THANACHART CAPITAL (TCAP) กำไรปกติอ่อนตัวชั่วคราวหลังปรับโครงสร้างธุรกิจ

เผยแพร่ 19/05/2020 10:15

Earning Results

► TCAP รายงานกำไรสุทธิช่วง 1Q63 จำนวน 4,316 ลบ. โตเด่น 114.1%YoY หลังรับรู้รายการพิเศษจากการขายหุ้น AJNMT (Thailand) 6% ที่ถือผ่าน SPV2 ให้ กับ AJNMT (Japan) คิดเป็นกำไรจากการขายเงินลงทุนหลังหักภาษีราว 2,995 ลบ. หากไม่รวมรายการดังกล่าวจะมีกำไรปกติ 1,320 ลบ. หดตัว 34.5%YoY ดีกว่าที่เราคาดเล็กน้อย หลังมีการ ปรับโครงการธุรกิจซึ่งกระทบกับการรับรู้รายได้ของธุรกิจธนาคาร โดยเปลี่ยนจากการรวมงบการเงินของธุรกิจธนาคารเข้ามาทั้งหมดไปรับรู้ในรายการส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน ทำให้รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยหดตัว 90.8%YoY และ 41.2%YoY ตามลำดับ อย่างไรก็ดีปัจจัยลบดังกล่าวบางส่วนถูกชะลอลงจากผลประกอบการของธุรกิจหลักทรัพย์ ที่มีกำไรสุทธิโต 13.1%YoY สอดคล้องกับมูลค่าการซื้อขายของหลักทรัพย์ธนชาตเพิ่มขึ้น 37.8%YoY และค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้ลดลง 84.2%YoY เนื่องจากบริษัทเหลือเพียงการบันทึกการตั้งสำรองของ THANI และบริษัทย่อยอื่นซึ่งน้อยกว่าการตั้งสำรองของ TBANK ในปีก่อน

Our Take

► กำไรปกติของ TCAP ช่วง 1Q63 คิดเป็น 27.8% ของประมาณการทั้งปี แต่เรายังคงประมาณการเดิม เนื่องจากคาดผลดำเนินงานช่วง 2Q63 จะอ่อนตัวลงตามผลดำเนินงาน ของ TMB และ THANI ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะ ศก. ที่ชะลอตัวลงจากการปิดดเมืองเพื่อ ลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 กดดันการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์และสินเชื่อ เช่าซื้อรถบรรทุก ขณะที่กำไรจาก MBK คาดยังอ่อนตัวลงต่อจากรายได้ธุรกิจศูนย์การค้าที่หดตัวลงมาก เพราะต้องมีการยกเว้นค่าเช่าพื้นที่ให้กับพ่อค้าแม่ค้าในศูนย์การค้าราว 10- 20% ในระยะเวลา 6 เดือน และธุรกิจโรงแรมที่อ่อนแอตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไปมากในเดือน เม.ย.-พ.ค. ส่งผลให้เรายังคงคาดทั้งปี 2563 TCAP จะมีกำไรปกติ 4,776 ลบ. หดตัว 22.3%YoY แต่หากพิจารณาเป็นกำไรต่อหุ้นจะหดตัว 15.2%YoY เนื่องจากบริษัทได้ ซื้อหุ้นคืนเป็นจำนวน 97 ล้านหุ้นในช่วง 1Q63

► เรายังคงมุมมองบวกต่อภาพระยะยาวของ TCAP โดยผลดำเนินงานที่อ่อนตัวเป็นเรื่องปกติ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง ซึ่งคาดจะเริ่มเห็นกำไรของ TCAP กลับมาโตตั้งแต่ ปี 2564 เป็นต้นไป หลังเห็น Synergy ระหว่าง TMB และ TBANK ที่ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 36.7% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2563 ที่ 47.50 บาท (วิธี GGM) และด้วยโมเดลธุรกิจของ TCAP ที่ใช้เงินลงทุนใหม่ๆ น้อยมาก และมีเงินสดที่เพิ่มขึ้น หลังขายหุ้น AJNMT ทำให้เราคาดบริษัทจะปรับ Div. Payout Ratio ขึ้นจากในอดีต โดยคาดเงินปันผลปีนีที่2.2 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Div. Yield 6.4% เราจึงคงแนะนำ “ซื้อ”

บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย