ราคาน้ำมันพุ่ง 2% Brent อยู่เหนือ $100/บาร์เรลท่ามกลางความกังวลอุปทานจากอิหร่าน
หลังจากที่เขียนเรื่อง Jitta Ranking Top 30 ของปี 2021 ไป
มีหลายคนถามกันเข้ามาเยอะว่า พี่ช่วยรีวิวหุ้นตัวใหม่ที่ติด Top Ranking ของ Jitta ปีนี้ให้หน่อย ว่ามีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจ ถึงได้ฝ่าด่านอรหันต์เข้ามาติดใน 30 อันดับแรกได้
วันนี้เลยขอหยิบยกหุ้นบางตัวที่ดูน่าสนใจในแต่ละอุตสาหกรรมมาเล่าให้ฟังครับ
แต่ก่อนที่จะไปถึงหุ้นรายตัว อยากเล่าข้อสังเกตที่ผมเห็นปัจจัยร่วมกันบางอย่างของหุ้นหลายตัวที่ติด Top Ranking ได้
1. Jitta Score สูง และสม่ำเสมอในรอบหลายปี
โดยปกติ เรามักจะดูหุ้นที่มี Jitta Score ตั้งแต่ 5 ขึ้นไป เพื่อบอกว่าหุ้นตัวนี้มีคุณภาพที่ดี และในลิสต์นี้ส่วนมากก็เป็นหุ้นที่ได้คะแนนเกิน 5 เป็นส่วนใหญ่ หลายตัวได้ 6-7 คะแนนด้วยซ้ำ และไม่ใช่แค่เพิ่งได้ปีเดียว แต่ดูย้อนหลังไปหลายปี ก็ได้คะแนนประมาณนี้โดยตลอด
2. Jitta Score ไม่สูง แต่ราคา Under Value เยอะ
หุ้นบางตัวที่ติด rank ได้ Jitta Score แค่ 3-4 อาจมองได้ว่าคุณภาพอาจดีน้อยกว่าเพื่อนที่ติด Top 30 ด้วยกัน แต่กลับมีราคาที่ถูกกว่า Jitta Line เยอะมากเช่น 40% นั่นแปลว่า พอเราจับ 2 ปัจจัย มาทำ matrix เข้าด้วยกัน มันเลยติดอันดับ Top Ranking ได้ว่า เป็นหุ้นดีประมาณนึง แต่ราคา under value เยอะเลย
3. ผลประกอบการช่วงหลังเติบโตได้ดี
Jitta มีการปรับ algorithm โดยให้น้ำหนักกับผลประกอบการช่วงปีหลังๆ มากขึ้น เพื่อสะท้อนภาพที่เกิดขึ้นได้ทันกับสถานการณ์ และทำให้ตัดหุ้นที่เคยดี แต่ตอนนี้เริ่มแย่ออกไปได้พอสมควร
4. งบดุลแข็งแกร่ง
นอกจากผลกำไรแล้ว ถ้าเราดูตรง Jitta Factors กับ Jitta Signs ของหุ้นแต่ละตัว เราจะเห็นว่านอกจากกำไรที่ดีแล้ว หุ้นหลายตัวที่ติด Rank ยังมีหนี้สินระยะยาวที่น้อย ความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยดี วงจรเงินสดต่ำ ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นสูง
5. ลงทุนหนักได้ S&A เพิ่มได้ แต่กำไรต้องมี
ข้อสังเกตสุดท้ายคือ ไม่จำเป็นว่าหุ้นที่ติดใน rank ต้องมีค่าใช้จ่ายน้อยเสมอไป เพราะหุ้นหลายตัวมี CAPEX ที่สูง และ SG&A สูง แต่ยังสามารถสร้างรายได้และกำไรให้เติบโตได้ ซึ่งแปลว่า การลงทุนหรือค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่มีนั้น เป็นปัจจัยที่นำไปสร้างสินทรัพย์และก่อให้เกิดรายได้ตามมานั่นเอง
===================
ทีนี้ ผมจะขอยกตัวอย่างหุ้นใหม่ๆ ที่ติด Rank ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังกันครับ โดยเลือกมาให้ดู 2 บริษัทเป็นตัวอย่างที่ Jitta Score สูง มีการเติบโตต่อเนื่องที่น่าสนใจ งบดุลแข็งแรง และมีสตอรี่น่าสนใจที่น่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีได้ นั้่นก็คือ TNP และ ICN จะเป็นอย่างไรไปดูกันเลยครับ
TNP
ปกติถ้าพูดถึงหุ้นร้านค้าปลีก ชื่อของ CPALL (BK:CPALL) น่าจะเป็นชื่อแรกที่นักลงทุนนึกถึง แต่หุ้นที่ติดใน rank กลับไม่มี กลายเป็นว่า TNP หรือ ธนพิริยะ ติดขึ้นมาแทนที่ โดยจุดเด่นของ TNP คือ
ร้านค้าปลีก น่าจะเรียกว่า Supermarket ขนาดเล็กน่าจะเหมาะสมกว่า เน้นขายสินค้าอุปโภค คือ ของใช้เป็นหลัก ราคาสินค้าจัดว่าถูก และหลากหลาย มี 32 สาขา เชียงราย คือ ฐานที่ตั้งหลัก และเริ่มขยายอาณาเขตไปที่เชียงใหม่ พะเยา
แผนการเปิดสาขาใหม่ คือ เปิดปีละ 5 สาขา ตามเงินทุนที่มี ครอบครองอาณาเขตภาคเหนือให้ได้ก่อน
ยอดขาย 9 เดือนแรกปี 2020 ทีแรกก็คิดว่าพังแน่ แต่พอมาดูตัวเลข ไม่ใช่เลย ขายของไปได้ 1580 ล้านบาท +9% เรียกได้ว่า โตสวน COVID เลยทีเดียว ซึ่งได้ประโยชน์จากการตุนสินค้า เงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐผ่านมาตรการต่างๆ สาขาที่เปิดใหม่ เป็นต้น และไม่ใช่โตแค่ปีนี้ แต่ทีผ่านมาก็โตปีละ 10% อยู่แล้ว
กำไรสุทธิ 9 เดือนแรก ปี 2020 ทำได้ 89 ล้านบาท +59% คือ นอกจากยอดขายจะโตดีแล้ว ยังควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ยิ่งเปิดสาขาเยอะยิ่งได้ Economy of Scale ได้ส่วนลดจาก supplier เพิ่มขึ้น การใช้งานพื้นที่คลังสินค้าก็คุ้มค่ามากขึ้น
D/E 0.34 เท่า ถือว่าต่ำมาก ขยายร้านขยายสาขาไปได้อีกเยอะ
ROE 17.2 เท่า ถือว่าสูงใช้ได้และไม่ได้มาจากการก่อหนี้ด้วย
P/E 25.8 เท่า P/BV 4.2 เท่า
Jitta Score 6.98 (CPALL 5.53)
ราคาแพงกว่า Jitta Line 22.3%
โดยสรุป TNP ถือว่าเป็นหุ้นเล็กที่เติบโตได้ดีทั้งรายได้และกำไร (NPM 5.6% สูงกว่า CPALL ที่ 3%) แต่ก็มีข้อที่ต้องระวังอยู่บ้างคือ
การเติบโตนั้นมาจากการเปิดสาขาใหม่ และอยู่ในภาคเหนือเป็นหลัก แต่ละปีเปิดประมาณ 5 สาขา ถ้าให้เปิดมากกว่านี้ต้องไปดูเงินทุนหมุนเวียนว่าไหวมั้ย และคลังสินค้าที่ปัจจุบันใช้พื้นที่ไป 75% จะไหวไหม รวมถึงถ้าขยายออกนอกพื้นที่เชียงรายจะทำได้ดีขนาดไหน
มาตรการภาครัฐที่ให้เงินผ่านบัตรสวัสดิการผ่านโครงการต่างๆ เป็นลูกค้าหลักของ TNP ถ้าเมื่อไหร่ที่โครงการแบบนี้มีน้อยลง รัฐให้เงินลดลงในแต่ละปี จะกระทบกับกำลังซื้อของลูกค้าได้
=======================
ICN
บริษัทรับเหมาวางระบบโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม และขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมทุกประเภท รวมถึงบริการซ่อมบำรุงรักษาด้วย ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นรัฐวิสาหกิจ เช่น CAT, TOT
ธุรกิจแบบนี้งานดูไม่แน่นอนต้องคอยตามงานประมูลแต่ละปี การแข่งขันซึ่งจะส่งผลต่อมาร์จิ้น และ Backlog ของบริษัทว่ามีมากน้อยแค่ไหน
ยอดขาย 9 เดือนแรกปี 2020 ทำได้ 1,003 ล้านบาท +37.6% และถ้าดูย้อนหลังไปเราก็จะเห็นว่ารายได้เพิ่มมาตลอด แต่จะมีขึ้นแรงมากกับขึ้นแรงน้อยต่างกันไป
กำไรสุทธิ 9 เดือนแรก ปี 2020 ทำได้ 76 ล้านบาท +38.2% โตตามรายได้ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
Backlog มีไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมาก แต่เราต้องตามไปดูด้วยว่า งานที่ได้มาร์จิ้นดีแค่ไหน เพราะบางทีได้งานเยอะแต่มาร์จิ้นบางกำไรก็ไม่เหลือเหมือนกัน ถ้าดูรอบ 9 เดือน GPM ลดลงจาก 16.7% เหลือ 15.5% เพราะไปรับงานบำรุงรักษามาเยอะ แล้วการแข่งขันสูง ทำให้มาร์จิ้นลดลง
D/E 1.36 เท่า อาจจะดูเหมือนไม่ต่ำ แต่ถ้าไปดูรายละเอียดจะพบว่าเป็น
ลูกหนี้การค้าเยอะ ซึ่งสองคล้องกับรายได้ที่เพิ่ม แปลว่าได้งานเพิ่ม และถ้าไปดูอายุหนี้คงค้างก็ยังอยู่ในช่วงที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ แปลว่ายังไม่น่าห่วง
.
เงินกู้ก็มี แต่เป็นระยะสั้นมากกว่า น่าจะเอามาหมุนเวียนซื้อวัสดุ และลงทุนก่อสร้าง ไม่ได้มีหนี้สินระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับ Jitta Signs ที่บอกว่า หนี้ระยะยาวน้อย CAPEX ต่ำ
ROE 20.5 เท่า ถือว่าสูงใช้ได้ P/E 25.8 เท่า P/BV 4.2 เท่า
P/E 13.3 เท่า P/BV 2.6 เท่า
Jitta Score 6
ราคาถูกกว่า Jitta Line 45.1%
โดยสรุป ICN ก็เป็นหุ้นตัวเล็กอีกตัวที่น่าสนใจ คุณภาพดี แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงงานต่างๆ ว่ามีเยอะน้อยแค่ไหน backlog เป็นอย่างไร และเนื่องจากเป็นงาน operation ต้องดูด้วยว่าจะประสบกับปัญหา lock down เข้าพื้นที่ไม่ได้ในช่วง COVID หรือไม่
ฝาก tip ให้นิดนึงสำหรับหุ้นแบบนี้ ให้เปิดดูงบดุลจะเห็นรายการ “รายได้ยังไม่เรียกชำระ” ตรงสินทรัพย์ และ “รายได้รับล่วงหน้าจากลูกค้า” ในฝั่งของหนี้สิน ลองเอาตัวเลขแต่ละไตรมาสมาเรียงกัน ดูคู่ไปกันรายได้แต่ละไตรมาส ก็พอจะเห็นความสัมพันธ์ และบอกเป็นนัยได้ว่างบในอนาคตน่าจะดีหรือไม่ดี
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Stock Vitamins - วิตามินหุ้น
