แนวโน้มทองคำ ( 23 ก.ค.) ดูจะขยับขึ้นพุ่งไปหาเป้าหมายที่เป็นสูงสุดเดิมเมื่อปี 2011

เผยแพร่ 23/07/2020 10:13

ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำดีดตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ยังคงมีความตึงเครียดทางการทูตระหว่างสหรัฐฯและจีน หลังสหรัฐฯประกาศให้จีนปิดกงสุลใหญ่ที่เมืองฮูสตันภายในเวลา 72 ชั่วโมง จึงยิ่งสร้างความตึงเครียดต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและจีนต่อเนื่อง และจีนคาดจะมีการประกาศจะปิดสถานกงสุลสหรัฐฯในอู่ฮั่น

สำหรับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนายังคงไม่สามารถควบคุมได้ และทั่วโลกติดเชื้อรวมแล้วกว่า 15 ล้านราย ในส่วนของทองคำเช้านี้ปรับขึ้นทำสูงสุดใหม่ที่ 1,876 เหรียญ ด้านกองทุนทองคำ SPDR ซื้อทองคำเพิ่ม 5.26 ตัน ปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 1,225.01 ตัน ภาพรวมทองคำดูจะขยับขึ้นพุ่งไปหาเป้าหมายที่เป็นสูงสุดเดิมเมื่อปี 2011 บริเวณ 1,920 เหรียญ ดัชนีดอลลาร์ปรับอ่อนค่าเล็กน้อยในวันนี้ แต่เงินบาทดูจะเคลื่อนไหวทรงตัวที่ 31.60 บาท/ดอลลาร์ หลังเมื่อคืนนี้ทำแข็งค่ามากที่สุดบริเวณ 31.52 บาท/ดอลลาร์ สำหรับคืนนี้จะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ Unemployment Claims ที่คาดว่าจะออกมาทรงตัว

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำยังทำสูงสุดใหม่และยังเป็นทิศทางขาขึ้นตามที่ได้วิเคราะห์ไว้แล้ว และยังแนะนำให้ใช้กลยุทธ์การลงทุนทิศทางขาขึ้นเช่นเดิม โดยทองคำ Gold Spot, Gold Online Futures และ Gold Comex จะมีแนวรับ 1,855 เหรียญ และแนวต้าน 1,890 เหรียญ สำหรับราคาทองคำไทยเช้านี้คาดว่าราคาจะปรับขึ้นได้ประมาณ 200 บาท/บาททองคำ

โดยย้ำนักลงทุนว่า ราคาจะแตกต่างกันประมาณ 2 – 5 เหรียญ ดังนั้น การวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้

อัพเดตราคาทองคำ SPOT XAU/USD
ดูความเคลื่อนไหวราคาทองคำ Gold Spot ล่าสุดได้ที่
https://th.investing.com/currencies/xau-usd

สำหรับนักลงทุนโกลด์ฟิวเจอร์ส อัพเดตราคา>> สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า ล่าสุด
https://th.investing.com/commodities/gold


กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

ทำกำไรขาขึ้นในกรอบ หาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และขายทำกำไรตามแนวต้าน มี Stop Loss หากต่ำกว่า 1,850 เหรียญ

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำทำกำไรกรอบขาขึ้น แนะนำมีจุด Stop Loss หากต่ำกว่าแนวรับ หรือ 1,850 เหรียญ

- นักลงทุนที่ถือ Short Position

ไม่แนะนำให้ทำการถือครองสถานะในเวลานี้

กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน Weekly Trading

ไม่แนะนำให้ทำการ Short โดยแนะนำให้ทำกำไรขาขึ้นในกรอบมากกว่


Gold Futures Q20 จะมีแนวรับที่ระดับ 28,000 บาท และแนวต้านที่ระดับ 28,200 บาท

บทวิเคราะห์ข้างต้น ยึดหลักตาม Technical Analysis บริษัทไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้นและโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง

บทวิเคราะห์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ www.mtsgold.co.th

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย