5 ความเคลื่อนไหวของนักวิเคราะห์ด้าน AI: ปรับเป้า Samsung และ SK Hynix, ลด AMD
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET สัปดาห์นี้ (11-12 เม.ย.) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,665-1,700 จุด โดย SET สัปดาห์ที่ผ่านมาปิดที่ 1,686.00 จุด ลดลง 15.31 จุด (-0.90%Wow) มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย ต่อวันอยู่ที่ 75,586.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.56%WoW เราคาดว่า SET มีโอกาสพักต่อต่อเนื่อง การ เคลื่อนไหวจะเป็นไปลักษณะ Sideway ถึง Sideway-down เนื่องจากสัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์ที่มี วันหยุดยาวเนื่องจากเทศกาลสงการนต์ (13-15 เม.ย. 65) ปัจจัยสําคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน การแพร่ระบาดของโควิดในจีน การประชุมธนาคารกลางยุโรป ECB (14 เม.ย.) คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่มีโอกาสส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในช่วง 3Q65 เร็วกว่าที่ตลาดคาดหมาย ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน มี.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน มี.ค. ของญี่ปุ่น และดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือน มี.ค. ของจีน กลยุทธ์การลงทุนเราแนะนําหุ้นในกลุ่ม Domestic play เป็นหลัก โดยเรายังคงเลือก (1) กลุ่มอุปโภคบริโภค และกลุ่มค้าปลีก HMPRO CPALL (BK:CPALL) และ MAKRO (2) หุ้นที่ได้ ประโยชน์จากนโยบายผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศ เรามองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว เรา เลือก AOT (BK:AOT) BAFS AAV ERW และ SHR และ (3) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย เราเลือก BLA หุ้นท่องเที่ยว ได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐฯ และเทศกาลท่องเที่ยว ยังเลือก AOT ERW SHR และ CPALL เป็นหุ้นเด่น - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศในช่วง 1065 มีจํานวนนักท่องเที่ยวชาวไทย 29.70 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 73%YoY มีรายได้ทางการท่องเที่ยว 135,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53%YoY ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 การ ดําเนินการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุม และมาตรการกระตุ้นของภาครัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการเรา เที่ยวด้วยกัน เฟส 3 (เฟส 3 สิ้นสุด เดือน ม.ค. และ เฟส 4 เริ่ม ก.พ. ที่ผ่านมา) โดยโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 ระยะเวลาดําเนินโครงการตั้งแต่ 1 ก.พ. ถึง 31 พ.ค. 65 โดยเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิจองที่พักถึงวันที่ 23 พ.ค. 65 เดินทางท่องเที่ยววันสุดท้ายในวันที่ 31 พ.ค. 65 และสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิตั๋วเครื่องบิน ถึงเวลา 21.00 น. ของวันที่ 5 มิ.ย. 65 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากช่วงเทศกาศสงการนต์หนุนภาพรวม การท่องเที่ยว ปัจจัยดังกล่าวทําให้เรายังมีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ทั้งธุรกิจสาย การบินและธุรกิจโรงแรม รวมไปถึงหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล และอุปโภคบริโภค ที่ได้ประโยชน์ทางอ้อม
ตลาดยังมีแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของการดําเนินนโยบายการเงินของเฟด - สัปดาห์นี้ติดตามการ ประชุม ECB เราคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.50% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% แต่ต้องติดตามการส่งสัญญาณ การดําเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป เราคาดว่า ECB จะเริ่มลดมาตรการกระตุ้นทางการเงิน หลัง ประกาศลดการซื้อพันธบัตรภายใต้โครงการ Asset Purchase Programme (APP) เหลือ 4 หมื่นล้านยูโร ใน เดือน เม.ย. 65 และลดลงเหลือ 3 หมื่นล้านยูโร ในเดือน พ.ค. 65 และลดลงเหลือ 2 หมื่นล้านยูโร ในเดือน มิ.ย. ส่วนการซื้อพันธบัตรหลังจากนั้นจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่ ECB รวมไปถึงถ้อยแถลงของประธาน เฟดหลายสาขา ซึ่งจะเป็นปัจจัยกําหนดทิศทางการดําเนินนโยบายนการเงิน รวมไปถึงทิศทางการลงทุนใน สินทรัพย์เสียง โดยก่อนหน้านี้ James Bullard ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ ให้ความเห็นที่ Hawkish ว่า เฟดควรขึ้นดอกเบี้ยเป็น 3.5% ภายในสิ้นปี 2565 เพื่อลดผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มในอัตราเร่ง และสูงกว่าที่ Market Consensus คาดไว้ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเป็นนโยบายเป็น 2.50%-2.75% ขณะที่ ข้อมูลสําคัญจากรายงานการประชุม FOMC ประจําเดือน มี.ค. (1) คณะกรรมการเฟดส่วนใหญ่ มีความเห็น ต่อการทํา Quantitative Tightening (QT) ด้วยการปรับลดขนาดงบดุล เดือนละ 9.5 หมื่นล้านเหรียญ และ ควรเริ่ม เดือน พ.ค. 65 และ (2) คณะกรรมการเฟดส่วนใหญ่ สนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 0.50% ในการประชุมเดือน พ.ค. และ มิ.ย. เพื่อลดผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อ ที่ปรับเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง รายงานตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่ง เดือน ก.พ. 65 เพิ่มขึ้น 2.5%MoM (คาดเพิ่มขึ้น 2.196MoM) หลังเดือน ม.ค. 65 เพิ่มขึ้น 1.2%
• มุมมองทางเทคนิค - เราคาดว่า SET วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,670-1,695 จุด / หุ้นแนะนําปัจจัยทางเทคนิค เราเลือก ERW CHG และ CPALL
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities
