ยอดส่งออกเดือนเมษายนโต“2.12%” เกินคาด

เผยแพร่ 22/05/2020 13:43

Exports Apr 2020
Actual: +2.12%y/y Previous: +4.17%y/y
Consensus: -3.0%y/y

Exports/ Imports Trend

ยอดการส่งออกไทยเดือนเมษายนขยายตัว 2.12%y/y ขณะที่ยอดการนำเข้าดิ่งหนัก 17.13%y/y ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุลกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ หลังมาตรการ Lockdown หนุนความต้องการอาหารและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ราคาน้ำมันที่ร่วงหนักและภาวะเศรษฐกิจซบเซากดดันยอดการนำเข้า

เราคาดว่ายอดการส่งออกมีแนวโน้มปรับตัวได้ดีขึ้น ตามภาพการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก หลังการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ขณะเดียวกันราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นจากแนวโน้มนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจะเป็นปัจจัยหนุนให้ยอดการค้ามีแนวโน้มเกินดุล ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดทั้งปีอยู่ในระดับ 3%-4% ของ GDP

เรามองว่า ดุลการค้าเกินดุลจะเป็นปัจจัยหนุนให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นปี แม้การท่องเที่ยวจากต่างชาติอาจจะยังไม่ฟื้นตัว

กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนเมษายน โดยยอดการส่งออกโต2.12% ขณะที่ยอดการนำเข้าหดตัว 17.1% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทำให้ดุลการค้าเกินดุลราว 2.5 พันล้านดอลลาร์

ยอดการส่งออกสินค้ามีมูลค่า 18.9 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นการขยายตัว 2.12%y/yหนุนโดยยอดการส่งออกสินค้าเกษตรโดยเฉพาะข้าวที่ปรับตัวขึ้นถึง 23.1%y/y ขณะเดียวกันยอดการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ก็โต 4.6%y/y และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สะท้อนความต้องการอาหารและสินค้าอิเล็กทรอนิกสที่เพิ่มขึ้นในช่วงมาตรการ Lockdown ทั่วโลก ทั้งนี้ราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นราว 7% ในเดือนเมษายนก็ช่วยหนุนให้การส่งออกทองคำก็เป็นปัจจัยสำคัญในการขยายตัวของยอดการส่งออกโดยรวม

กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ยอดการส่งออกผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วในเดือนเมษายน โดยประเมินว่าการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี จะยังหดตัวอยู่จากปัญหาด้านการขนส่ง แต่จะค่อยๆฟื้นตัวดีขึ้น ในช่วงครึ่งหลังของปีหลังตามภาพเศรษฐกิจโลกที่จะฟื้นตัวหลังการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown

เราคาดว่า ดุลการค้าเกินดุลและการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำจะช่วยหนุนให้ เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น แตะ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นปี

ความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นหลังหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการ Lockdown จะช่วยหนุนการส่งออกสินค้าไทย ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศอาจมีแนวโน้มค่อยเป็นค่อยไป และราคาน้ำมันที่จะทรงตัวในระดับต่ำ จะเป็นปัจจัยหนุนให้ ดุลการค้ามีแนวโน้มเกินดุล ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดทั้งปีนี้ยังคงเกินดุลราว 3%-4% ของ GDP นอกจากนี้ ราคาทองคำที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการสินทรัพย์

ปลอดภัย ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง อาทิ สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ และนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายทั่วโลก จะช่วยให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นและอาจแตะระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นปี

ไม่อยากพลาดบทความดีๆ อย่าลืมกด "ติดตาม" นะครับ

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย