ราคา Bitcoin วันนี้: ลดลงที่ $76k หลังจากแตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือนจากการเทขายครั้งใหญ่
ยอดการส่งออกไทยเดือนกรกฎาคมยังคงหดตัว 11.37%y/y แต่ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ราว -19.0% หนุนโดยการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกหลังผ่อนคลายมาตรการLockd
own ส่วนยอดนำเข้าดิ่งลง 26.38%y/y ทำให้ดุลการค้ายังคงเกินดุลกว่า 3.3 พันล้านดอลลาร์
เราคงมองว่า การส่งออกไทยจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของปีขณะที่การนำเข้าอาจฟื้นตัวได้ช้าตามภาพเศรษฐกิจในประเทศที่ค่อยๆฟื้นตัว
ทำให้ดุลการค้ามีแนวโน้มเกินดุลต่อเนื่องและช่วยให้ดุลบัญชีเดินสะพัดทั้งปีอยู่ในระดับ 3%-4% ของ GDP
เราประเมินว่า การเกินดุลการค้าจะช่วยหนุนให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นแตะระดับ30.50 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นปีแม้ว่าการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างชาติจะยังไม่ฟื้น ดังนั้น ผู้ส่งออกควรเตรียมป้องกันความเสี่ยงค่าเงินหากแนวโน้มเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง
กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนกรกฎาคมโดยยอดการส่งออกหดตัวลดลงเหลือ -11.37%ขณะที่ยอดการนำเข้าหดตัวมากขึ้นถึง -26.38%
จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนยอดการส่งออกสินค้ามีมูลค่า 18.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 14% แต่คิดเป็นการหดตัว 11.37%y/y โดยสินค้าอุตสาหกรรมหดตัว 10.3% ดีขึ้นจากที่หดตัวถึง 25.1% ในเดือนก่อนหน้า หนุนโดยการฟื้นตัวของยอดการส่งออกสินค้าเกือบทุกหมวด โดยเฉพาะสินค้าอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หดตัว 6.9% จากที่หดตัวกว่า 15% เช่นเดียวกับ สินค้าในกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนก็ฟื้นตัวดีขึ้น โดยหดตัว 25.2% จากที่หดตัวกว่า 40% อย่างไรก็ดี สินค้าเกษตรยังคงเผชิญปัญหาหนัก สะท้อนจากปริมาณการส่งออก (Volume) ที่หดตัวหนักขึ้น ในเกือบทุกหมวดสินค้า ยกเว้น สินค้าจากมันสำปะหลังที่ปริมาณการส่งออกโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ถึง 12.4% จากปีก่อนหน้า
ยอดนำเข้ามีมูลค่า 15.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 4.7% แต่หดตัว 26.4%y/yมาจากยอดนำเข้าสินค้าทุนและสินค้าวัตถุดิบที่หดตัวลงมากขึ้นถึง 25.1%
และ 24.1% ส่วนยอดการนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงโดยเฉพาะน้ำมันดิบก็หดตัวกว่า 45% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากฐานราคาน้ำมันดิบที่สูงกว่าปีนี้ราว 30%
เราคาดว่า ดุลการค้าจะเกินดุลต่อเนื่องและหนุนให้ เงินบาทแข็งค่าขึ้น แตะ 30.50 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นปี
การส่งออกสินค้าไทยจะทยอยฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก ขณะที่ยอดการนำเข้าจะฟื้นตัวได้ช้ากว่า จากการเลื่อนลงทุนของบริษัทเอกชนส่วนความต้องการสินค้าในประเทศก็จะค่อยๆฟื้นตัวและราคาน้ำมันก็จะต่ำกว่าปีก่อนราว 30%ทำให้มูลค่าการส่งออกจะสูงกว่าการนำเข้าเสมอและช่วยให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นแตะ 30.50 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นปีผู้ส่งออกจึงควรเตรียมป้องกันความเสี่ยงกรณีเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้ในระยะสั้นเงินบาทมีความเสี่ยงที่จะผันผวนสูงขึ้นและอาจอ่อนค่าลงใกล้ระดับ 31.80 บาทต่อดอลลาร์ได้ จากปัจจัยความขัดแย้งระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงใกล้การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ประเด็นการระบาดของ COVID-19 ระลอกที่สองและความอ่อนไหวของการเมืองในประเทศ
