หุ้นเอเชีย: ญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดใหม่ เกาหลีใต้พุ่งแรงหลัง Nvidia หนุนผู้ผลิตชิป
สรุป ราคาทองคําช่วงเช้าปรับตัวลง รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 4 เดือน จากข้อมูล เศรษฐกิจอันแข็งแกร่งของสหรัฐ โดยวานนี้ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับ 684,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ําสุดในรอบ 1 ปี นับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานในสหรัฐอยู่ต่ํากว่าระดับ 700,000 ราย นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ประกอบกับ สหรัฐทบทวนปรับเพิ่ม GDP เล็กน้อยสู่ 4.3% ในไตรมาส 4/2020 ซึ่งเพิ่มจากตัวเลขก่อนหน้าที่ 4.1% ส่วนใหญ่เพราะการลงทุนทาง ธุรกิจที่สูงขึ้น นอกจากมุมมองเศรษฐกิจในเชิงบวกที่หนุนดอลลาร์แล้ว ยังกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยง หนุนตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐซึ่ง ปรับขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่ ดัชนีความผันผวน CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนลดลงต่ํากว่าระดับ 20 จุดอีกครั้ง สะท้อน sentiment เชิงบวกต่อการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งนั่นทอนแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จึงแนะนําติดตามตัวเลขเศรษฐกิจในระยะนี้ เพื่อ ชี้นําตลาดเพิ่มเติม โดยวันนี้ สหรัฐจะเปิดเผย ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.พ., รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนก.พ., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากวันนี้ราคาไม่หลุด 1,721-1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจ เกิดแรงซื้อเข้าพยุงให้ปรับตัวขึ้นสู่โซน 1,737-1,745 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนําซื้อเมื่อเกิดการอ่อนตัวลงมาใกล้บริเวณ 1,717-1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หาก หลุด 1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมาให้ตัดขาดทุนเพื่อลดความเสี่ยง
คำแนะนำ เข้าซื้อขายเพื่อเก็งกําไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวซื้อหากราคาไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,717-1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคําไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,737-1,745 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้ทยอยปิดสถานะซื้อเพื่อทํากําไรบางส่วน

บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
