ราคาน้ำมันปรับลดจากการเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่านและความไม่แน่นอนจากภาษีของทรัมป์
อีกหนึ่งข่าวที่น่าสนใจที่เป็นที่ถกกันในหมู่เทรดเดอร์น้ำมันในวันนี้คือการที่ #ปูตินสั่งการให้รัฐบาลรัสเซียทำการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันขาลง
นี่จะเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความไม่มั่นใจในความสามารถของกลุ่มโอเปกหรือไม่ ? ความสามัคคีของกลุ่มจะยังอยู่ได้นานแค่ไหน ? แต่ที่แน่ๆคือถ้าเป็นจริง #ตลาดน้ำมันจะวุ่นวายแน่ๆ
หลังจากที่ประธานาธิบดีรัสเซียนาย วลาดิมีร์ ปูติน เพิ่งได้รับการอนุมัติจากการโหวตของประชาชนให้เป็นประธานาธิบดียาวไปจนถึงปี 2036 หรือเป็นผู้นำต่อไปอีก 16 ปีนั้น ทางปูตินก็เริ่มออกนโยบายต่างๆออกมามากมาย และหนึ่งในนั้นคือการเสนอให้รัสเซียทำการ #Hedging ราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันนั้นมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของรัสเซียเป็นอย่างมาก น้ำมันนั้นนับเป็นมูลค่า 70% ของสินค้าส่งออกรัสเซียทั้งหมด คิดเป็น 50% ของรายได้รัฐบาลประจำปี และคิดเป็นเกือบ 20% ของ GDP ของรัสเซียทั้งประเทศ
ความสำคัญของราคาน้ำมันต่อประเทศนั้น ทำให้ทางรัสเซียจึงยอมรับคำเชิญของซาอุดิอาระเบียให้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรกับกลุ่มโอเปก ความสัมพันธ์ที่มีมาตลอด 4 ปีระหว่างรัสเซียและโอเปกนั้นไม่ได้ราบรื่นตลอดเวลาอย่างที่เราได้เห็นกันมา เพราะทางรัสเซียนั้นไม่ต้องการลดกำลังการผลิตมากเท่ากับที่ทางโอเปกอาจจะยอมลด #เพราะรายได้จากน้ำมันนั้นทางรัสเซียขาดไม่ได้ จนเกิดสงครามราคาน้ำมันอย่างที่เราเห็นเมื่อต้นปี
บทบาทของโอเปกที่กำลังลดลง
อย่างที่เราได้รายงานไปในบทความก่อนว่า ทางโอเปกได้เสียบทบาทในการเป็นผู้กำกับราคาน้ำมันไปแล้วในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา หลังจากการผลิตเชลออยล์ในสหรัฐนั้นเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆและเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดไปเยอะ ทำให้บทบาทของโอเปกนั้น #กลายมาเป็นเพียงธนาคารกลางของตลาดน้ำมัน ที่คอยคุมไม่ให้สภาพคล่องของน้ำมันนั้นล้นหรือขาดไปจากตลาดเท่านั้น (อ่านบทความนี้ในคอมเม้นท์)
ทำให้การเข้าร่วมกลุ่มโอเปกเพียงอย่างเดียวนั้นอาจจะไม่ใช่คำตอบในการรักษารายได้ของรัสเซียอีกต่อไป (อย่างที่เคยทะเลาะกับซาอุจนเกิดสงครามราคาในเดือนมีนาคม)
แต่.. ยังพอมีอีกหนทางนึงที่ทางรัสเซียจะสามารถบริหารความเสี่ยงรายได้ของประเทศได้ ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพในการคุมตลาดของโอเปกจะลดลงก็ตาม นั้นก็คือวิธีที่ปูตินเสนอหรือ #การทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน หรือการขายสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเพื่อประกันว่าราคาขายจะไม่อยู่ไปต่ำกว่านี้ หรือหากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงก็จะได้เงินชดเชยจากสัญญาที่ขายไว้ไปแล้ว
ทางเราได้เคยเขียนบทความเรื่อง "การประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันขาลงของประเทศเม็กซิโก" ท่านใดอยากอ่านรายละเอียดก็ลองดูได้ในคอมเม้นท์เช่นเดียวกันนะครับ
ทำไมการเสนอขายราคา Hedging น้ำมันของรัสเซียถึงน่าสนใจ ?
โดยปกติแล้วกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันระดับใหญ่ๆของโลกอย่างกลุ่มโอเปกนั้นจะไม่ทำการประกันราคากันหรอก เพราะประเทศเหล่านี้จะคอยคุมราคาน้ำมันผ่านการลดการผลิตแทน และหากขายราคาล่วงหน้าไปแล้วต่อมาทางกลุ่มดันราคาน้ำมันขึ้นสำเร้จ ทางประเทศที่ขายสัญญาล่วงหน้าไว้เหล่านี้ก็จะต้องมีการขาดทุนกำไรและนำเงินสดไปจ่ายชดเชยให้กับธนาคารที่ทำประกันไว้ต่างๆ ทำให้ไม่เป็นที่นิยม
เราจะเห็นได้ว่าเหล่าประเทศหรือบริษัทที่ทำการประกันราคากันจึงจะเป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มโอเปกหรือเป็นบริษัทเอกชนต่างๆที่ต้องการรักษาระดับกำไรของธุรกิจไว้เท่านั้น
มีหลายคนถามว่ากลุ่มโอเปกไม่เก็งกำไรบ้างหรือ ? เพราะเขาน่าจะรู้ข่าววงใน ?
อันนี้เป็นคำถามที่เราคงไม่มีวันรู้คำตอบ จริงอยู่ที่หลายครั้งนั้นทางโอเปกนั้นทราบข่าววงในก่อนตลาด โดยเฉพาะทางพี่ใหญ่อย่างซาอุที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของกลุ่มสูง คงเป็นเรื่องธรรมดาหากพวกเขาจะมีการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าเพื่อเก็งกำไร
แต่ที่แน่ๆคือการซื้อขายนั้นจะไม่ใช่การขายที่มาจากทางคำสั่งของรัฐบาลอย่างเป็นทางการโดยตรง ทำให้ปริมาณในการซื้อขายนั้นจะไม่มีวันใหญ่และมากเท่ากับหากประเทศไหนๆตัดสินใจที่จะทำการประกันความเสี่ยงแบบเป็นระบบ
หากทางรัสเซียประกันราคาน้ำมันขึ้นมาจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น ?
หากรัสเซียทำการประกันราคาน้ำมันขึ้นมา เราจะเห็นได้เลยว่า #ความร่วมมือกับกลุ่มโอเปกนั้นจะน้อยลงไปโดยทันที อย่างที่เราเห็นตัวอย่างกันมาแล้วกับทางเม็กซิโก
เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น ผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลกต่างรวมตัวกันหนีตายสงครามราคาและการใช้น้ำมันที่หดตัวลงไปจาดวิกฤตไวรัสโควิด กลุ่มโอเปกและพันธมิตรกว่า 25 ประเทศทั่วโลกได้มารวมตัวกันตกลงว่าจะร่วมกันลดกำลังการผลิตกันคนละ 25% อย่างเท่าเทียมกัน #เป็นข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์
ข้อตกลงที่ดูเหมือนจะลงตัวกันสำหรับทุกคน เพราะทุกประเทศนั้นทนสงครามราคานี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว #แต่ทางเม็กซิโกนั้นกลับไม่ยอมร่วมลดกำลังการผลิตด้วย... ซึ่งช็อกสมาชิกทั้งกลุ่มไป
ทางเม็กซิโกไม่ได้เดือดร้อนต่อสงครามราคาน้ำมันเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าได้ประกันราคาน้ำมันไว้หมดแล้ว ! ราคาน้ำมันจะลงไปต่ำเท่าไหร่เขาก็ไม่เดือดร้อนเพราะทางธนาคารจะต้องนำเงินมาจ่ายชดเชยให้อยู่แล้ว เรื่องอะไรจะต้องลดการผลิตให้รายได้นั้นหดไปด้วย
เพราะฉะนั้นลองนึกภาพดูนะครับ #หากรัสเซียเริ่มทำการประกันราคาน้ำมันเมื่อไหร่ ทางรัสเซียก็อาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลดกำลังการผลิตตามซาอุอีกต่อไปแล้ว ต่อให้ราคาน้ำมันจะลดต่ำลงเท่าไหร่ก็ตาม เหตุการณ์นี้อาจทำให้ #ความร่วมมือในกลุ่มโอเปกนั้นหดลงไปทันที และยิ่งไม่สามารถควบคุมราคาไว้ได้
ทำไมทางซาอุถึงไม่ขายประกันความเสี่ยงไว้ด้วยเลยบ้าง ?
แน่นอนว่า #การคืบคลานเข้ามาของพลังงานทดแทน นั้นกำลังเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์แน่ๆ แล้วทำไมทางซาอุถึงไม่ประกันความเสี่ยงบ้าง ???
ไม่ใช่ว่าทางซาอุนั้นไม่รู้ ทางซาอุนั้นรู้ดีเป็นอย่างมาก แต่ลองนึกภาพดูนะครับ หากประเทศผู้นำของกลุ่มการผลิตน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกต้องมาขายสัญญาล่วงหน้าเพื่อประกันราคาน้ำมัน ? ภาพนั้นคงจะกลายเป็นการสื่อว่าโอเปกนั้นคงหมดน้ำยาในการรักษาสมดุลของตลาดไปแล้วจริงๆ หรือแม้แต่กลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ยังไม่มั่นใจเลยว่าสินค้าของตัวเองนั้นจะมีความต้องการที่ดีขึ้นในอนาคต #หรือน้ำมันหมดอนาคตไปแล้ว นั้นเอง
ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ทางซาอุนั้นเลือกที่จะลดความเสี่ยงต่อการพึ่งพารายได้จากน้ำมันเป็นหลักโดยการขายหุ้นของบริษัทน้ำมันแห่งชาติอย่าง Saudi Aramco ออกมาบ้างบางส่วน และนำเงินที่รัฐได้จากส่วนนี้ไปกระจายการลงทุนในธุรกิจอื่นๆแทน ด้วยวิธีนี้ทางซาอุจะได้ไม่เสี่ยงต่อราคาน้ำมันขาลงมากจนเกินไปและไม่ต้องเร่งไปขายราคาน้ำมันล่วงหน้าด้วย
อีกอย่างคือหากพี่ใหญ่ของกลุ่มโอเปกออกนโยบายในการประกันราคาล่วงหน้าขึ้นมา ทางน้องๆในกลุ่มคงผวาและออกมาขายน้ำมันล่วงหน้าเพื่อประกันราคากันเป็นแถว และคราวนี้ #ราคาน้ำมันก็จะดิ่งลงอย่างรวดเร็วแน่ ด้วยปริมาณการขายรวมกันทั้งหมดของกลุ่ม
นี่คือเหตุผลที่หากทางรัสเซียผู้ซึ่งเป็นเพียงพันธมิตรและไม่ได้เป็นสมาชิกโดยตรงของกลุ่มโอเปก หากทางรัสเซียได้ออกมาประกันความเสี่ยงตามที่ปูตินขอร้องนั้น #จะต้องเกิดความวุ่นวายในตลาดน้ำมันแน่ๆ แต่ในวันนี้ทางกระทรวงการคลังของรัสเซียยังอยู่ในช่วงพิจารณานโยบายอยู่เท่านั้น จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกันต่อไป
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเพจของเราฝาก Like และ Share เป็นกำลังใจให้แอดด้วยหากข้อมูลนี้มีประโยชน์ ขอบคุณมากๆครับ
#ทันโลกกับTraderKP #OilTraderKP
บทวิเคราะห์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่เพจ Oil Trading - ทันตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลกกับ KP
