หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
เสริมความแข็งแกร่ง และโอกาสใหม่ๆ
► แนวโน้มผลประกอบการ 2Q63 ยังอ่อนแอ แต่คาดจะดีขึ้นตามลำดับ
► ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 ลงราว 3.1% จากการปรับเพิ่มสมมติฐาน Credit Cost
► การเพิ่มทุนเป็นไปเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง และเพิ่มโอกาสในอนาคต
► ด้านสภาพคล่องไม่น่ากังวล หลังออกหุ้นกู้ใหม่แล้วกว่า 1.3 หมื่นล้าน บาท เพียงพอสำหรับรองรับหุ้นกู้ใกล้ครบกำหนด
► แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 6.00 บาท
แนวโน้มผลประกอบการ 2Q63 อ่อนแออยู่ เราประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q63 อ่อนแอ เป็นผลมาจาก
(1) การปล่อยสินเชื่อใหม่ยังต่ำเนื่องมาจากสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อ กลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น รถแท็กซี่ รถบรรทุกขนส่งวัตถุดิบ เป็นต้น อย่างไรก็ตามในช่วงวิกฤตินี้ บางอุตสาหกรรมกลับได้ประโยชน์ เช่น กลุ่ม อีคอมเมิร์ซ และกลุ่มขนส่งโลจิสติกส์ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนค่อนข้างใหญ่ของ THANI คิดเป็นประมาณ 70.0% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ดังนั้นโดยรวม คาดพอร์ตสินเชื่อจะทรง ตัว QoQ หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และ
(2) แนวโน้มค่าใช้จ่ายยังสูง ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังประเมินความเสี่ยงได้ยาก ทำให้บริษัทมีความตั้งใจตั้งสำรอง เพื่อรองรับสถานการณ์ และความเสี่ยงที่อาจจะเพิ่มขึ้น (Management Overlay) โดยเราประเมินอัตราส่วนค่าใช้จ่ายสำรอง (Credit Cost) อยู่ในระดับใกล้เคียงกับ 1Q63 ที่ 1.1% ก่อนจะลดลงในช่วง 2H63
ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจาก COVID-19 เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 ลง ราว 3.1% จากการปรับเพิ่มสมมติฐาน Credit Cost ขึ้นเป็น 0.8% (เดิม 0.6%) สำหรับรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจาก COVID-19 ในขณะที่เรายังคงสมมติฐานอื่น ๆ เท่าเดิม เช่น การเติบโตสินเชื่อที่ราว 4.0% อัตราส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่ 5.1% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการ ดำเนินงาน (Cost-to-Income ratio) ที่ 17.5%
ประเด็นการเพิ่มทุน THANI มีมติเสนอขออนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนออกขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ใน อัตรา 2:1 ที่ราคาเสนอขาย 1 บาท โดยการเพิ่มทุนดังกล่าวเป็นไปเพื่อเสริมความ แข็งแกร่ง และโอกาสที่อาจเข้ามาในช่วงวิกฤติ COVID-19 จากภาวะการแข่งขันในตลาดที่ลดลง ด้านสภาพคล่อง เรายังไม่เห็นความเสี่ยงในประเด็นดังกล่าว บริษัทมีการออกหุ้นกู้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา รวมมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เพียงพอรองรับ หุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปี 2563 จ านวน 1.1 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามประเด็นการเพิ่มทุนดังกล่าว ยังต้องรอพิจารณาอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในเดือน ก.ค. 63
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6.00 บาท เรามองราคาที่ปรับตัวลงไป 33.8%YTD สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว นอกจากนี้ ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายอยู่ในระดับ PE ต่ าเพียง 8.0 เท่า เทียบเท่ากับค่าเฉลี่ย ย้อนหลัง 5 ปี -1S.D. เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 6.00 บาท อิงค่า PER ที่ 11.0 เท่า
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities









