หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps. เหลือ 0.50% ตามคาด
กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps. เหลือ 0.50% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ตามตลาดคาด แต่ มติ 4:3 เสียงถือว่าไม่เอกฉันท์ โดยคณะกรรมการ 4 ท่านที่เห็นควรให้ลด ประเมินว่า เศรษฐกิจและเงินเฟ้อต่ำกว่าคาดการณ์เดิม จากความเสี่ยงต่างประเทศและราคาน้ำมันทรุดตัว อีกทั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการคลังและมาตรการด้านการเงินที่ออกมาก่อน หน้านี้
ส่วนคณะกรรมการ 3 ท่านที่ให้คงประเมินว่านโยบายที่ออกมาก่อนหน้านี้ยังดำเนินการได้ไม่เต็มที่ จึงเสนอให้เร่งรัดเพื่อให้เกิดประสิทธิผลก่อน ส่วนภาวะตลาดการเงิน และระบบสถาบันการเงินโดยรวมยังมีเสถียรภาพ พร้อมคาดหวังนโยบายการคลังจะเข้ามาพยุงเศรษฐกิจได้ตรงจุดมากขึ้น แต่มีความกังวลเพิ่มเติมใน 2 ประเด็น คือ สภาพคล่องของ สหกรณ์ออมทรัพย์ และเงินบาทที่พลิกมาแข็งค่าเร็ว
แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร
อิิงสถานการณ์ปัจจุบันที่สามารถควบคุม COVID-19 ได้มีประสิทธิภาพ เราประเมินว่า ดอกเบี้ยนโยบายจะทรงตัวที่ 0.50% ในช่วงที่เหลือของปี เพราะ
(1) เป็นระดับต่ำสุดในภูมิภาค หากลดอีกจะเร่งให้กระแสเงินไหลออก
(2) อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มฟื้นตัวตามราคาพลังงานที่ขยับขึ้น ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นบวกน้อยลง
(3) กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากการคลาย Lockdown
(4) การออกพันธบัตรออมทรัพย์ของรัฐบาล ทำให้ดอกเบีย้ในตลาดเงนิปรับตัวสูงขึ้น การลดดอกเบีย้นโยบายจึงมีผลต่อ Yield ในตลาดน้อยลง
(5) นโยบายการคลังจะทำงานได้ดีกว่านโยบายการเงินในเดือน พ.ค.-มิ.ย. 63 จาก การโอนเงินเยียวให้แรงงานและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบกว่า 1.4 แสนลบ./เดือน และอาจ มีนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อเพื่อชดเชยช่วง Lockdown เพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม เราประเมินเงื่อนไขความเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ กนง. ลดดอกเบี้ยอีกครั้งคือ การกลับมาแพร่ระบาดของ COVID-19 และ Lockdown รอบ 2
ภาวะ Yield ต่ำยังหนุน SET INDEX แต่ Valuation หุ้นที่ได้ประโยชน์เริ่มตึงตัว
เราประเมินผลของการลดดอกเบี้ยเป็นกลางเชิงบวกต่อ SET INDEX เพราะจะทำให้ Earning Yield Gap กว้างขึ้นจากปัจจุบันที่ 4.5% และคาดการณ์ปีหน้าที่ 5.3% แต่การเคลื่อนไหวของ ดอกเบี้ยนโยบายและ SET INDEX เริ่มผกผันกันน้อยลง (ลดดอกเบี้ยแล้วเป็นบวกต่อ SET INDEX ลดลง) จึงไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่จะหนุนให้ SET INDEX ขึ้นแรง
อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลของการลดดอกเบี้ย จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้กับตลาดตราสารหนี้ทางอ้อม (โดยเฉพาะหุ้นกู้เอกชนท่ี่ใกล้Roll Over) รวมถึง ช่วยลดแรงกดดันต่อเงินบาทที่เริ่มกลับมาแข็งค่าเร็วกว่าภูมภิาค (MTD แข็งค่า 2.2% vs. ภูมภิาคอ่อนค่า 0.4%) ส่วนหุ้นได้ประโยชน์ จากภาวะดอกเบี้ยต่ำจะเป็นกลุ่ม Defensive และกลุ่มที่มีต้นทุนทางการเงินสูง เช่น กลุ่ม ไฟแนนซ์, โรงไฟฟ้า, และสื่อสาร ขณะที่ กลุ่มแบงก์ ที่มักตอบรับเชิงลบ เราคาดว่า Downside จะจำกัด จากโอกาสลดดอกเบี้ยที่เหลือน้อยลง และ Valuation ที่ซื้อขายบน PBV เฉลี่ยเพียง 0.5 เท่า แถมให้เงนิปันผลเฉล่ียสูงกว่า 5% ต่อปี
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้เริ่มกลับเข้าสะสมแบงก์ที่เน้นสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะยังมีการเติบโต และ NPL ควบคุมได้ดีกว่าแบงก์ที่เน้นสินเชื่อรายย่อย รวมถึงกลุ่มได้ ประโยชน์จากดอกเบี้ยต่ำที่ยังพอมี Upside ได้แก่ BBL/ SCB/ TMB/ ADVANC/ TRUE/ RATCH/ GUNKUL
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities
ไม่อยากพลาดบทความดีๆ อย่าลืมกด "ติดตาม" นะครับ









