หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
การเพิ่มทุนจะส่งผลให้เกิด Dilution Effect ที่ 17.7% แต่เงินสดในมือคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว1.0 หมื่นล้านบาท
Cash burn ต่อเดือนในเดือนเม.ย. อยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท และ 50 ล้านยูโรสำหรับ NH Hotel ซึ่งเป็นระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับเงินสดในมือและเงินสดที่จะได้รับเพิ่มจากการเพิ่มทุนและออก Perpetual bond
ปรับขาดทุนสุทธิเพิ่มเป็น 6.2 พันล้านบาท จากรายได้ที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็ม Capacity
ยังคงแนะนำ “ถือ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 16.85 บาท โดยวิธี SOTP
Conference Call key takeaways
การเพิ่มทุนและการขาย Perpetual bond คาดว่า MINT จะได้รับเงินสดเพิ่มราว 2.0 หมื่นล้านบาทในปี 2563 มาเพิ่มสภาพคล่อง และ MINT ยังคงคาดว่าระดับ D/E จะสามารถปรับตัวลดลงสู่ระดับ 1.3X ได้ในช่วงปลายปี โดยในปี 2563 MINT จะเน้นการรักษาสภาพคล่องเป็นหลัก โดยการระงับการลงทุนขนาดใหญ่และปรับลด CAPEX ลงจาก 1.7 หมื่นล้านบาท เป็น 1.0 หมื่นล้านบาท
การกลับมาดำเนินธุรกิจอีกครั้งทั้งกลุ่มร้านอาหารและกลุ่มโรงแรมจะขึ้นอยู่กับความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการปิดบริการ เนื่องจากหากอัตราการเข้าพักต่ำเกินไปอาจไม่คุ้มค่าในการเปิดให้บริการ อย่างไรก็ดี ทั้งปี 2563 คาดว่า MINT จะสามารถปรับลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ราว 25% โดย Fixed Cost หลักที่ทำการลดมาจากการขอลดค่า Lease payment สำหรับโรงแรมในยุโรปสำหรับ 2Q63 ได้แล้ว ประกอบกับการเจรจากับทาง Supplier ที่สามารถลดต้นทุนไปได้ราว 17% พร้อมทั้งการปรับลด Payroll ที่ 35%
รายได้กลุ่มร้านอาหารเริ่มมีการฟื้นตัวที่ดีในฮับจีนหลังจากที่ปิดให้บริการในช่วงเดือนก.พ. แต่ได้เริ่มกลับมาให้บริการในช่วงมี.ค. ซึ่งมียอดฟื้นตัวที่ดีต่อเนื่องมายังเดือนเม.ย.
กลุ่ม NH Hotel ได้เริ่มเปิดให้บริการโรงแรมในบางประเทศ อาทิ Holland, Germany และมียอด Booking เข้ามาต่อเนื่อง เริ่มเห็นอัตราการเข้าพักที่ 40% โดยในไตรมาส 3 จะเป็นช่วง High Season และคาดว่าจะสามารถกลับมาให้บริการโรงแรมมากขึ้น
เนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศแรกที่ได้ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19
คาด 2Q63 เป็นไตรมาสที่อ่อนแอที่สุด เราปรับปี 2563 เป็นขาดทุนที่ 6.2 พันล้านบาท
แม้ว่า MINT จะสามารถปรับลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ 25% แต่เนื่องจากการเปิดให้บริการโรงแรมและร้านอาหารยังไม่สามารถให้บริการแบบเต็ม Capacity ได้จาก Social Distancing ในขณะที่ Cash burn ในเดือนเม.ย. อยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท และของ NH Hotel ที่ 50 ล้านยูโร ต่อเดือน ซึ่งมีโอกาสที่ใน 2Q63 จะมี Cash burn อยู่ที่ 2.0 หมื่นล้านบาท เราจึงปรับขาดทุนสุทธิเพิ่มจาก 1.46 พันล้านบาท เป็นขาดทุน 6.2 พันล้านบาท เนื่องจาก Margin ของทุกธุรกิจยังอ่อนแอในขณะที่ Fixed cost ยังต้องจ่ายอยู่ ในขณะที่การขาย Perpetual bond 1.0 หมื่นล้านบาท อาจมีความเสี่ยงที่จะทำได้ไม่ถึงเป้า เนืองจากตลาด bond ยังอ่อนแอ และนักลงทุนยังขาดความมั่นใจ
ยังคงแนะนำ “ถือ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 16.85 บาท
เรายังคงแนะนำ “ถือ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 16.85 บาท โดยผลประกอบการในปี 2563 จะยังคงถูกกดดันต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์ COVID-19 จะคลี่คลาย เราจึงยังคงแนะนำเพียง “ถือ” เนื่องจากผลกระทบจากการเพิ่มทุนจะส่งผลให้เกิด Dilution Effect ที่ 17.7% และ Cash burn ในแต่ละเดือนยังอยู่ในระดับที่สูง ส่งผลให้เราปรับคาดการณ์ขาดทุนสุทธิเพิ่ม
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
ไม่อยากพลาดบทวิเคราะห์ดีๆ อย่าลืมกด "ติดตาม" นะครับ
.......
ดูกราฟราคาและพูดคุยเกี่ยวกับหุ้น ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (BK:MINT)
https://th.investing.com/equities/minor-internat









