Munster จาก Deepwater คาดการณ์ผลประกอบการสำคัญของ NVIDIA สัปดาห์หน้า
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ - จีนยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดทางทำเนียบขาวได้เริ่มเข้าไปตรวจสอบกองทุนการลงทุนในบริษัทสัญชาติจีนซึ่งรวมไปถึงขอดูบัญชีการค้าของบริษัทเหล่านั้นด้วย ทางจีนก็มีมาตรการออกมาตอบโต้เช่นกันโดยพวกเขาอาจไม่อนุญาตให้มีการลงทุนในกองทุนบำนาญของสหรัฐฯ การตอบโต้ไปมาเช่นนี้ไม่ใช่ข่าวดีทั้งกับสหรัฐฯ หรือการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก บรรยากาศความตึงเครียดเช่นนี้มีแต่จะทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง ยิ่งกว่านั้นตลาดยังโดนซ้ำจากตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่มีตัวเลขสูงกว่าคาดการณ์ ซ้ำร้ายไปกว่าเดิมในวันนี้สหรัฐฯ จะมีรายงานตัวเลขยอดขายปลีกของเดือนเมษายนที่เชื่อว่าจะออกมาลดลงซึ่งจะนำไปสู่การหดตัวของความต้องการในผู้บริโภค ปิดท้ายด้วยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจากมหาลัยมิชิแกนที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะออกมาลดลงเช่นกัน ปัจจัยทั้งหมดนี้ล้วนแต่จะทำให้ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงก่อนที่อเมริกาจะกลับมาเปิดพื้นที่ทางเศรษฐกิจบางส่วนได้อีกครั้ง
อ้างอิงจากคำแถลงการของผู้ว่าการธนาคารกลางของอังกฤษ (BoE) นายแอนดรูว์ ไบลีย์ เราเชื่อว่า BoE ก็เป็นอีกธนาคารหนึ่งที่ไม่ยอมลดอัตราดอกเบี้ยจนติดลบ แต่เชื่อว่าทาง BoE จะใช้วิธีอื่นมาผ่อนคลายนโยบายทางการเงินแทนเช่นการเข้าไปซื้อสินทรัพย์ฺ นักลงทุนที่เทรดคู่สกุลเงินปอนด์เทียบดอลลาร์มีความเชื่อมั่นในมาตรการของแบงก์ชาติว่าสามารถรับมือได้และพวกเขาใจเย็นพอที่จะรอดูการฟื้นตัวของสกุลเงินปอนด์ ยิ่งไปกว่านั้นนักลงทุนกลัวว่าหาก BoE เลือกวิธีลดอัตราดอกเบี้ยลงไปจนติดลบจะกลายเป็นสร้างปัญหาให้กับแบงก์ชาติมากกว่านี้
สกุลเงินปอนด์ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเพราะ BoE มองภาพรวมทางเศรษฐกิจเป็นลบ กราฟ EUR/USD ปรับตัวลดลงไปต่ำกว่า 1.08 เพราะข้อมูลทางเศรษฐกิจในฝั่งยุโรปออกมาสับสนวุ่นวายกันไปหมด อัตราการว่างงานในฝรั่งเศสดีขึ้นแต่รายงานตัวเลขจำนวนที่เก็บภาษี ณ ที่ขนส่งของเยอรมันในเดือนเมษายนปรับตัวลดลง รายงานตัวเลข GDP ที่จะออกในวันนี้คาดว่าจะหดตัวอย่างรวดเร็ว
อัพเดทอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินทั่วโลก
https://th.investing.com/currencies/
แปลงอัตราแลกเปลี่ยน
https://th.investing.com/currency-converter/
