หุ้นเอเชีย: ญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดใหม่ เกาหลีใต้พุ่งแรงหลัง Nvidia หนุนผู้ผลิตชิป
สรุป ราคาทองคํา ช่วงเช้าวันพฤหัสบดีแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยยังมีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาไว้ให้ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ําสุดของวานนี้บริเวณ 1,730 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ ขึ้นมาทําระดับสูงสุดเช้านี้บริเวณ 1,739 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยหนุนมาจากเมื่อคืนที่ผ่านมา เฟดเปิดเผยรายงานการประชุมประจําเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ยืนยันผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป แม้จะบอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้ดี แต่ยังไม่เข้าเป้าหมายของเฟด จึงยังจะเดินหน้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE และ คงดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันต่อไป ช่วยหนุนราคาทองคําไว้ อย่างไรก็ดี โดยรวมค่อนข้างอิงกับคาดการณ์ของตลาด จึงไม่ได้หนุนให้ราคาทองคําโลกปรับตัวขึ้นมาก นัก อาจต้องติดตามปัจจัยอื่นประกอบการลงทุนโดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์ ส่วนทางด้าน ราคาทองคําในประเทศ ได้รับแรงหนุนจาก เงินบาท อ่อนค่าในรอบ 6 เดือน ทดสอบระดับ 31.47 บาท/ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทย จึงแนะนําติดตามสถานการณ์ต่อไป แนวโน้ม Gold Spot ประเมินว่า แม้ว่าแรงขายจะลดลง แต่แรงช้อนซื้อสลับเข้ามาก็ไม่มาก หากราคาทองคําไม่สามารถยืนเหนือ 1,749-1,759 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจมีผลให้ราคาปรับตัวลงเพื่อสะสมกําลัง หากราคาทองย่อตัวลงมาพยายามทรงตัวเหนือระดับ 1,721-1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้มีโอกาสเกิดแรงซื้อดันราคาฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง กลยุทธ์การลงทุน เน้นการเก็งกําไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,7211,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หรือ หากถือครองทองคําอยู่แล้วอาจเลือกแบ่งทองคําออกขายทํากําไรหากราคาไม่ผ่านแนว ต้านบริเวณ 1,749-1,759 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คำแนะนำ หากตลอดวันราคาทองคํายังไม่สามารถฝ่า แนวต้านบริเวณ 1,749-1,759 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ดังนั้น ให้ระมัดระวัง เพราะมีโอกาสที่ราคาทองคําจะปรับย่อลง มาบริเวณแนวรับ 1,721-1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์
https://th.investing.com/currencies/xau-usd
กระทู้พูดคุยเกี่ยวกับราคาทองคำ SPOT
https://th.investing.com/currencies/xau-usd-commentary
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
