หุ้นเอเชียพุ่งแรงหลังทรัมป์ประกาศยุติสงครามอิหร่าน เกาหลีใต้นำโด่ง
|
SET: คาดการณ์ SET Index มีโอกาสปรับตัวหลุดระดับ 1300 จุดในวันนี้ ตามหลังแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่มีตัวชี้นำจากการปรับตัวของ ETF หุ้นไทยเมื่อคืนนี้ที่ลงไปถึง 2.8% เทียบกับ MSCI Thailand เมื่อวานนี้ที่ลงไปราว 2.0% โดยมีปัจจัยกดดันภายนอกที่สำคัญนั่นก็คือการแข็งค่าของเงิน USD ภายหลังจากรายงาน FOMC Minutes ไม่ได้บ่งชี้ถึงการเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมที่ชัดเจนแต่อย่างใดถึงแม้ว่า Fed จะยังมีมุมมองที่ไม่ดีมากนักต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ นอกจากนั้น ยังมีประเด็นข่าวที่ว่าสหรัฐฯได้ระงับสิทธิประโยชน์ทางการค้าบางฉบับกับทางฮ่องกงอีกด้วย ส่วนปัจจัยกดดันภายในได้แก่ประเด็น COVID-19 ที่พบผู้ป่วยคนไทยติดเชื้อ 2 ราย รวมถึงปัจจัยการเมืองที่ทางพรรคภูมิใจไทยออกมาสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 พร้อมเสนอให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่หลังมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน THB: ปัจจัยทั้งหลายข้างต้นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ล่าสุดเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าอย่างมีนัยสำคัญจนมาอยู่ที่ระดับ 31.38 บาท/ดอลลาร์ฯ สูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.ค.ที่ผ่านมา และถือเป็นสกุลเงินในเอเชียที่อ่อนแอมากที่สุดต่อไป มองปัจจัยดังกล่าวเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มส่งออก ซึ่งเรายังคงชื่นชอบกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ต่อไป เนื่องจากน่าจะเป็นกลุ่มที่มี Earnings momentum ที่ดีในช่วงครึ่งปีหลัง โดย Top pick ยังคงได้แก่ KCE และ HANA เช่นเดิม Valuation: ส่วนในแง่ของการประเมินระดับดัชนี SET ที่เหมาะสมนั้น ล่าสุดประมาณการ EPS ปีหน้าของ SET ลดลงอีกเล็กน้อยมาอยู่ที่ 76.5 บาท ซึ่งหากใช้ตัวเลขดังกล่าวมาคูณกับ Forward PE กรณีดีสุดของเราที่ 16.8 เท่า จะได้ว่าระดับดัชนี SET ที่เหมาะสมจะอยู่เพียงแค่ 1285 จุดเท่านั้น ตราบใดที่ SET ยังลงมาไม่ถึงระดับนี้ มองว่าในภาพรวมสามารถใช้กลยุทธ์ Wait & See ต่อไปก่อนได้ ยังไม่ต้องรีบร้อนเข้าลงทุนแต่อย่างใด
|
PTG:มองเป็นผู้เล่นที่น่าสนใจที่สุดบนธีมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวรอบใหม่ที่คาดว่าจะมีการเพิ่มสิทธิ์โครงการ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ จาก 5 คืนเป็น 10 คืนต่อราย และขยายสิทธิ์ครอบคลุมไปถึงกลุ่มนิติบุคคล เนื่องจากน่าจะทำให้ปริมาณการสัญจรของผู้คนในประเทศนั้นยังอยู่ในเกณฑ์ดีต่อไป
นอกจากนั้น ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญยังคงได้แก่ค่าการตลาดที่ยังทรงตัวในระดับสูง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ผันผวนต่ำ ส่งผลให้การบริการจัดการ Inventory นั้นเป็นไปโดยง่าย ทั้งนี้เราประเมินว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกช่วง 3 เดือนข้างหน้าจะยังทรงตัวในกรอบแคบต่อไปจากข้อตกลงการลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ที่ยังคงมีอยู่ไปจนถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งสามารถช่วย Balance อุปสงค์ที่ยังคงหดหายไปได้ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ในเชิงพื้นฐานที่ราคาเป้าหมายเดิม 20 บาท และให้เป็นหนึ่งใน Top pick สำหรับการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
