สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหลังขาดทุนหนักจากภาษีศุลกากรและความกังวลเรื่อง AI
สรุป ราคาทองคํา ช่วงเช้าค่อยๆขยับขึ้น โดยเห็นแรงซื้อเข้ามาหนุนราคาทองคําไว้เมื่อราคาปรับตัวลงแรง โดยทองคํายังคงได้รับแรงซื้อท่ามกลางความตึงเครียดสหรัฐ-จีนที่ดําเนินต่อไปจากท่าทีของสหรัฐที่มีต่อจีนยังคงเป็นไปในเชิงแข็งกร้าว แม้ว่าปธน.สี จินผิงของจีนกล่าวที่การประชุมเศรษฐกิจโลกเมื่อวานนี้ เรียกร้องให้ผู้นําโลกยกระดับ ความแข็งแกร่งด้านความร่วมมือด้านนโยบายพหุภาคีและส่งเสริมบทบาทของกลุ่ม G20 ในการกํากับดูแลเศรษฐกิจโลก แต่นางเจน ซากี โฆษกทําเนียบขาวระบุว่า ข้อ เรียกร้องของปธน.สีจะไม่ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การปฏิบัติต่อจีนของคณะบริหารภายใต้การนําของปธน.ไบเดน จึงกระตุ้นแรงซื้อเข้าตลาดทองคํา
อย่างไรก็ดี การขึ้นของราคาทองคําเป็นไปในกรอบจํากัดเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนรอความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังของสหรัฐวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากวานนี้(25 ม.ค.)มีสมาชิกสภาคองเกรสบางคนที่มองว่าเงินก้อนนี้ใช้งบประมาณมากเกินไป เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ได้มีการอนุมัติเงินแพ็กเกจ 9 แสนล้านดอลลาร์ไปแล้ว ได้แก่ ส.ว.ซูซาน คอลลินส์ จากพรรครีพับลิกันระบุว่ายังคงเร็วเกินไปที่จะอนุมัติเงินแพ็กเกจที่มีมูลค่าเยอะขนาดนี้ นอกจากนี้ราคาทองคําถูกกดดัน หลังบริษัท Moderna Inc ประกาศว่า จะเริ่มทดลองวัคซีนในแบบที่มีการปรับเปลี่ยนที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสําหรับไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์แอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นความพยายามในการยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในขณะนี้ ปัจจัยบวกและลบที่เข้ามาส่งผลให้ระยะสั้นราคาทองคําฟื้นตัวขึนในกรอบ จํากัดด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า ราคาพยายามสอบแนวต้านโซน 1,870-1,875 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านได้ ต้องระมัดระวังแรงขายทํากําไรเนื่องจาก ช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคํามีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมา อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,845-1,837 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง
แนะนํากลยุทธ์การลงทุน รอจังหวะเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,845-1,837 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,837 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และให้ทยอยทํากําไรหากราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน 1,870-1,875 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คำแนะนำ: รอการอ่อนตัวลงของราคาหากไม่หลุดแนวรับ บริเวณ 1,845-1,837 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พิจารณาเข้าซื้อทํากําไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว หากราคาไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,870-1,875 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนําทยอยทํากําไร
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
