ทองคําทรงตัวต่ํากว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์; รอข้อมูล CPI สหรัฐฯ
วันนี้มีไอเดียลงทุนมาเล่าให้ฟังครับ เรียกว่า ดักทางหุ้นฟื้นตัว คือ การที่หุ้นตัวหนึ่งราคาขึ้นไปเยอะๆ แล้วมีปัจจัยมากระทบกับหุ้นตัวนั้นทำให้ รายได้ กำไรลดลง เรียกว่า งบไม่ดีนั่นแหละ ราคาหุ้นก็ร่วงลงมาเรื่อยๆ
พอเหตุการณ์เป็นแบบนี้สิ่งที่พวกเรามักจะทำกันก็จะมีหลายแบบ เช่น
-
คนที่ติดดอยสูง เพราะยึดติดกับภาพกำไรในอดีต พอหุ้นลงก็ถัวตลอดทาง ยิ่งซื้อยิ่งดอย แต่ก็สู้ไม่ถอย
-
คนที่ไม่มีหุ้น เห็นราคาลงมาเยอะ ก็ซื้อไป แต่ซื้อปุ๊บ ดอยปั๊บ หลายคนซื้อต่อ หลายคนหยุดรอดูจังหวะ
-
คนที่มีเงินสด ก็กล้าๆ กลัวๆ เอาไงดี มันจะลงต่อมั้ย หรือจะขึ้นได้ยัง
วันนี้ผมหยิบหุ้น CBG, TQM, SISB มาเล่าไอเดียให้ฟังกันครับ
1️. คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (BK:CBG)
ราคาหุ้นลงมาต่ำสุดช่วงมีนาคม 2020 กับ COVID รอบแรก แถวๆ 50 บาท ก่อนวิ่งขึ้นไป 3 เด้ง ประมาณ 150 บาท ช่วงกลางปี 2021 พร้อมรายได้ และ กำไร new high ใน Q2 ที่ 4,995 และ 967 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งตอนนั้นมีการขายของไปที่ต่างประเทศเยอะ มีตุนสินค้าพอสมควร และเราก็เริ่มเห็นสัญญาญมาร์จิ้นลดลงแล้ว GPM 38.1%
ช่วงครึ่งปีหลังกลายเป็นหนังคนละม้วน รายได้เริ่มแผ่ว ต้นทุนรุมเร้าทั้งน้ำตาล อลูมิเนียม เพราะขายแบบกระป๋องเยอะ รวมทั้งยอดต่างประเทศลดลง ซึ่งปกติจะมีมาริ์จิ้นสูงกว่า ทำให้ GPM Q4 เหลือ 31.4% และกำไรสุทธิลดลงเหลือ 613 ล้านบาท
คำถามคือ แล้วมีประเด็นอะไรที่น่าจะทำให้ CBG เริ่มฟื้นได้?
ยอดขายต่างประเทศมีแนวโน้มเริ่มกลับมา ถ้ามาจริงและโตได้จะเพิ่มรายได้และ product mix เปลี่ยนไปมาร์จิ้นสูงขึ้นได้
ราคาอลูมิเนียมยังสูงอยู่แต่เริ่มชะลอลง ถ้าไม่กลับขึ้นไปอีก ก็มีแนวโน้มว่าต้นทุนน่าจะไม่แรงไปกว่านี้มาก
OSP ออกสินค้าใหม่ 12 บาท มองกลางถึงบวก เพราะถ้าผู้บริโภคมองว่าแพงไป ก็คงมี switch brand ได้ แต่ถ้าตลาดรับราคานี้ได้ CBG ก็ควรปรับราคาขึ้น โดยไปขึ้นกับร้านค้าส่ง ตัวแทนจำหน่าย ทำให้มาริ์จิ้นเพิ่มได้
กราฟก็ดูน่าสนใจเหมือนจะทำ triple bottom แถวๆ 98.50 บาท
แต่ทั้งหมดที่เล่ามา คือ CBG ต้องหาทางกลับไปขายของให้ได้เพิ่มโดยเฉพาะต่างประเทศ ส่วนในประเทศก็ต้องวางกลยุทธ์เรื่องราคาและสินค้าใหม่ให้ดี เพราะว่าเป็นเก่งแย่งชิง market share ในตลาดที่โตลดลง
-----------------------------------------------------
2️. ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BK:TQM)
ถ้าพูดที่ราคาพาร์ใหม่ เริ่มต้นแถว 11 บาท ไปสูงสุดเกือบ 75 บาท ช่วงปลายปี 2020 แล้วก็ค่อยๆ ลดลงมาเรื่อยๆ เหลือ 40 บาทในปัจจุบัน ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะลงต่อหรือไม่
มุมที่น่าสนใจ คือ รายได้ ยังโตได้ก็จริงแต่เริ่มช้าลง รายได้อยู่ประมาณ 800 กว่าล้านบาท และกำไรก็ประมาณ 220 ล้านบวกลบ แต่เรื่องดีๆ คือ GPM ทำ new high ต่อที่ 55.4% แปลว่า ถ้ารายได้กลับมา ก็มีโอกาสที่จะทำกำไรได้เพิ่ม ยกเว้นแต่ว่าจะไปขายของมาร์จิ้นต่ำลง
คำถามคือ แล้วมีประเด็นอะไรที่น่าจะทำให้ TQM เริ่มฟื้นได้
ยอดขายรถยนต์ฟื้นตัว เป็นโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
การทำ M&A การขยายไปต่างประเทศ การไปขายประกันบ้าน ประกันชีวิต รวมถึงธุรกิจใหม่ๆ อย่าง True Life, Sure Krub, Easy Lending ก็น่าจะช่วยได้เพิ่ม
การที่ TQM จะไปถือหุ้นใหญ่ TQR น่าจะทำให้เกิด synergy กันมากขึ้นทั้งในแง่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง หรือลูกค้าที่จะเป็นบริษัท องค์กร ไปถึงผู้บริโภครายบุคคล
แนวโน้มดอกเบี้ยมีทิศทางปรับเพิ่มขึ้น ดีกับกลุ่มประกัน ก็จะดีกับโบรคเกอร์ประกัน และประกันภัยต่อ
สตอรี่ดูน่าสนใจ แต่ TQM + TQR ต้องแสดงผลลัพธ์ออกมาให้เห็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นได้มากกว่านี้ ถึงจะคุ้มค่ากับการกลับไปเป็นหุ้น Growth อีกรอบ ลองติดตามทำการบ้านกันต่อครับ
-----------------------------------------------------
3️. เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) (BK:SISB)
หุ้นโรงเรียนที่ถ้าเราไปดูช่วงก่อน COVID เราจะพบว่า จำนวนนักเรียนเพิ่ม ค่าเทอมเพิ่ม ค่าอาหารเพิ่ม ค่าสอนพิเศษเพิ่ม รายได้เพิ่ม และกำไรก็เพิ่มตามทั้งตัวเงินและมาร์จิ้น ดูเป็นสูตรสำเร็จที่โตได้ต่อเนื่อง
แต่พอเจอ COVID ทุกอย่างกลับทิศไปหมดทั้งลดค่าเทอม จำนวนเด็กก็ลด ค่าอาหาร ค่ากิจกรรมไม่มีเพราะเรียนที่บ้าน รายได้หาย กำไรหด
คำถามคือ แล้วมีประเด็นอะไรที่น่าจะทำให้ SISB เริ่มฟื้นได้
เด๊ก ๆ เริ่มกลับมาเรียนที่โรงเรียน 70-80% แล้ว ถ้า COVID ไม่รุนแรงไปกว่านี้ เรียน on-site ได้หมด ค่าเทอมก็จะไม่ต้องลด ค่าอาหาร ค่ากิจกรรมต่างๆ จะกลับมา รายได้จะเพิ่ม กำไรจะดีตาม
ฐานนักเรียนประถมเยอะ มัธยมน้อย เป็นแบบปิรามิด แล้วจะค่อยๆ เลื่อนชั้นไปเรื่อยๆ ยิ่งชั้นสูง ค่าเทอมยิ่งแพงกว่า รายได้ก็จะสูงตาม ยังไม่นับว่าค่าเทอมปรับขึ้นทุกปี
เปิดโรงเรียนใหม่ทั้ง เฟส 2,3 ธนบุรี โรงเรียนนนทบุรี และระยอง คาดว่าสิ้นปีนี้จะกลับไปที่ 2,750 คน มากกว่าช่วงก่อน COVID สำหรับโรงเรียนใหม่นั้น เป็นที่ดินของ PF กับ SPALI ก็จะเป็นการช่วยกันในแง่ที่ดินไม่แพง และครอบครัวในหมู่บ้านมาเรียน มองที่ 250 คน จะคุ้มทุน
SISB แนวโน้มน่าจะกลับไปโตได้ ถ้าไม่เจอเหตุการณ์อะไรให้ต้องปิดโรงเรียนอีก ช่วง 2-3 ปีนี้มีโอกาสโตจากจำนวนนักเรียน ค่าเทอมและโรงเรียนใหม่ แต่ในระยะยาวธุรกิจแบบโรงเรียนอาจจจะ scale ได้ไม่มาก ไม่เหมือนกับโรงแรมและร้านอาหาร ก็เป็นอีกจุดที่ต้องติดตาม
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น
