ราคาน้ำมันปรับลดจากการเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่านและความไม่แน่นอนจากภาษีของทรัมป์
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) คาดว่า จะมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากถึง 160,000 คนภายในวันที่ 25 ก.ค. โดยคาดว่า 11 รัฐจะรายงานยอดผู้เสียชีวิตใน 4สัปดาห์ข้างหน้ามากกว่า 4 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ การพุ่งขึ้นของยอดผู้ติดโควิด-19 อย่างก้าวกระโดดในสหรัฐ เพิ่มความเสี่ยงให้มีการระงับ หรือลดแผนการเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ขณะที่สํานักงานงบประมาณของสภาคองเกรส (CBO) สหรัฐ คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐปี 2020-2030 ว่า จีดีพีของสหรัฐจะลดลง 5.8% เมื่อเทียบรายปีในปี 2020 ลดลงจากการประเมินในเดือนม.ค.โดยเฉลี่ยที่ 3.4% อันเป็นผลจากการระบาดของโควิด-19 ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจดังกล่าว สร้างแรงซื้อเข้าพยุงราคาทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซื้อขายทองคําเบาบางลงในวันศุกร์นี้เพราะตลาดเงินตลาดทุนสหรัฐจะหยุดทําการเนื่องในวันชาติสหรัฐอเมริกา (Independence Day) นอกจากนี้ ตลาด TFEX ปิดทําการในจันทร์นี้ แนะนํานักลงทุนที่สะสมทองคําไว้อาจมีการขายทํากําไรบางส่วนออกมาโดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านบริเวณ 1,779-1,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้หรือไม่ และหากราคาทองคํามีการปรับตัวลดลงมา ไม่หลุดแนวรับสามารถซื้อเก็งกําไรระยะสั้น ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,758-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวโน้ม Gold Spot: หากในระหว่างวันราคาทองคําสามารถยืนเหนือโซน 1,758 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะเห็นการปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านได้ราคามีโอกาสอ่อนตัวลงสู่บริเวณแนวรับโซน1,758-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ราคาทองคำ SPOTXAU/USD
ดูความเคลื่อนไหวราคาทองคำ Gold Spot ที่นี่ครับ
https://th.investing.com/currencies/xau-usd
กลยุทธ์ Gold Futures:
Long Position แนะนําให้ปิดสถานะทํากําไรหากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,779 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้ชะลอไปปิดสถานะทํากําไรบริเวณแนวต้านถัดไป 1,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ราคาทองคำโกลด์ฟิวเจอร์ส สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า ( คลิกดูกราฟราคาล่าสุด )
นักลงทุนทองคำฟิวเจอร์ส สามารถดูความเคลื่อไหวราคาล่าสุดได้ที่นี่ครับ
https://th.investing.com/commodities/gold
Short Position ถือต่อไปหากราคาทองคําหลุดโซนแนวรับ 1,758 ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยอาจแบ่งปิดสถานะทํากําไรหากราคาทองคําอ่อนตัวทดสอบแนวรับ 1,747 ดอลาร์ต่อออนซ์
Open New แนะนําให้ลงทุนในกรอบ โดยเปิดสถานะขายหากราคาไม่ผ่านแนวต้าน 1,779-1,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และปิดสถานะทํากําไรโดยเข้าซื้อคืนหากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,758 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับแรกชะลอการเข้าซื้อคืนไปที่แนวรับถัดไปโซน 1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทวิเคราะห์จาก YLG BULLION
เรื่องนี้ห้ามพลาด
