นในกลุ่ม commodity play เราแนะนําเพียง เก็งกําไร หลังสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน กลับมามีน้ําหนักมากขึ้นโดยเฉพาะประเด็น การคว่ําบาตรรัสเซีย จากสหรัฐฯ และชาติตะวันตก แนะเก็งกําไร PTTEP BCP และ SPRC ระยะสั้น รวม ไปถึงหุ้นในกลุ่มขนส่งทางเรือ เลือก PSL เป็นหุ้นเด่น ราคาน้ํามันดิบยังคงปรับเพิ่ม แนะเก็งกําไร เลือก PTTEP BANPU SPRC BCP และ TOP เป็นหุ้นเด่น - สัญญาน้ํามันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค. ปิดที่ 108.21 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.26 เหรียญ (+1.2%) ตอบรับเชิงบวกหลังจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในเซี่ยงไฮ้ รวมไปถึงความกังวลต่อการที่ OPEC และ IEA ออกรายงานประเมินผลกระทบต่อมาตรการคว่ําบาตรต่อรัสเซีย จะส่งผลให้รัสเซียไม่สามารถ ส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยเฉพาะน้ํามันดิบและก๊าซฯ รวม 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ค. ขณะที่ รายงานการผลิตน้ํามันของรัสเซีย ในเดือน เม.ย. (MTD) ที่ลดลง 7.5% เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค. นอกจากนี้ สหภาพยุโรป (EU) เตรียมแผนเพิ่มมาตรการคว่ําบาตรการนําเข้าน้ํามันจากรัสเซียในไม่ช้า ตามการ ดําเนินการของสหรัฐฯ แคนาดา และออสเตรเลีย เพื่อตอบโต้ต่อการที่รัสเซียโจมตียูเครน หลังก่อนหน้านี้ คว่ําบาตรการนําเข้าถ่านหินจากรัสเซีย ประเด็นดังกล่าวจะยังทําให้หุ้นในกลุ่มพลังงานยังคงน่าสนใจ เราให้ น้ําหนักเพียงเก็งกําไร เลือก PTTEP BANPU SPRC BCP และ TOP เป็นหุ้นเด่น
จีนรายงาน GDP 1965 ขยายตัว 4.8% ดีกว่าคาด แต่มีสัญญาณเชิงลบ ที่ทําให้ทั้งปี 65 GDP จีน จะขยายตัว ไม่ได้ตามเป้าหมายที่ 5.5% - สํานักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ใน 1Q65 ขยายตัว 1.396QoQ และขยายตัว 4.8%YoY สูงกว่าที่ Market Consensus คาดไว้ที่ระดับ 4.4% GDP ของจีนขยายตัวดีกว่าคาด แต่ปัจจัยเสี่ยงจํากัดการฟื้นตัวจาก (1) ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ สงครามยูเครน (2) ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอ และ (3) การระบาดของโควิด-19 ที่เลวร้ายที่สุดของ ประเทศนับตั้งแต่การระบาดใหญ่เมื่อ 2 ปีก่อน ทําให้ทางการจีนกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ในวงกว้าง โดยเฉพาะเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ตั้งแต่เทียนจิน และจี้หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือ ไปจนถึงเซียงไฮ้ และ ศูนย์กลางโรงงานเซินเจนทางตอนใต้ ถูกล็อกดาวน์ชั่วคราว ใน 1Q65 ที่ผ่านมา ทําให้การผลิต ภาคอุตสาหกรรมและการใช้จ่ายภาคครัวเรือน ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้จีน เพิ่มกลยุทธ์ Zero-Covid เป็น 2 เท่า โดยมีเป้าหมายเพื่อกําจัดสัญญาณของการติดเชื้อ ผ่านการควบคุมการเคลื่อนไหวและการทดสอบ จํานวนมากอย่างเข้มงวด จะทําให้ความเป็นไปได้ที่จีนจะบรรลุเป้าหมาย GDP ขยายตัว 5.59% ในปี 2565 ลดลง ขณะที่ก่อนหน้านี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดประมาณการ GDP ของจีนในปี 2565 ขยายตัวเพียง 4.9% เป็นการขยายตัวในอัตราที่ลดลงจากปี 2564 ที่ขยายตัว 8.1% WB ปรับลดประมาณการ GDP โลก ปี 65 เหลือ 3.26 - ธนาคารโลก (World Bank) ปรับลดประมาณการ อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ในปี 2565 สู่ระดับ 3.2%YoY (เดิมที่ระดับ 4.1%) ส่วนหนึ่งมาจาก ผลกระทบของสถานการณ์ความไม่แน่นอนอของสถานการณ์รัสเซียยูเครน หลังรัสเซียยังส่งกําลังทหารบุก โจมตียเครนต่อเนื่อง ปัจจัยเสียงดังกล่าว ทําให้ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ในครั้งนี้คือการหดตัวถึง 4.1% ของเศรษฐกิจยุโรปและเอเชียกลาง ซึ่งประกอบด้วยยูเครน รัสเซีย และ ประเทศใกล้เคียง ขณะที่ธนาคารโลกยังได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนา แล้วและกําลังพัฒนา โดยได้รับผลกระทบจากราคาอาหารและพลังงานที่พุ่งขึ้น หลังเกิดสงครามรัสเซีย - ยูเครน นอกจากนี้ ธนาคารโลกมีแผนตั้งกองทุนวงเงิน 1.7 แสนล้านเหรียญ ปล่อยกู้ให้แก่ประเทศที่ได้รับ ผลกระทบจากวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะปล่อยเงินกู้ระยะเวลา 15 เดือน โดยมีเป้าหมาย ปล่อยกู้ 5 หมื่นล้านเหรียญ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า
ติดตามรายงานตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญของสหรัฐฯ สัปดาห์นี้
(1) 20 เม.ย. - ยอดขายบ้านมือสอง เดือน มี.ค. ปริมาณสํารองน้ํามันรายสัปดาห์จากสํานักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) และรายงาน สรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
(2) 21 เม.ย. - จํานวนผู้ขอรับ สวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีการผลิต เดือน เม.ย. จากเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และ
(3) 22 เม.ย. - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้น เดือน เม.ย. จาก เอสแอนด์พี โกลบอล
มุมมองทางเทคนิค – หุ้นแนะนําปัจจัยทางเทคนิค เราเลือก BANPU BAFS และ GLOBAL
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities
