ข่าวเด่น
เสนอซื้อเสนอขาย
ประเภทตราสารทั้งหมด

โปรดลองค้นหาใหม่อีกครั้ง

0
เวอร์ชันเนื้อหาแบบไม่มีโฆษณา อัพเกรดประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ Investing.com ของคุณ ประหยัดสูงถึง 40% รายละเอียดเพิ่มเติม

สรุปภาพรวมตลาดลงทุนในเดือนพฤศจิกายนปี 2021

โดย Investing.com (Charley Blaine/Investing.com)ตลาดหุ้นDec 02, 2021 16:54
th.investing.com/analysis/article-200438598
สรุปภาพรวมตลาดลงทุนในเดือนพฤศจิกายนปี 2021
โดย Investing.com (Charley Blaine/Investing.com)   |  Dec 02, 2021 16:54
บันทึกแล้ว ดู รายการที่ได้บันทึก.
ได้บันทึกบทความนี้ไว้เรียบร้อยแล้วใน รายการที่ได้บันทึก ของคุณ
 

หากจะให้สรุปเป็นประโยคสั้นๆ ว่าเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาตลาดลงทุนเป็นเช่นไร เราสามารถอธิบายได้ว่าเดือนพฤศจิกายนคือภาคต่อของเดือนตุลาคม ที่ทำสถิติฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้มากที่สุดของปี 2021 ถึงแม้ว่าขาขึ้นในพฤศจิกายนจะมีไม่มากเท่า แต่ภาพรวมตั้งแต่ต้นปี 2021 มาจนถึงปัจจุบันถือว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำได้ค่อนข้างดี

สถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ถึงแม้จะยังอยู่ในสภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็เริ่มประกาศให้เตรียมตัวกลับเข้าสู่สภาพปกติได้แล้ว (หมายถึงตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย) อัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้น จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง ค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยก็เพิ่มขึ้น ดัชนีหลักของสหรัฐฯ สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง แนสแด็ก 100 ตั้งแต่ต้นเดือนมาจนถึงวันที่ 19 พฤศจิกายนสามารถปรับตัวขึ้นมาได้มากถึง 4.6% 

แต่เพราะชีวิตอันสงบสุขนั้นไม่มีความน่าสนใจ กระแสของตลาดลงทุนในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤศจิกายนจึงหันไปจับอยู่ที่ข่าวร้ายมากขึ้น เราได้เห็นข่าวความเดือดร้อนที่เกิดจากสภาวะเงินเฟ้อ  ราคาน้ำมัน อาหาร และที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเร็วเป็นจรวด แต่เท่านั้นไม่พอ ธรรมชาติก็ได้มอบของขวัญส่งท้ายปีให้กับมนุษยชาติไปแก้ปัญหาต้อนรับปีใหม่ด้วยการระบาดของเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่มีนามว่า “โอไมครอน”

การมาถึงของข่าวโอไมครอนส่งให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงทันทีหลังจากวันหยุดขอบคุณพระเจ้า แม้ว่าวันจันทร์ที่ผ่านมาจะมีการปรับตัวกลับขึ้นไปได้บ้าง แต่จนถึงวันสุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน ความกังวลที่มีต่อการแพร่ระบาดครั้งนี้ก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะไป 

หากจะโทษว่าขาลงในช่วงก่อนปิดเดือนพฤศจิกายนเป็นความผิดของใคร เราก็คงต้องตอบว่าเชิญไปถามคุณสเตฟานี่ แบนเซิล CEO ของบริษัทผู้ผลิตวัคซีนโมเดิร์นนา (NASDAQ:MRNA) ได้เลย เพราะเป็นเธอที่ออกมาพูดตรงๆ ว่าวัคซีนโมเดิร์นนาที่มีในตอนนี้อาจจะไม่สามารถต่อกรกับโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่มีนามว่า “โอไมครอน” ได้ และอาจต้องใช้เวลาอีกสองสามเดือนในการพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ ข่าวร้ายดังกล่าวทำให้นักลงทุนเทสินทรัพย์เสี่ยง และหันมากอดสินทรัพย์สำรองปลอดภัยทันที

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ขาขึ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มทรุดตัวเกิดมาจากถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีต่อสภาคองเกรสในวันอังคาร หลังจากที่ได้ตำแหน่งประธานเฟดสมัยที่สองไปครองอย่างแน่นอนแล้ว เจอโรม พาวเวลล์ก็ได้ออกมากลับลำ ยอมรับว่าเงินเฟ้อไม่ใช่ปัจจัยชั่วคราวอีกต่อไป และเพื่อตอบโต้วิกฤตนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะหารือกันในการประชุมวันที่ 14-15 ธันวาคมนี้ว่าสมควรที่จะร่นระยะเวลาการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ภายในช่วงครึ่งปีแรกของ 2022 หรือไม่

ถ้อยแถลงของเฟด สำหรับตลาดหุ้นหมายความว่าสภาพคล่องที่เคยล่อเลี้ยงขาขึ้นมาตลอดสองปีเต็มกำลังจะหมดลง และมีโอกาสจะหมดลงเร็วกว่าเดิมด้วย นั่นจึงทำให้นักลงทุนต่างพากันเทขายหุ้นในดัชนีหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นแนสแด็ก 100 ที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้ ดัชนีของอุตสาหกรรมหลัก 30 แห่งของอเมริกาอย่างดาวโจนส์ เอสแอนด์พี 500 และแนสแด็ก ถึงกระนั้นหากมาดูผลของของดัชนีหลักตั้งแต่ต้นปี 2021 จนถึงปัจจุบันก็ยังถือว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้น เอสแอนด์พี 500 ปรับตัวขึ้นมาทั้งหมด 21.6% ดาวโจนส์ 12.7% แนสแด็ก 20.6% และแนสแด็ก 100 คิดเป็น 25.2%

เราขอพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดขาลง 900 กว่าจุดของดัชนีดาวโจนส์เมื่อวันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายนสักเล็กน้อย ส่วนตัวแล้วเราวิเคราะห์ว่าเกิดจากสาเหตุอยู่ทั้งหมดสองประการ

DIS 300 Minute Chart
DIS 300 Minute Chart

ประการแรก ตลาดลงทุนค่อนข้างเป็นกังวลทั้งในแง่ของความสามารถของโควิดสายพันธุ์โอไมครอนว่าจะสามารถสร้างความเสียหายได้มากเท่าไหร่ และวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันจะสามารถต่อกรกับโอไมครอนได้มากน้อยเท่าไหร่ แต่ไม่ว่าจะมากหรือน้อย กลุ่มที่ได้รับผลกระทบไปแล้วแน่ๆ คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นหุ้นของโรงแรมชื่อดัง หรือสายการบินต่างๆ ขนาดว่าหุ้นของยักษ์ใหญ่อย่างดิสนีย์ (NYSE:DIS) ยังปรับตัวลดลงในวันอังคารที่ผ่านมา 2% มีราคาซื้อขาย ณ ตอนนั้นอยู่ที่ $144.90 

ประการที่สอง ตลาดลงทุนแม้จะคาดหวังแต่ก็เป็นกังวลกับนโยบายการเงินที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะวางเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ คำพูดที่นายเจอโรม พาวเวลล์ แถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อวันอังคาร มีอยู่ประโยคหนึ่งที่เขากล่าวว่าบางทีเศรษฐกิจอาจจะฟื้นตัวได้ดีเกินไป ดังนั้นเขาจะลดความร้อนแรงนี้ลงมาด้วยการหยุดซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งตามกำหนดการณ์เดิมนั้นกระบวนการนี้จะสิ้นสุดลงภายในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า 

แม้ตลาดลงทุนจะเชื่อว่าเมื่อช่วงเวลาของการลดวงเงินทำ QE จบลง ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่วันเวลาที่แน่ชัดนั้นธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็ไม่เคยพูดออกมาอย่างชัดเจน นักวิเคราะห์บางสำนักจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทประเมินด้วยว่าธนาคารกลางฯ ไม่มีทางขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบก้าวกระโดดแน่นอน เพราะนั่นจะทำให้เกิดสภาวะปลาช็อกน้ำได้ ด้วยสาเหตุเช่นนี้กราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีเมื่อวันอังคารมีราคาปิดอยู่ที่ 1.477% 

หลังจากที่ถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสของเจอโรม พาวเวลล์จบลง เราแทบจะหาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นไม่เจอ มีเพียงแค่หุ้นของบริษัทผู้ผลิตไอโฟน (NASDAQ:AAPL) เท่านั้นที่สามารถปรับตัวขึ้นได้มากที่สุดของดาวโจนส์ ตามมาด้วยหุ้นของบริษัทผู้มีข่าวผลิตยาต้านโควิดแบบเป็นแคปซูลได้อย่างเมิร์ค (NYSE:MRK) ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานและการเงินนั้นกลายเป้นกลุ่มที่ทำผลงานได้แย่ที่สุดในวันอังคาร

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบ WTI ในช่วงนี้ ตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน ราคาน้ำมัน WTI ได้ปรับตัวลดลงมามากถึง 21% เหลือ $66.18 ต่อบาร์เรล หักปากกาเซียนที่มองว่ามีโอกาสได้เห็น WTI ที่ $90 ต่อบาร์เรลภายในสิ้นปีนี้แน่นอน ถึงกระนั้นราคาน้ำมันต่อแกลลอนยังคงราคาอยู่ที่ $3.39 นอกจาก WTI แล้ว สินค้าโภคภัณฑ์ประเภทอื่นก็มีปรับตัวลดลงด้วยเช่นกัน ผ้าฝ้ายปรับตัวลง 7.3% ในขณะที่กาแฟปรับตัวขึ้น 13.9% มีราคาซื้อขายอยู่ที่ $2.324 ต่อปอนด์

ไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังมีคนเชื่อว่าราชาแห่งสกุลเงินดิจิทัลอย่างบิทคอยน์จะสามารถทะยานขึ้นถึง $100,000 ได้ภายในสิ้นปีนี้อยู่หรือไม่ เพราะเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กลายเป็นการเทขายแทนที่จะส่งบิทคอยน์ขึ้นไป แม้จะสร้างจุดสูงสุดตลอดกาลในวันที่ 10 พฤศจิกายนเอาไว้ที่ $68.925 แต่ก็ร่วงลงมา 17.1% หลังจากนั้น มีราคาซื้อขายสุดท้ายก่อนปิดเดือนพฤศจิกายนที่ $57,144

BTC/USD 300 Minute Chart
BTC/USD 300 Minute Chart

คิดในแง่ดี อย่างน้อยตลอดทั้งปีนี้จนถึงปัจจุบันบิทคอยน์ก็วิ่งขึ้นมาได้ทั้งหมด 97.3% เลยทีเดียว 

กลุ่มหุ้นที่ทำผลงานขาขึ้นได้ดีที่สุดในเดือนนี้คือกลุ่มเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ และอุปกรณ์ก่อสร้างบ้าน ส่วนกลุ่มที่ทำผลงานได้แย่คือพลังงาน ไบโอเทคฯ หุ้นของบริษัทเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ และธุรกิจเกี่ยวกับอวกาศ

เทรนด์การแยกบริษัทสร้างกระแส IPO ใหม่

อีกหนึ่งกระแสที่สมควรแก่การพูดถึงในเดือนพฤศจิกายนคือการแยกบริษัทย่อยออกมาจากบริษัทใหญ่เพื่อให้โฟลว์การทำงานเป็นไปด้วยความสะดวกสบายมากขึ้น บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำสำเร็จคือบริษัทเทคฯ ที่มีอายุยาวนานถึง 109 ปีอย่าง IBM (NYSE:IBM) ที่สามารถแยกบริษัท Kyndryl (NYSE:KD) ออกได้สำเร็จ ในขณะเดียวกัน บริษัทชื่อดังอย่าง Toshiba (OTC:TOSYY), Johnson & Johnson (NYSE:JNJ) และ General Electric (NYSE:GE) ประกาศว่ากำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ 

ถึงแม้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งสี่เชื่อว่าการแยกบริษัทออกมาจะเป็นการดีกว่าสำหรับอนาคต แต่ตลาดลงทุนกลับไม่เห็นด้วยเช่นนั้น หุ้น IBM และ KD ปรับตัวลดลงตัวละ 6.4% และ 48% ตามลำดับ หุ้นของ GE ปรับตัวลดลง 9.4% ในขณะที่ JNJ และโตชิบาปรับตัวลดลง 4.3% และ 7.9% ตามลำดับ ส่งผลให้ดัชนี Renaissance Capital IPO Index ในเดือนพฤศจิกายนปรับตัวลดลง 5.6% เทียบกับเดือนตุลาคมที่สามารถปรับตัวขึ้นได้ 6.6%

IPO Index vs SPX 1Y Chart
IPO Index vs SPX 1Y Chart

ตั้งแต่ต้นปี 2021 จนถึงปัจจุบัน ดัชนีตัวนี้ได้ปรับตัวลดลงมา 7.67% อนึ่ง บริษัทผู้จัดทำดัชนีตัวนี้ขึ้นมายังเป็นเจ้าของเดียวกันกับกองทุน Renaissance IPO ETF (NYSE:IPO) ด้วย ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน กองทุนตัวนี้ถูกเทขายไป 8.1% เทียบกับขาขึ้น 6.6% ในเดือนตุลาคม สรุปแล้วทั้งปี 2021 กองทุนตัวนี้ปรับตัวลดลง 2.3%

ต้องยอมรับว่าในปีนี้กระแสพลังงานไฟฟ้านั้นมาแรงจริงๆ สังเกตได้จากการเปิด IPO ของบริษัทผู้ผลิตรถบรรทุกไฟฟ้า Rivian Automotive (NASDAQ:RIVN) ที่แม้ว่าจะพึ่งทำ IPO ไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน แต่ราคาหุ้นก็สามารถปรับตัวขึ้นได้มากถึง 55% จาก $78 ต่อบาร์เรลขึ้นมาเป็น $119.76

RIVN 300 Minute Chart
RIVN 300 Minute Chart

ต้องอธิบายก่อนว่า Rivian Automotive ถือเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Rival Lucid Group (NASDAQ:LCID) พวกเขามีเป้าหมายในการจะก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าราคาแพง ในเดือนพฤศจิกายน หุ้น LCID ปรับตัวขึ้นมาทั้งหมด 42% ในขณะที่เดือนตุลาคมปรับตัวขึ้นมา 43% ปัจจุบันมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามตลาดอยู่ที่ $105,800 ล้านเหรียญสหรัฐ มากยิ่งกว่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อย่าง General Motors (NYSE:GM) และ Ford (NYSE:F)

ประเด็นอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน

บริษัทผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่เอ็นวีเดีย (NASDAQ:NVDA) ประกาศสร้างเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการเติบโตของตลาดคริปโตเคอเรนซี่ ข่าวใหญ่นี้ทำให้มูลค่าหุ้นของเอ็นวีเดียเพิ่มขึ้น 27.8% มากกว่า 23.4% ของเดือนตุลาคม ในขณะเดียวกัน หุ้นของบริษัทแอปเปิลปรับตัวขึ้นมา 10.35% ไมโครซอฟต์ (NASDAQ:MSFT) บวกเพิ่ม 5.9% และคอสต์โก(NASDAQ:COST) ปรับตัวขึ้น  9.7%


บริษัทแอปเปิลสามารถกลับขึ้นมาครองแชมป์บริษัทที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ แซงหน้าไมโครซอฟต์ได้อีกครั้ง ปัจจุบันมูลค่าหลักทรัพย์ของแอปเปิลมี $2.629 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ไมโครซอฟต์มี $2.527 ล้านล้านเหรียญ ตามมาด้วยบริษัทแอมะซอน (NASDAQ:AMZN), อัลฟาเบต (NASDAQ:GOOGL)และเทสลา (NASDAQ:TSLA) ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์เกิน $1 ล้านล้านเหรียญเรียบร้อยแล้ว เฟสบุ๊ก (NASDAQ:FB) หรือบริษัทที่พึ่งเปลี่ยนชื่อมาเป็นเมต้าเคยขึ้นมายืนเหนือ $1 ล้านล้านเหรียญได้ในวันที่ 28 มิถุนายน ก่อนที่จะลดลงจากตำแหน่งนั้นในวันถัดมา

ดัชนีของบริษัทขนาดเล็ก S&P 600 และ S&P Midcap 400 ปรับตัวลดลงในเดือนพฤศจิกายนตัวละ 2.4% และ 3.1% อย่างไรก็ตาม นี่คือขาลงที่เกิดขึ้นหลังจาก S&P 600 ปรับตัวขึ้นไป 6% และ S&P 400 ปรับตัวขึ้น 4% ในช่วงต้นเดือน

หุ้นห้าอันดับแรกที่ปรับตัวขึ้นได้มากที่สุดประจำเดือนพฤศจิกายนของดัชนี S&P 500

  • Qualcomm (NASDAQ:QCOM) +35.72%
  • Advanced Micro Devices (NASDAQ:AMD) +31.72%
  • NVIDIA) +27.81%
  • Xilinx (NASDAQ:XLNX) +26.92%
  • Dollar Tree (NASDAQ:DLTR) +24.19%

หุ้นห้าอันดับแรกที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดประจำเดือนพฤศจิกายนของดัชนี S&P 500

  • Penn National Gaming (NASDAQ:PENN) -28.45%
  • Gap (NYSE:GPS) -27.15%
  • Activision Blizzard (NASDAQ:ATVI) -25.05%
  • Norwegian Cruise Line Holdings (NYSE:NCLH) -24.14%
  • DISH Network (NASDAQ:DISH) -23.91%
สรุปภาพรวมตลาดลงทุนในเดือนพฤศจิกายนปี 2021
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ศรุติ โชติเสรีวิทย์
CIVIL … หุ้นรับเหมาก่อสร้างขนาดกลางครบวงจร  โดย ศรุติ โชติเสรีวิทย์ - Jan 27, 2022

IPO ตัวที่ 2 ของปี เวลาพูดถึงหุ้นรับเหมา เรามักจะนึกถึงเจ้าใหญ่อย่าง CK, STEC, ITD แต่น้องใหม่ที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้นเป็นผู้นำในกลุ่มรับเหมาขนาดกลาง ข้อดีคือ...

เบญจพล สุทธิ์วนิช
Daily Strategy.....กลยุทธ์การลงทุนเน้น Selective โดย เบญจพล สุทธิ์วนิช - Jan 21, 2022

Investment Ideas: ภาพรวมการลงทุน - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,640-1,670 จุด SET ยังมีแรงกดดัน ต่อเนื่อง จากความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด...

ณัฐชาต เมฆมาสิน
คาด SET Index ปรับทรงตัวได้ในวันนี้ โดย ณัฐชาต เมฆมาสิน - Dec 29, 2021

Enough liquidity for LTF redemption SET: คาด SET Index ปรับทรงตัวได้ในวันนี้ โดยปัจจัยประคับประคองที่ สําคัญได้แก่ราคาน้ํามันดิบที่ยังคงยืนได้ในระดับสูง รวมถึงสัญญาณ Fund flow...

สรุปภาพรวมตลาดลงทุนในเดือนพฤศจิกายนปี 2021

แสดงความคิดเห็น

หลักเกณฑ์คำแนะนำสำหรับการแสดงความคิดเห็น


เราสนับสนุนให้ท่านได้ใช้ช่องทางการแสดงความคิดเห็นนี้เพื่อสื่อสารสัมพันธ์กับผู้ใช้เว็บไซต์อื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนในทัศนคติและสอบถามข้อสงสัยกับผู้เขียนและสอบถามซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามเพื่อให้การสื่อสารสัมพันธ์นี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยที่เราทุกคนต้องการและคาดหวังดังนี้กรุณาพึงระลึกในข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้:  

  • มีเนื้อหาสาระ การสนทนาควรมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจ
  • เอาใจใส่และตรงประเด็น กรุณาโพสต์ในเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องที่กำลังอภิปราย
  • ให้เกียรติ แม้ในการแสดงความคิดเห็นเชิงลบก็ตามควรต้องกระทำในลักษณะสร้างสรรค์และสุภาพ
  • ใช้สไตล์การเขียนมาตรฐานทั่วไป ที่รวมถึงการใช้เครื่องหมายวรรคตอนและตัวอักษรใหญ่เล็ก
  • หมายเหตุ: ข้อความและลิงค์ประเภทสแปมและ/หรือเพื่อการส่งเสริมการขายที่ปรากฎในการแสดงความคิดเห็นจะถูกลบทิ้ง
  • หลีกเลี่ยงการลบหลู่ การให้ร้ายผู้อื่น และการกล่าวโจมตีโดยส่วนตัว ที่กระทำต่อผู้เขียนเนื้อหาในเว็บหรือต่อผู้ใช้เว็บไซต์คนอื่น
  • เฉพาะภาษาไทยเท่านั้น สามารถแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาไทยเท่านั้น

ผู้ที่โพสต์เนื้อหาข้อความสแปมหรือใช้เว็บไซต์นี้ไปในทางผิดจะถูกลบรายชื่อทิ้งจากเว็บไซต์และถูกปิดกั้นการลงทะเบียนเป็นสมาชิกในอนาคตซึ่งเป็นไปตามดุลพินิจของเว็บไซต์ Investing.com

เขียนบรรยายความคิดของคุณได้ที่นี่
 
คุณแน่ใจว่าต้องการลบกราฟนี้?
 
โพสต์
และโพสต์บน :
 
แทนที่กราฟที่แนบมาด้วยกราฟใหม่ ?
1000
ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของคุณถูกระงับในขณะนี้เนื่องจากมีรายงานเชิงลบจากผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้ดูแลเพจของเราจะทบทวนสถานะของคุณ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ ความคิดเห็นของคุณทั้งหมดจะอยู่ระหว่างการอนุมัติจากผู้ดูแลระบบ ดังนั้นอาจใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่จะปรากฎบนเว็บไซต์ของเรา
ความคิดเห็น (1)
KwAnG KwAnG
KwAnG KwAnG Dec 03, 2021 15:09
บันทึกแล้ว ดู รายการที่ได้บันทึก.
คอมเม้นท์นี้ได้รับการบันทึกไว้เรียบร้อยแล้วใน รายการที่ได้บันทึก ของคุณ
 
คุณแน่ใจว่าต้องการลบกราฟนี้?
 
โพสต์
 
แทนที่กราฟที่แนบมาด้วยกราฟใหม่ ?
1000
ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของคุณถูกระงับในขณะนี้เนื่องจากมีรายงานเชิงลบจากผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้ดูแลเพจของเราจะทบทวนสถานะของคุณ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
เพิ่มกราฟไว้ในคอมเมนต์
ยืนยันการบล็อก

คุณแน่ใจหรือว่าคุณต้องการบล็อก %USER_NAME%?

เมื่อทำการบล็อก คุณและ %USER_NAME% จะไม่สามารถเห็นโพสต์ของแต่ละฝ่ายบนเว็บไซต์ Investing.com ได้

%USER_NAME% ได้ถูกเพิ่มเข้าไปใน Block List ของคุณแล้ว

เนื่องจากคุณเพิ่งยกเลิกการบล็อกบุคคลนี้ คุณต้องรอ 48 ชั่วโมงก่อนการบล็อกอีกครั้ง

รายงานความคิดเห็นนี้

ฉันรู้สึกว่าความคิดเห็นนี้

ความคิดเห็นได้รับการติดธงเตือน

ขอบคุณ!

รายงานของคุณได้ถูกส่งไปยังผู้ดูแลบอร์ดของเราเพื่อการทบทวน
การปฏิเสธความรับผิด: Fusion Media would like to remind you that the data contained in this website is not necessarily real-time nor accurate. All CFDs (stocks, indexes, futures) and Forex prices are not provided by exchanges but rather by market makers, and so prices may not be accurate and may differ from the actual market price, meaning prices are indicative and not appropriate for trading purposes. Therefore Fusion Media doesn`t bear any responsibility for any trading losses you might incur as a result of using this data.

Fusion Media or anyone involved with Fusion Media will not accept any liability for loss or damage as a result of reliance on the information including data, quotes, charts and buy/sell signals contained within this website. Please be fully informed regarding the risks and costs associated with trading the financial markets, it is one of the riskiest investment forms possible.
สมัครสมาชิกด้วย Google
หรือ
สมัครสมาชิกด้วยอีเมล