นักลงทุนหวังรายงานผลกำไรของบริษัทเทคฯ จะช่วยค้ำขาขึ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

เผยแพร่ 25/01/2021 12:08

ดัชนีหลักในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์ที่แล้วด้วยการปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดตลอดกาล แม้ว่าจะได้ประธานาธิบดีคนใหม่นายโจ ไบเดนไปเป็นที่เรียบร้อย และเชื่อว่าสหรัฐอเมริกาต่อจากนี้จะกลับมาอยู่ในร่องในรอยได้มากขึ้น แต่นักลงทุนก็ยังแสดงความเป็นกังวลเกี่ยวกับภาพรวมยอดผู้ติดเชื้อโควิดภายในอเมริกาและคาดหวังว่าสัปดาห์นี้จะได้เห็นข่าวดีเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ไบเดนได้สัญญาเอาไว้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานออกมาจากนักวิเคราะห์ของสำนักข่าว “Wall Street Journal” ว่า “มีโอกาสที่สัปดาห์นี้ขาขึ้นในตลาดหุ้นจะยังสามารถปรับตัวขึ้นไปได้หากรายงานผลประกอบการของบริษัทเอกชนสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ออกมาดี” เหตุใดรายงานผลประกอบการของสัปดาห์นี้จึงสำคัญกว่าสัปดาห์อื่นๆ ทั้งที่สัปดาห์ที่แล้วก็มีการรายงานของกลุ่มธนาคารไป? สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเป็นเพราะสัปดาห์นี้ถึงคิวของบริษัทที่อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เชื่อว่านักลงทุนทุกคนต้องรู้จักกันดีอย่างเช่นแอปเปิล (NASDAQ:AAPL) เทสลา (NASDAQ:TSLA) เฟซบุ๊ก (NASDAQ:FB) และบริษัทอื่นๆ อีกมากมาย

การรายงานผลประกอบการครั้งนี้อาจทำให้ดัชนีสหรัฐฯ ดีดขึ้นแรง

ดัชนีเอสแอนด์พี 500ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเมื่อวันศุกร์ที่แล้วเป็นครั้งแรกในรอบสี่วันอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ในสหราชอาณาจักรที่แพร่ได้รวดเร็วกว่าและเป็นอันตรายมากกว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษถึงขั้นออกโรงเตือนว่าผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคนี้ได้ง่ายขึ้น 30% และมีโอกาสแพร่โควิดได้ไวถึง 50-70% ในขณะเดียวกัน บุคคลากรทางการแพทย์ของสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโควิดสายพันธุ์ใหม่ว่า “ต้องการข้อมูลมากกว่านี้”

แม้เอสแอนด์พี 500 จะปรับตัวลดลง 0.3% เมื่อวันศุกร์ แต่ตลอดทั้งสัปดาห์ที่แล้ว กราฟสามารถปรับตัวขึ้นมาได้ 1.9% และสามารถปิดเหนือจุดสูงสุดของสัปดาห์ในวันที่ 15 มกราคมได้ พระเอกที่ยังช่วยหนุนดัชนีดังกล่าวให้ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี หุ้นในกลุ่มผู้ให้บริการโทรคมนาคมปรับตัวขึ้น 5.4% ในขณะที่หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 4.25%

นอกจากดัชนีเอสแอนด์พี 500 แล้ว ดัชนีตัวอื่นๆ อย่างดาวโจนส์ แนสแด็กและรัสเซล 2000 ต่างก็สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้ทั้งหมด  และได้ทำสถิติขาขึ้นหลังพิธีสาบานตนที่แรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1932 อันที่จริง ตลาดสามารถวิ่งอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นมาได้ตั้งแต่ก่อนการมาของไบเดน และทีมงานแล้ว ทุกคนก็ทราบดีว่าตั้งแต่ทราบผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่ทรัมป์พ่ายแพ้ก็หนุนให้ตลาดหุ้นอยู่ในขาขึ้นมาโดยตลอด ยิ่งได้เห็นภาพที่เดโมแครตสามารถครองได้ทั้งทำเนียบขาว สภาสูงและสภาล่างได้แล้ว และคำสัญญาของไบเดนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจอีก $1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐยิ่งที่ทำให้ตลาดปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยิ่งตลาดสามารถขึ้นสูงได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดูเหมือนกับว่าตลาดวิ่งออกห่างจากความเป็นจริงมากเท่านั้น หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2008 ของสหรัฐฯ คือการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณหรือที่เรารู้จักกันในนามของ “QE” การมาของโควิดทำให้รัฐบาลไม่มีทางเลือกนอกจากต้องอัดเงินเข้าระบบเสริมสภาพคล่อง ทำให้นักลงทุนบางส่วนยิ่งกังวลว่าการกระตุ้นอีก $1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐจะยิ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงที่อเมริกาต้องเจอกับปัญหาอัตราเงินเฟ้ออีกครั้งหนึ่ง

SPX Monthly 2016-2021

แม้ว่าเราจะพยายามวิเคราะห์มาตั้งแต่ปี 2020 แล้วว่าขาขึ้นของเอสแอนด์พี 500 ที่ติดกรอบสามเหลี่ยมปากอ้าด้านบนมีโอกาสที่จะสวิงกลับลงมาได้ทุกเมื่อ แต่ยิ่งสหรัฐฯ อัดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมากเพียงใด กราฟก็มีแต่จะปรับตัวสูงขึ้นจนในที่สุดก็สามารถหลุดกรอบสามเหลี่ยมปากอ้าขึ้นไปได้เรียบร้อย ความเห็นของเราตอนนี้คือกราฟมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อโดยมีแนวรับอยู่ที่ 3,600 จุดVIX Daily

ดัชนีวัดความผันผวนของตลาดลงทุน (VIX) ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นเทรนด์ไลน์ขาขึ้นที่ลากมาตั้งแต่จุดต่ำสุดวันที่ 27 พฤศจิกายนเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว สร้างความเป็นไปได้ที่อาจทำให้เกิดรูปแบบหัวไหล่ (Head & Shoulder) ในทิศทางลงต่อเกิดขึ้นโดยมีเทรนด์ไลน์ขาลง (เส้นประ) คอยคุมทิศทางของกราฟเอาไว้อยู่

กราฟผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นที่เกิดอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพราะกราฟได้สร้างรูปแบบธงที่หนุนความเป็นเป็นได้ของแนวโน้มขาขึ้น ยิ่งการเกิดกรอบรูปธงเกิดขึ้นในบริเวณที่ใกล้กับกรอบราคาด้านบนยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่อาจมีการทะลุกรอบราคาขึ้นไป

UST 10Y Daily

กราฟดัชนีดอลลาร์สหรัฐยังไม่สามารถขึ้นยืนเหนือเทรนด์ไลน์ที่ลากมาตั้งแต่จุดสูงสุดในเดือนมีนาคมปี 2020 ได้DXY Daily

การที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐยังไม่สามารถขึ้นยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันได้ ผลักราคาให้ตกลงไปอยู่ต่ำกว่าเส้นเทรนด์ไลน์ที่ลากมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2020 และทำให้กราฟหลุดกรอบราคาขาขึ้นระยะสั้นออกมาในที่สุด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนกำลังให้ความสนใจคือขาลงครั้งนี้จะเป็นการลงไปสร้างส่วนของไหล่ขวาตามรูปแบบหัวไหล่ (Head & Shoulder) หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น มีโอกาสที่กราฟจะปรับตัวขึ้นในระยะยาว แต่ก็ต้องผ่านเทรนด์ไลน์ขาลงใหญ่ขึ้นมาให้ได้ก่อน

เมื่อพูดถึงทองคำตอนนี้ นักลงทุนในตลาดค่อนข้างสับสนว่าจะถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่คานอันตราเงินเฟ้อดีหรือถือในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยดีGold Daily

กราฟราคาทองคำวิ่งอยู่ในกรอบธงลู่ขึ้นที่ไม่สมบูรณ์แบบตามทฤษฎีเท่าไหร่ เหตุผลที่ไม่สมบูรณ์แบบเพราะมีส่วนไส้ของแท่งเทียนที่หลุดกรอบออกมา หากราคาทองคำสามารถทะลุหลุดกรอบขาลงใหญ่ขึ้นมาได้ อาจเป็นการเปิดโอกาสให้ขาขึ้นสามารถกลับมามีบทบาทได้อีกครั้ง

ราชาสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ปรับตัวลดลงวิ่งอยู่ในกรอบมาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม แบ่งนักลงทุนออกเป็นสองฝั่งระหว่างฝั่งที่เชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการปรับฐานระยะสั้นกับกลุ่มที่เชื่อว่านี่คือการย่อเพื่อรอที่จะปรับตัวขึ้นต่อBTC/USD Daily

แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลดลงในวันศุกร์ แต่ราคาก็ยังสามารถดีดกลับขึ้นมามีราคาปิดสูงกว่าจุดต่ำสุดได้Oil Daily

กราฟราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดของกรอบราคาและเส้นเทรนด์ไลน์ขาขึ้นระยะยาวพอดี แม้จะเป็นการวิ่งอยู่ในรูปแบบธงขาลง แต่ก็มีโอกาสที่การวิ่งแบบนี้จะเป็นการพักตัวเพื่อปรับตัวขึ้นต่อในสัปดาห์นี้

ข่าวทางเศรษฐกิจที่สำคัญประจำสัปดาห์ (เวลาทั้งหมดคำนวณเป็น EST)

วันจันทร์

03:45 (ยูโรโซน) แถลงการณ์จากประธานธนาคารกลางแห่งสหภาพยุโรปนางสาวคริสตีน ลาการ์ด

04:00 (เยอรมัน) ดัชนีวัดบรรยากาศทางธุรกิจโดยสถาบัน Ifo: คาดว่าจะปรับตัวลดลงจาก 92.1 เป็น 91.8

 

วันอังคาร

02:00 (สหราชอาณาจักร) รายงานจำนวนคนว่างงานที่ใช้สิทธิประโยชน์จากการว่างงาน: ครั้งที่แล้วมีตัวเลขออกมาอยู่ที่ 64.3K

10:00 (สหรัฐฯ) รายงานตัวเลขความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจากซีบี: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 88.6 เป็น 89.0

19:30 (ออสเตรเลีย) ดัชนีราคาผู้บริโภค: คาดว่าตัวเลขแบบไตรมาสต่อไตรมาสจะลดลงมากกว่าครึ่งจาก 1.6% เป็น 0.7%

 

วันพุธ

08:30 (สหรัฐฯ) รายงานตัวเลขยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 0.4% เป็น 0.5%

10:30 (สหรัฐฯ) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง: ตัวเลขในสัปดาห์ที่แล้วลดลง 1.975 ล้านบาร์เรล

14:00 (สหรัฐฯ) ผลการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ: คาดว่าคงเดิมอยู่ที่ 0.2%

วันพฤหัสบดี

08:30 (สหรัฐฯ) รายงานตัวเลข GDP: คาดว่าจะลดลงจาก 33.4% เหลือ 4.0%

08:30 (สหรัฐฯ) รายงานตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก: คาดว่าจะลดลงจาก 900Kคน เป็น 878Kคน

10:00 (สหรัฐฯ) รายงานตัวเลขยอดขายที่อยู่อาศัยใหม่: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 841K เป็น 860K

วันศุกร์

04:00 (เยอรมัน) รายงานตัวเลขอัตราการว่างงาน: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก -37K เป็น 3K

08:30 (แคนาดา) รายงานตัวเลข GDP: คาดว่าแบบเดือนต่อเดือนจะคงที่อยู่ที่ 0.4%

10:00 (สหรัฐฯ) รายงานตัวเลขยอดขายที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างรอจำนอง: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก -2.6% เป็น -0.6%

วันเสาร์

20:00 (ประเทศจีน) รายงานตัวเลขดัชนี PMI ภาคการผลิต: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 51.9 เป็น 52.0

ความคิดเห็นล่าสุด

Be patient, investors must try this if they will make it better in currency. There has to be one thing to choose and support what is with investors, if Bitcoin grows it will allow the stock to grow accordingly. But there will be some things that will decrease some days. But be sure Investors are still strong With every stock available, but may not be a concern Investors are worried about the people from the COVID situation, but everything is not so bad, things are starting over, new leaders, vaccines being delivered to the people. It must be better, thank you very much.
การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย