หุ้นเอเชีย: ญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดใหม่ เกาหลีใต้พุ่งแรงหลัง Nvidia หนุนผู้ผลิตชิป
สรุป ราคาทองคําช่วงเช้าแกว่งตัวในกรอบแคบ 1,730.95 - 1,740.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาทองคําไว้ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง ประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากเมื่อวานนี้ ประเทศแถบตะวันตก ซึ่งรวมถึงสหรัฐ สหราชอาณาจักร แคนาดา และสหภาพยุโรป (อียู) ออกมาตรการคว่ําบาตร พลเมืองและหน่วยงานบางแห่งของจีน โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นเพราะบุคคลและหน่วยงานเหล่านี้มีพฤติกรรมละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอุย กูร์ในซินเจียง ขณะที่รัฐบาลจีนก็ได้ออกมาตรการคว่ําบาตรตอบโต้ชาติตะวันตกทันที ซึ่งถือเป็น Geopolitical Risk ที่อาจกลับมาหนุนราคาทองคําในระยะ ถัดไป อย่างไรก็ดี ราคาทองปรับตัวขึ้นไม่ไกล เนื่องจากนักลงทุนรอจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ จะกล่าวแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจําสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ เพื่อหามุมมองด้านเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ซึ่งอาจจะบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินและนโยบายการคลังของสหรัฐ ด้านแนวโน้ม Gold Spot ประเมินว่า ราคาทองคํายังคงพยายามยืนเหนือ 1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ มีแนวโน้มขึ้นทดสอบ 1,743-1,759 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าไม่สามารถปรับขึ้นได้จะเกิดแรงขาย ออกมาเป็นระยะ โดยแนวรับระยะสั้นจะอยู่ที่ 1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับสําคัญจะอยู่บริเวณ 1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนํากลยุทธ์การลงทุน เข้า ซื้อเก็งกําไรจากการดีดตัวขึ้นหากการอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือโซน 1,717-1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แบ่งทองคําออกขายทํากําไรบางส่วนหากราคาทองคําไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,743-1,759 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คำแนะนำ เก็งกําไรระยะสันจากการแกว่งตัว ซื้อในบริเวณ 1,717-1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,707 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ทั้งนี้ ควรเน้นการลงทุนระยะสันและไม่ควรถือ สถานะจํานวนมาก เมื่อราคาทองคําดีดตัวขึ้นจะมีแนวต้านบริเวณ 1,743-1,759 ดอลลาร์ต่อออนซ์

บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
