หุ้นเอเชีย: ญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดใหม่ เกาหลีใต้พุ่งแรงหลัง Nvidia หนุนผู้ผลิตชิป
สรุป ราคาทองคําช่วงเช้าทรงตัวไม่ไกลจากระดับสูงสุดของวานนี้ที่ทําไว้บริเวณ 1,745.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐชะลอตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมเดือนมี.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกําหนดเผยแพร่ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ส่วนทางด้านดัชนีตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดบวก ขานรับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ขยายตัว 6% เพิ่มขึ้นจากที่ เคยคาดการณ์เอาไว้เมื่อเดือนม.ค. ว่าจะขยายตัว 5.5% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากโครงการฉีดวัคซีนในหลายๆ ประเทศทั่วโลก แต่ IMF ก็เตือนว่าความท้าทายยังคง มีอยู่ เนื่องจากแต่ละประเทศมีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนไม่เท่ากัน นอกจากนี้ รายงานของ IMF เตือนว่า ตลาดหุ้นกําลังเทรดเหนือระดับพื้นฐาน ซึ่งก่อให้เกิด ความกังวลว่าตลาดอาจแบกรับความเสี่ยงมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเทคโนโลยี กดดันให้ตลาดหุ้นเอเชียกลับมาวิ่งในแดนลบ ขณะที่ราคาทองคํายังทรง ตัวรักษาระดับไว้ได้ ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า แม้จะมีแรงซื้อให้ราคาดีดตัวขึ้นแต่ยังคงเห็นแรงขายกดดันอย่างต่อเนื่อง หากการดีดตัวของราคายังไม่สามารถ ยืนเหนือแนวต้านระดับ 1,755-1,759 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทําให้เกิดแรงขายกดดันให้ปรับตัวลงสู่ระดับ 1,726-1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช่นเดิม เบื้องต้น ประเมินการเคลื่อนไหวของราคาในแบบของการแกว่งตัวเพื่อสะสมแรงซื้อหากยืนได้จะเกิดการดีดตัวขึ้นต่อ แนะนํากลยุทธ์การลงทุน เก็งกําไรระยะสั้นจากการ แกว่งตัว โดยเข้าซื้อเฉพาะเมื่อราคาปรับตัวลงมาในบริเวณแนวรับ 1,726-1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ขณะที่การขายทํากําไร พิจารณาในโซน 1,755-1,759 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คำแนะนำ พิจารณาเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลง มาใกล้ 1,726-1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหาก หลุด 1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หรือ หากรับความเสียงได้ ไม่มากอาจเลือกชะลอการเปิดสถานะขายออกไป

บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
