เปิดแอป

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ ภาคบ่าย ติดตามประเด็นแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

เผยแพร่ 08/03/2021 13:14

สรุป แม้ราคาทองคําจะถูกกดดันจากปัจจัยพื้นฐานทั้งการพุ่งขึ้นของ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีดอลล่าห์สหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นมาเหนือระดับ 92ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปียังคงทรงตัวไม่ไกลจากระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีใกล้ 1.6% ขานรับสหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งเกินคาดในเดือนก.พ. แต่จะเห็นว่าราคาทองคํายังสามารถดีดกลับขึ้นมาจาก Low วันศุกร์ บริเวณ 1,687.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์กลับขึ้นมายืนเหนือ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในระหว่างการซื้อขายเช้านี้ สะท้อนแรงซื้อเก็งกําไรทางเทคนิคที่กลับเข้ามา แต่การดีดตัวขึ้นยังไม่ไกลมากนัก อาจต้องอาศัยปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุน จึงแนะนําติดตามข่าวสารต่างๆอย่างใกล้ชิด สําหรับประเด็นที่ว่า วุฒิสภาสหรัฐไฟเขียวกม.กระตุ้น เศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว และวุฒิสภาสหรัฐจะส่งกลับร่างกฏหมายที่อนุมัติแล้วให้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอนุมัติอีกครังในสัปดาห์หน้า หลังจากนันก็จะส่งให้ปธน.ไบเดนลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไปก่อนวันที่ 14 มี.ค.นี้ โดยกฎหมายดังกล่าวถือว่ามีวงเงินมากเป็นอันดับต้น ๆ ของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ถือว่าตลาดรับข่าวไปพอสมควรแล้ว แต่อาจต้องจับตาภาวะตลาดต่อไป หลังจากนายกัวชูฉิง หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ในธนาคารกลางจีน (PBOC) และยังดํารงตําแหน่งประธานคณะกรรมการกํากับดูแลด้านการธนาคารและการประกันของจีน (CBIRC) กล่าวต่อผู้สื่อข่าวในกรุงปักกิ่งเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า รู้สึกวิตกกังวล ต่อความเสี่ยงที่เกิดขึนจากภาวะฟองสบู่ในตลาดการเงินทั่วโลก โดยอาจเกิดภาวะฟองสบู่แตกในตลาดการเงินสหรัฐกับยุโรป เพราะความเคลื่อนไหวของตลาดสวนทางกับ ภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศ ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หลังจากราคาทองคําทดสอบแนวรับโซน 1,687 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สามารถทรงตัวจนราคาฟื้นตัวขึ้น หากราคาทองคํายังสามารถรักษาระดับไว้ได้ ทําให้มีแนวโน้มดันขึ้นสู่บริเวณ 1,722-1,729 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามในโซนดังกล่าวขึ้นไป ต้องระวังแรงขายทํากําไรที่จะออกมาเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ประเมินแนวรับโซน 1,695-1,687 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนํากลยุทธ์การลงทุน เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยเปิดสถานะขายหากราคาดีดตัวขึ้นทดสอบ โซน 1,722-1,729 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากผ่าน 1,729 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ทั้งนี้ อาจทยอยซื้อคืนเพื่อขายทํากําไรหากราคาทองคําอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,695-1,687 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

คำแนะนำ ซื้อขายทํากําไรกําไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว หากราคาทองคําไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,722- 1,729 ดอลลาร์ต่อออนซ์ให้ทยอยขายทองคําออกมา เพื่อรอซื้อคืนหากไม่หลุด 1,695-1,687 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 


ภาวะตลาดราคาทองคำภาคบ่าย

บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ  02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th

 

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย