ภาพฝันการเทขายทองเริ่มจางหายเมื่อราคาทองคำกลับมายืนเหนือ $2000 ได้อีกครั้ง

เผยแพร่ 18/08/2020 18:00

สำหรับนักลงทุนฝั่งหมีที่พยายามกันอย่างหนักเพื่อกดราคาทองคำให้ลงไปต่ำกว่า $2,000 ออนซ์อาจจะกำลังไม่เชื่อสิ่งที่เห็นในตอนนี้ว่าราคาทองคำสามารถกลับขึ้นมาได้อีกแล้วเนื่องจากราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯและดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯกลับมาอยู่ในระดับอันตรายอีกครั้งเพราะไม่มีข่าวดีเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่ 2 มาสนับสนุน

แม้ว่าการกลับขึ้นมาของทองคำในตอนนี้จะถือว่าน่าสนใจแต่ทองคำก็ยังขาดแรงหนุนที่ทำให้เกิดขาขึ้นแบบถล่มทลายอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับขาลงในสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อวานนี้ราคาซื้อขายทองคำล่วงหน้าในตลาด COMEX ทะยานขึ้น $50 จนทำให้กราฟการซื้อขายล่วงหน้าขึ้นมาสูงกว่า $2,000.30 ได้ซึ่งยังเทียบอะไรไม่ได้กับวัน “อังคารทมิฬ” ในสัปดาห์ที่แล้วซึ่งราคาทองคำร่วงลงมาทีเดียว $95 จนทำให้มีราคาซื้อขายอยู่ที่ $1,875 ได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

Gold Futures Daily Chart

เมื่อวานนี้ราคาทองคำสามารถวิ่งขึ้นมาได้ภายในวันเดียว $49 หรือคิดเป็น 2.5% ซึ่งถือเป็นขาขึ้นที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน นี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าแรงซื้อทองคำไม่เคยหายไปไหนแค่แวะออกไปพักผ่อนบ้างก็เท่านั้นและเมื่อเช้านี้เองในตลาดลงทุนฝั่งเอเชียที่ราคาซื้อขายทองคำล่วงหน้าที่จะส่งมอบในเดือนธันวาคมบนตลาด COMEX มีราคาวิ่งเข้าใกล้ $2,005

ใครกันนะที่บอกว่าทองคำเปลี่ยนเทรนด์แล้ว?

มีนักวิเคราะห์บางคนบอกว่ากว่าทองคำล่วงหน้าในตลาด COMEX จะสามารถวิ่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุดเดิมที่ $2,090 ได้ยังต้องใช้เวลาอีกนานหากจะให้เป็นเหมือนกับขาขึ้นที่มาอย่างรวดเร็วในช่วงต้นเดือนสิงหาคมและยิ่งไม่ต้องคิดถึงราคาทองคำที่ $2,100 เลยด้วยซ้ำ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับคำสบประมาทนี้ นาย Christopher Lewis นักวิเคราะห์จาก FX Empire กล่าวถึงสถานการณ์ของราคาทองคำในตอนนี้ว่า 

“ตลาดทองคำมีโอกาสที่จะวิ่งขึ้นได้อีกหลังจากที่เราได้เห็นแล้วว่าราคาสามารถขึ้นมาจาก $1,900 ได้เร็วแค่ไหน ด้วยพฤติกรรมการวิ่งของทองคำเช่นนี้ยิ่งทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าการลงไปของทองเป็นได้เพียงแค่การย่อเพื่อขึ้นต่อเท่านั้น อังคารทมิฬที่ผ่านมาไม่ใช่การเปลี่ยนเทรนด์เพียงแต่เป็นการพักเหนื่อยของใครบางคนที่ได้ประโยชน์จากขาขึ้นของทองคำก็เท่านั้น”

ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของทองคำในราคาถูก

นายคริสโตเฟอร์ยังบอกอีกว่าจุดต่ำสุดของราคาทองคำที่จะส่งมอบในเดือนธันวาคมที่ $1,875 ยังไม่สามารถลงมาถึงแนวรับที่เส้นค่าเฉลี่ย 50 EMA หรือ $1,851.50 ซึ่งถือว่าเป็นแนวรับด่านแรกเลยด้วยซ้ำ

“ดังนั้นแล้วนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเชื่อว่าวันอังคารทมิฬแม้จะดูน่ากลัวแต่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้มองว่านี่คือแนวโน้มขาลงแล้ว ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ยิ่งราคาทองคำลงมากเท่าไหร่คนจะยิ่งคิดว่าเวลาในการเข้าถือทองคำราคาถูกแบบนี้ไม่มีอีกแล้วซึ่งยิ่งจะมีแต่ทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น”

นอกจากนี้เขายังมองว่าธนาคารกลางทั่วโลกมีโอกาสที่จะพิมพ์เงินออกมาต่อเนื่องเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจต่อไป 

“การที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นก็ดูสมเหตุสมผลดีแล้วกับความกลัวที่นักลงทุนจะคิดว่าระบบการเงินโลกกำลังนับถอยหลังสู่การล่มสลาย ยิ่งมีคนเข้าใจความเป็นจริงในข้อนี้เพิ่มมากขึ้นพวกเขาก็ยิ่งอยากจะถือครองทองคำมากยิ่งขึ้น”

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ กลับเข้าสู่จุดอันตรายอีกครั้ง

ยิ่งได้เห็นสถานการณ์ของดัชนีวัดมูลค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ยิ่งทำให้ผมเชื่อคำพูดของนักวิเคราะห์จาก FX Empire มากขึ้น ตอนนี้ดัชนีของสกุลเงินสำรองอันดับหนึ่งของโลกกำลังมุ่งหน้าลงไปทดสอบจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 92.61 ในขณะที่ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวลดลงเกือบ 4% เมื่อวานนี้และยังคงลงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

นาย Sunil Kumar Dixit นักวิเคราะห์ทองคำอิสระวิเคราะห์ว่า “ดัชนีดอลลาร์สหรัฐอาจสามารถลงไปถึง 92.40 ได้ภายในวันสองวันข้างหน้านี้และถ้าดัชนีลงต่ำกว่า 92 ได้เมื่อไหร่ก็ยิ่งเปิดโอกาสให้ทองคำวิ่งขึ้นสู่ $2,100 ได้ง่ายขึ้น”US Dollar Index

ความหวังที่อาจจะกอบกู้สถานการณ์ของดอลลาร์สหรัฐและราคาพันธบัตรรัฐบาลได้ในตอนนี้คือรายงานการประชุมของเดือนกรกฎาคมโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตั้งแต่ที่ไวรัสโคโรนาระบาดในสหรัฐฯ เมื่อเดือนมีนาคมคณะกรรมการนโยบายทางการเงินหรือ FOMC เลือกที่จะคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้เกือบใกล้กับ 0% ซึ่งที่ผ่านมาเฟดยืนยันว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้เช่นนี้จนกว่าประเทศจะฟื้นจากวิกฤตโควิดได้ นอกจากนี้เฟดยังยอมโยกเงินล้านล้านเหรียญของตนเอาไปอุดรอยรั่วทางเศรษฐกิจและพยุงธุรกิจภายในประเทศเอาไว้

Dhwani Mehta นักวิเคราะห์จาก FX Street มองว่า “ก่อนจะถึงการประชุมของ FOMC ในวันพรุ่งนี้ผมเชื่อว่าทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกจากความเป็นกังวลของนักลงทุนที่มีต่อการอ่อนมูลค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และการร่วงลงของราคาพันธบัตรรัฐบาล ที่สำคัญอย่าลืมว่ายังมีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ - จีนซึ่งเป็นประเด็นที่พร้อมทำให้คนหันไปถือทองคำมากขึ้น”

Peter Hanks นักวิเคราะห์จาก Daily FX คาดการณ์ว่า “มีเหตุผลสนับสนุนน้อยมากที่มองว่ากราฟพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะสามารถขึ้นมาได้ในเวลาอันใกล้ ดังนั้นแล้วขาขึ้นของทองคำจะยังคงอยู่ต่อไปโดยมีเป้าหมายแรกอยู่ที่จุดสูงสุดประวัติการณ์เดิม $2,075”

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย