สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ร่วงท่ามกลางความวุ่นวายเรื่องภาษีของทรัมป์ รอผลประกอบการ Nvidia
ราคาทองคำ วานนี้ปิดปรับตัวพุ่งขึ้น 16.01 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนหลักมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ จากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะย้ำจุดยืนผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมที่กำลังจะสิ้นสุดลงในสัปดาห์นี้
บวกรวมกับการที่นักลงทุนมีการเทขายดอลลาร์ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าจากความต้องการสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางการร่วงลงของตลาดหุ้นและน้ำมัน อย่างไรก็ดี สัปดาห์นี้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง(Risk On) อีกครั้งขานรับข่าวความคืบหน้าวัคซีนต้าน COVID-19 ทั้ง "Pfizer" ที่ออกมาระบุว่าอาจสามารถกระจายวัคซีนแก่ชาวอเมริกันก่อนสิ้นปี
ส่วน “รัสเซีย” เริ่มแจกจ่ายวัคซีนชื่อว่า "สปุตนิค-ไฟว์" ล็อตแรกทั่วประเทศแล้ว ขณะที่ AstraZeneca-Oxford กลับมาทดลองวัคซีนต้านCOVID-19 เฟส 3 แล้วในสัปดาห์นี้
พร้อมกันนี้สินทรัพย์เสี่ยงยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากกระแสการควบรวมกิจการในตลาดโดยเฉพาะดีล"ออราเคิล" ซื้อกิจการ TikTok อีกด้วย ปัจจัยที่กล่าวมากดดันให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่า -0.30% จนหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นกว่า 26 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากระดับต่ำสุดในระหว่างวันที่ 1,936.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์สู่ระดับสูงสุดบริเวณ 1,962.54 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านกองทุน SPDR (NYSE:GLD)ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index), อัตราการใช้กำลังผลิต และการผลิตภาคอุตสาหกรรม ของสหรัฐ
แม้ว่าวันก่อนหน้าราคาจะทำระดับสูงสุดใหม่ได้ แต่การเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังคงอยู่ในกรอบแคบ หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,966 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้(ระดับสูงสุดของสัปดาห์ก่อนหน้า) อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลง โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,936-1,927 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวต้านดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป
กลยุทธ์การลงทุน แบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,966 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรหากการอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือโซน 1,936-1,927 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แต่หากราคาหลุดแนวรับแรกแนะนำชะลอการเข้าซื้อคืนไปที่แนวรับถัดไปโซน 1,906 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อัพเดตราคาทองคำ GOLD SPOT XAU/USD
บทวิเคราะห์จาก YLG BULLION
