ราคาทองคำลดลงต่อเนื่องจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังคงมีผลงานยอดเยี่ยมในเดือนมกราคม
หากตามบทความกราฟเด่นประจำวันของเรามาโดยตลอดจะรู้ว่าเราเชื่อในขาขึ้นของทองคำมาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน ตั้งแต่วันที่ทองคำสร้างรูปแบบหัวไหล่ขาขึ้น (Head & Shoulder) ได้สำเร็จ หลังจากนั้นมาเมื่อทองคำมีความเคลื่อนไหวสำคัญเราก็จะย้ำว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้นอยู่เรื่อยๆ แต่ตอนนี้ผ่านมา 50 กว่าวันแล้วแม้ทองคำจะขึ้นก็จริงแต่ก็ขึ้นไปได้ไม่ไกลนัก คำถามคือทำไมถึงเป็นอย่างนั้นทั้งๆ ที่เศรษฐกิจก็ไม่ดีและโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน?
หากดูที่ปัจจัยพื้นฐานจะพบว่าทองคำปรับตัวขึ้นมาประมาณ 20% ในช่วงระหว่างวันที่ 16 มีนาคมถึง 7 เมษายนซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวทองคำมึ้นมาด้วยฐานะ “สินทรัพย์สำรองปลอดภัย” ที่เกิดขึ้นหลังจากการเทขายในตลาดหุ้นครั้งใหญ่ หลังจากนั้นเราคาดว่าทองคำจะปรับตัวขึ้นอีกครั้งโดยมีปัจจัยเรื่องของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดเป็นปัจจัยสนับสนุน เหตุผลคือการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทำให้พันธบัตรรัฐบาลหมดความน่าสนใจประกอบกับการถือครองทองคำที่มากขึ้นทำให้ทองคำที่หมุนเวียนอยู่ในประเทศลดลง
ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของเฟดอยู่ในระดับ 0%-0.25% โดยที่นักวิเคราะห์ชื่อดังหลายๆ ท่านยังคงเชื่อว่ายังไงเฟดก็ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นติดลบแน่ขึ้นอยู่กับปัจจัยแห่งเวลา ตอนนี้เฟดถึงขั้นพร้อมพิมพ์เงินออกมาในปริมาณที่ไม่จำกัดเพื่อที่จะใช้เงินอุ้มเศรษฐกิจไม่ให้ล้ม เฟดเลือกที่จะยอมเจอปัญหาเงินเฟ้อมากกว่าเงินฟืด ประธานธนาคารกลางแห่งเมืองมินนีแอโพลิสแห่งรัฐมินนิโซตานาย Neel Kashkari กล่าวอย่างชัดเจนว่า “แม้เฟดจะสามารถพิมพ์เงินเท่าไหร่ก็ได้แต่ไม่สามารถพิมพ์ทองคำออกมาได้เหมือนเงิน”
หมายความว่าถ้าสุดท้ายตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงตามที่นักวิเคราะห์คาดเนื่องจากตอนนี้ข่าวเศรษฐกิจในตลาดสวนทางกับทิศทางตลาดหุ้นมาก ทำให้ตลาดหุ้นตอนนี้มีความเปราะบางและพร้อมจะถล่มลงมาได้ตลอดตามมุมมองของนักวิเคราะห์ ตอนนั้นทองคำก็จะได้รับหน้าที่เป็นสินทรัพย์สำรองปลอดภัยอีกครั้ง
ในส่วนของการวิเคราะห์ทองคำทางเทคนิคในตอนนี้จะช่วยให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้วิเคราะห์ให้เห็นรูปแบบขาขึ้น 3 รูปแบบของทองคำที่ซ้อนกันอยู่ ขอสรุปสั้นๆ ว่าตอนนี้ทองคำขึ้นมาได้จากรูปแบบหัวไหล่ (H&S) เมื่อวันที่ 7 เมษายนตามมาด้วยรูปแบบธงลู่ลงที่ฟอร์มตัวอยู่ในสามเหลี่ยมสมมาตรใหญ่ ในขณะนี้แนวรับของรูปแบบขาขึ้นทั้งสามอยู่ในจุดเดียวกันกำลังได้รับการทดสอบ ถ้าแนวรับ ณ ตอนนี้สามารถพยุงราคาเอาไว้ได้อยู่เราจะได้เห็นกราฟสร้างรูปแบบขาขึ้นที่ 4 หรือไม่ก็กลายเป็นการขยายสามเหลี่ยมสมมาตรให้กว้างขึ้นและนักลงทุนก็จะได้กลับเข้าสู่การต่อสู้ของตลาดหมีและกระทิงแบบไซด์เวย์กันอีกรอบ
ข้อสันนิษฐานสำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ก็คือแม้ขาลงจะดูมีกำลังสูงกว่าแต่ก็มีนักลงทุนฝั่งขาลงบางส่วนได้ออกจากตลาดเพื่อทำกำไรกับขาลงในช่วงจาก $1750 ไปก่อนแล้ว ตอนนี้คือช่วงของตลาดขาขึ้นที่พยายามจะกลับเข้ามาในตลาดและพาทองคำขึ้นไปให้ได้ซึ่งแน่นอนว่าด้านบนที่เป็นบริเวณแนวต้านก็จะมีนักลงทุนฝั่งขายรออยู่ ผลัดกันรุกผลัดกันรับแบบนี้ไปเรื่อยๆ
นอกจากนี้ขาขึ้นยังได้รับการยืนยันเมื่อรูปแบบสามเหลี่ยมสมมาตร (เล็ก) ก่อนหน้าและรูปแบบหัวไหล่ (H&S) สามารถยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 DMA ซึ่งปัจจุบันกำลังถูกทดสอบจากแนวโน้มขาลงอยู่ ยิ่งเป็นการชี้ชัดเลยว่าที่บริเวณ $1700 คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญของทั้งอุปสงค์อุปทานในตลาดทองคำ
กลยุทธ์การเทรด
เทรดเดอร์ที่ไม่ชอบความเสี่ยง อาจเลือกที่จะรอสัญญาณซื้อที่เกิดขึ้นในสามเหลี่ยมสมมาตรใหญ่เพื่อตามขาขึ้นที่เป็นการยืนยันว่าจะทะลุขึ้นจริงๆ
เทรดเดอร์ที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง จะรอตามราคาเมื่อกราฟสร้างรูปแบบธงลู่ลงได้สำเร็จ (หมายความว่าราคาจะต้องกลับลงไปยังจุดต่ำสุดล่าสุด)
เทรดเดอร์ที่รับความเสี่ยงได้สูง จะเข้าเทรดเลยทันทีโดยที่นักลงทุนกลุ่มนี้จะเลือกเทรดอยู่ในกรอบแนวรับแนวต้านที่ราคาพากันสลับขึ้นลงไปมา
ตัวอย่างการเทรด (ขาขึ้น)
- จุดเข้า: $1,696
- Stop-Loss: $1,689 (ด้านล่างตัวเลขจุดต่ำสุดของวัน)
- ความเสี่ยง: $7
- เป้าหมายในการทำกำไร:$1,766
- ผลตอบแทน: $70
- อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:10
ดูราคาทองคำฟิวเจอร์สล่าสุด
