สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ร่วงท่ามกลางความวุ่นวายเรื่องภาษีของทรัมป์ รอผลประกอบการ Nvidia
หลังจากที่บัฟเฟตต์ทุ่มเงินซื้อหุ้นเหมืองทองไปกว่า 563 ล้านเหรียญ ! คงต้องทำให้นักลงทุนหลายๆท่านหันมาย้อนดูพอร์ตของตัวเองอีกครั้ง ว่าควรจะเพิ่มสัดส่วนของการถือทองคำเข้าไปช่วยลดความเสี่ยงของราคาหุ้นหรือไม่ ?
นี่อาจเป็นสัญญาณสำหรับนักลงทุนทั่วโลกว่าเรากำลังอยู่ในสภาวะ #NewNormal ของตลาดการเงินโลก ที่ไม่เคยเห็นดอกเบี้ยต่ำติดดินทั่วโลกขนาดนี้มาก่อน
วันนี้เราลองย้อนกลับไปดูความเห็นของ 2 นักลงทุนระดับตำนานอย่าง Ray Dalio และ Warren Buffet กันก่อนดูครับ เป็นที่น่าสนใจมากๆที่ถึงแม้ทั้งคู่จะประสบความสําเร็จจากการลงทุนมามากเท่าไหร่ แต่มุมมองในเรื่องของ #ราคาทองและหุ้น ของทั้งคู่นั้นกลับเคยแตกต่างกันเหลือเกิน !
Warren Buffet ได้กล่าวไว้ว่า
“You could take all the gold that’s ever been mined, and it would fill a cube 67 feet in each direction. For what it’s worth, you could buy all of the farmland in the United States and 10 Exxon Mobils Company and have $1 trillion of walking-around money. Or you could have a big cube of metal. Which would you take? Which is going to produce more value?”
หรือแปลความหมายได้ว่า "ถ้าคุณเอาทองคำในโลกทั้งหมดมาหลอมรวมกัน มันจะมีขนาดเป็นก้อนลูกบาศก์ขนาดด้านละ 67 ฟุต และมันจะมีค่าเท่ากับเงินประมาณ 7 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งคุณสามารถนำเอาไปซื้อพื้นที่ไร่ทั้งหมดในประเทศสหรัฐได้ และยังซื้อบริษัท Exxon Mobil ได้อีก 10 บริษัท แถมยังเหลือเงินสดทอนติดกระเป๋ากลับมาอีก 1 ล้านล้านเหรียญ คุณลองเลือกดูละกันว่าอย่างไหนจะสามารถทำเงินให้คุณได้มากกว่ากัน"
ทางบัฟเฟตต์นั้นเชื่อว่าธุรกิจที่ดีนั้นย่อมทำกำไรได้สูงเกินกว่ามูลค่าของทองที่เพิ่มขึ้นเสมอ และเขาก็จะเลือกธุรกิจที่ดีแทนการถือก้อนทองคำทุกๆครั้งหากเขามีสิทธิเลือกได้
แต่ทาง Ray Dalio กลับกล่าวไว้ว่า
"If you dont own gold...there is no sensible reason other than you dont know history or you dont know the economics of it..."
หรือแปลความหมายได้ว่า "ถ้าคุณเป็นนักลงทุนและไม่ถือทองคำ มันคงไม่มีคำอธิบายอะไรนอกจากว่าคุณไม่รู้ทั้งประวัติศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ของโลกเรา"
ทางดาลิโอนั้นเชื่อว่าการถือทองคำในพอร์ตลงทุนนั้นไม่ใช่เพียงจะช่วยทั้งลดความเสี่ยงแต่ยังช่วยเร่งผลตอบแทนของพอร์ตลงทุนคุณได้ด้วยในระยะยาว และเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่แนะนำให้ถือทองคำในพอร์ตเสมอ
ใครผิดหรือใครถูกในเรื่องนี้ ?
จริงๆแล้วคงไม่มีใครผิดหรือใครถูกครับ ทั้งคู่นั้นเป็นนักลงทุนระดับตำนาน แต่สิ่งที่แตกต่างกันที่หลายคนอาจจะไม่ทราบคือ #วิธีในการลงทุนของทั้งคู่
Ray นั้นเน้นการลงทุนระยะยาวแบบไม่ต้องปรับพอร์ตบ่อยๆไม่ว่าจะเจอวิกฤตหรือไม่ก็ตาม เพราะฉะนั้นหากเราจะไม่มีการปรับพอร์ตบ่อยๆ การถือทองคำนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจได้อย่างมากมาย ประกอบกับช่วยเร่งผลตอบแทนในช่วงที่เงินเฟ้อนั้นสูงได้ด้วย
ในทางตรงกันข้ามรูปแบบในการลงทุนของ Buffet นั้นคือการเน้นถือธุรกิจที่ดี ซึ่ง Buffet พูดถูกที่หากธุรกิจนั้นเป็นธุรกิจที่ดีและมีการเติบโตสูง ยังไงก็ตามมูลค่าที่ธุรกิจนั้นจะสร้างได้ย่อมจะสูงกว่าการขึ้นของราคาทองแน่นอน แต่ในช่วงที่ราคาหุ้นนั้นสูงไปแล้วหรือวิกฤตกำลังจะมาทาง Buffet อาจจะเลือกที่จะขายหุ้นและถือเงินสดรอแทนการบริหารความเสี่ยงพอร์ตด้วยการถือทองแทน
ทำให้ #แผนการลงทุนของทั้งคู่นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Ray พยายามพูดเหน็บ Buffet ในการไม่ถือทองคำ
นักลงทุน VI อย่าง Warren Buffet เคยบอกเสมอว่า "Cash is King" (เงินสดคือราชา) แต่ Ray Dalio กลับออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "Cash is Trash" (เงินสดคือขยะ) หรือเรียกได้ว่าเป็นมุมมองที่ตรงกันข้ามกับ Buffet เลย !
ต้องเล่าว่าในมุมมองของ Ray นั้นคือ เงินสดกำลังด้วยค่าลงอยู่เสมอทุกๆวันเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น เพราะเงินสดนั้นไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและกำลังเฟ้อขึ้นทุกวัน ทำให้ Ray นั้นไม่นิยมถือเงินสดเยอะและเป็นการเหน็บปู่ Buffet ที่กำลังถือเงินสดเยอะเต็มมืออยู่ในขณะนี้ด้วย
แต่ในมุมมองของ Buffet นั้น เขามองว่าเงินสดคือราชา เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ตลาดอาจเกิดวิกฤต ราคาหุ้นอาจตกครั้งใหญ่ เมื่อเวลานั้นมาถึงเขาจะได้ใช้เงินสดที่รอพร้อมอยู่แล้วเหล่านี้เร่งเข้าซื้อกิจการต่างๆ หากมองด้วยมุมแบบนี้นั้นการถือเงินสดไว้นั้นก็ไม่ได้ผิด
เพราะฉะนั้นมุมมองของทั้งคู่นั้นจึงแตกต่างกันเพราะการปรับรูปแบบพอร์ต คนนึงนั้นเน้นการลงทุนในแบบระยะยาวแบบไม่ต้องปรับพอร์ต และอีกคนต้องคอยปรับพอร์ตในยามวิกฤตเสมอเท่านั้นเอง
#อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ !
ในวันนี้แม้แต่ทางปู่บัฟเฟตต์ยังได้ทิ้งเงินสดไปซื้อหุ้นเหมืองทอง Barrick Gold เข้าพอร์ทไปกว่า 563 ล้านเหรียญในไตรมาสที่ผ่านมา แปลว่าทาง #ปู่ก็เริ่มมั่นใจกับผลตอบแทนของทางในระยะยาวมากขึ้นแล้ว ! และทาง Dalio ก็เพิ่งซื้อทองคำเพิ่มไปมูลค่ากว่า 400 ล้านเหรียญในไตรมาสที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน
#เชื่อว่าสัญญาณจากนักลงทุนระดับตำนานทั้งคู่ในครั้งนี้ จะทำให้นักลงทุนหลายท่านเห็นเลยว่านี่อาจเป้น "New Normal" #ในตลาดการเงินในยุดที่ดอกเบี้ยต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์จริงๆ ตลาดกำลังเปลี่ยนไปจริงๆ และเงินกำลังบินกันว่อนไปทั่วโลก
นักลงทุนอาจต้องเริ่มกลับมาปรับมุมองสินทรัพย์อย่างทองคำกันใหม่อีกครั้ง และอาจเริ่มสงสัยในเสถียรภาพของค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐในระยะยาวอีกด้วย
#ทันโลกกับTraderKP
บทวิเคราะห์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่เพจ Oil Trading - ทันตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลกกับ KP
อัพเดตราคาทองคำ GOLD SPOT XAU/USD
