หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
Today selection CHG, CPF, PTG
An uncertain recovery should suppress Thai stocks across the board
|
SET: คาด SET ปรับตัวลงทดสอบกรอบแนวรับของเราที่ 1300-1330 จุดในวันนี้ หลังมีแต่ข่าวร้ายที่เข้ามากระทบกับภาพบรรยากาศการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ (รายละเอียดด้านล่าง) ในเชิงกลยุทธ์: สำหรับผู้ที่ Wait & See มาตลอดตามที่เราแนะนำ ให้หาจังหวะเพิ่มน้ำหนักพอร์ตการลงทุนส่วนแรกในบริเวณกรอบแนวรับของเรา โดยเริ่มจากกลุ่มหุ้น Bunker stocks ของเราเป็นลำดับแรก ซึ่งได้แก่กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM, GPSC, GULF, RATCH, EGCO)กลุ่มอาหารและเกษตร (CPF, TFG, GFPT) กลุ่มธุรกิจ AMC (JMT) กลุ่ม ICT (ADVANC, INTUCH) กลุ่ม Mass Transit (BEM, BTS)มองกลุ่มหุ้น ‘หลุมหลบภัย’ ของเรานี้ ไม่เพียงแต่ปลอดภัยจากปัจจัย COVID-19 รอบสองและความเสี่ยงสงครามการค้า แต่ยังปลอดภัยจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ย่ำแย่อย่างหนักอีกด้วย
ภาพรวม SDET INDEX วานนี้ GDP: การปรับลด GDP ของธปท.เมื่อวานนี้ไม่เชื่อเรื่องที่Surprise เนื่องจากเป็นสิ่งที่เราย้ำเตือนตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากธปท.ออกมาส่งสัญญาณให้ธพ.ช่วยเหลือลูกหนี้มากขึ้นและงดการจ่ายปันผลระหว่างกาล และเป็นที่มาที่เราแนะนำให้หลบจากหุ้นกลุ่ม Value stocks เช่นBANKและ PROPเข้าสู่กลุ่มหุ้น Growth stocks อีกครั้งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ดูเหมือนจะล่าช้าออกไป และไม่มีตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจแม้แต่เครื่องยนตร์เดียวจากปกติที่แต่ก่อนเรายังมี Private consumption เป็นตัวประคับประคองบ้าง Magnitude:อย่างไรก็ดีสิ่งที่ Surprise เราจากการปรับลด GDP เมื่อวานนี้ก็คือ ระดับของการ Downgrade ที่ค่อนข้างจะรุนแรง โดยการหดตัวที่ 8.1% นั้น หากเทียบกับ Consensus จะถือว่าแย่เป็นลำดับต้นๆเลยทีเดียว โดยอยู่ที่ประมาณ Percentile ที่ 10 หากเรียงจากแย่ไปหาดีสุด จึงคาดว่านักเศรษฐศาสตร์ในตลาดคงจะมีการปรับลดคาดการณ์ลงตามมาในช่วงถัดไปอย่างแน่นอน Consumption:ทั้งนี้ประเด็นที่เราเป็นกังวลมากสุดจากตัวเลข GDP วานนี้แต่คนกลับไม่พูดถึงมากนัก นั่นก็คือการ Downgrade ตัวเลข Private consumption ลงอีกเท่าตัว จากคาดการณ์ -1.5% เป็น -3.6%ซึ่งต้องบอกว่าถือเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้การปรับลด GDP ครั้งนี้ของธปท.มีระดับที่รุนแรง (40% contribution ของ GDP downgrade) เนื่องจากภาคการบริโภคนั้นมีสัดส่วนถึง 50% ของเศรษฐกิจรวม สำหรับมุมมองของเรานั้นค่อนข้างไปในเชิงลบอย่างมากต่อประเด็นนี้ เนื่องจากเป็นการสะท้อนการชะลอการใช้จ่ายและเลือกซื้อแต่สินค้าที่จำเป็นของคนในประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งส่วนใหญ่ๆนั้นคงจะมีสาเหตุมาจาก Income expectation ในอนาคตที่ลดลงนั่นเอง มองกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศที่ไม่ใช่สินค้าจำเป็น เช่น อสังหาฯ สินค้าคงทน (รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์) รวมถึงสินค้าฟุ่มเฟือย (เครื่องประดับ อุปกรณ์ IT) จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ และอาจทำให้ Downside risk ของผลประกอบการในหุ้นกลุ่มเหล่านี้เปิดกว้างมากขึ้น
|
EPS downgrade: นอกจากนั้น ประเด็นที่น่าจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ในช่วงถัดไปก็คือ การที่นักวิเคราะห์จะต้อง Plug in สมมติฐานตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆเหล่านี้เข้าไปในValuation model ของหุ้นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำมาสู่การปรับลดประมาณการของหุ้นหลายๆตัวในตลาดในช่วงถัดไป
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
ห้ามพลาด
ยอดส่งออกเดือนพฤษภาคม หดตัว“22.5%” แย่กว่าคาด
กนง. “คง” ดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% และหั่นคาดการณ์จีดีพีไทยเหลือ -8.1% ในปี 2020










