หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
1Q63 Earnings Rreview
- ERW รายงานขาดทุนสุทธิที่ 103 ล้านบาท ขาดทุนสูงกว่าที่เราคาดการณ์ที่ 57 ล้านบาท จากที่กำไร 176 ล้านบาท ใน 4Q62 และกำไร 235 ล้านบาทใน 1Q62 โดยรายได้อยู่ที่ 1.16 พันล้านบาท ปรับตัวลดลง 31.17% QoQ และ 31.77% YoY จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง 38%ในช่วง 1Q63
- EBITDA Margin ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 18.3% จาก 34% ใน1Q62 จากอัตราการเข้าพักที่อ่อนตัวลง เป็น 57% จาก 86% ใน1Q62 ส่งผลให้ RevPar ปรับตัวลดลง 44% YoY ในขณะที่ RevPar ของกลุ่ม Hop Inn ในประเทศปรับตัวลดลงเพียง 9% YoY และ Hop Inn ที่ฟิลิปปินส์ปรับตัวลดลง 13% YoY เนื่องจากมีฐานลูกเป็นคน Local ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำกัด
- โรงแรมของ ERW ที่อยู่ในประเทศได้ปิดให้บริการไปเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563 ในขณะที่ Hop Inn 5 แห่งที่ฟิลิปปินส์ได้หยุดให้บริการไปตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. 2563
เน้นทำรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก
- ERW กลับมาเปิดให้บริการ Hop Inn 20 แห่งในประเทศใน16 จังหวัดเมื่อวานนี้ และคาดว่าจะสามารถเปิดเพิ่มหลังจากที่ทางภาครัฐฯเริ่มคลาย Lock down ทีละจังหวัด และจะเริ่มให้บริการโรงแรมกลุ่ม Economy และ Midscale ต่อจากการเปิด Hop Inn ในขณะที่โรงแรมกลุ่ม Luxury จะกลับมาให้บริการหลังสุดเนื่องจากฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ
- ด้าน Hop Inn ที่ฟิลิปปินส์คาดว่าจะกลับมาให้บริการในเดือนมิ.ย. แต่ยังคงต้องรอมาตรการจากทางภาครัฐก่อน
- ERW ได้ทำการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยที่ผ่านมาสามารถปรับลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไปได้ราว 60%
- ประเด็นของ Liquidity : ERW ยังมีเงินสดในมือที่ 1.4 พันล้านบาท และยังมีวงเงินกู้เพิ่มเติมจากทางธนาคารอีก 6.1 พันล้านบาท โดยที่ ERW มียอดที่ต้องทำการชำระในปี 2563 ที่ 1.1 พันล้านบาท และ ERW ได้ปรับลดแผนการใช้งบลงทุนในปี 2563 ลงเป็น 500-700 ล้านบาท
- • เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะกลับมาเดินทางเร็วสุดในช่วง 4Q63 ทาง ERW จึงจะเน้นเปิดให้บริการโรงแรมที่จะเน้นลูกค้าในประเทศก่อนและจะเป็น Location ที่สามารถเดินทางได้โดยการขับรถอย่างเชานที่ พัทยาและหัวหิน
เปลี่ยนคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ”
เนื่องจาก ERW ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยตรงและเราคาดว่าผลกระทบจะยาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ เราจึงปรับคำแนะนำ “ถือ” และคาดว่าปี 2563 จะมีผลดำเนินงานเป็นขาดทุนที่ 801 ล้านบาท ประกอบกับเราคาดว่ากลุ่มท่องเที่ยวจะใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่ากลุ่มอื่นๆเนื่องจากผู้บริโภคได้รับผลกระทบในวงกว้าง และจะมีการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น เราให้ราคาเป้าหมายที่ 3.15 บาท จากการอิง EV/EBITDA ที่ 13.5X (-0.5SD) อย่างไรก็ดี ประเด็นของ Liquidity ยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจาก ERW ยังคงมีเงินสดในมือที่ 1.4 พันล้านบาท และยังมีวงเงินสินเชื่อกู้เพิ่มได้อีกราว 6.1 พันล้านบาท และ ERW ได้ปรับลดการใช้ CAPEX จาก 1.4 พันล้านบาท เป็น 500-700 ล้านบาท ส่งผลให้ยังมีความสามารถในการชำระหนี้และดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities









