หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
รายงานผลขาดทุน 1Q63 น้อยกว่าที่คาด
ผลประกอบการได้รับผลกระทบจากการรับรู้ Stock Loss จำนวนมาก
ราคาน้ำมันดิบต่ำ หนุน Spread ปิโตรเคมี แต่ไม่พอชดเชยค่าการกลั่นที่ลดลง
ทำให้ Market GIM ใน 1Q63 อยู่ที่ 2.1 เหรียญ ลดลงทั้ง QoQ และ YoY
เราเชื่อว่า 1Q63 จะเป็นจุดต่่ำสุด แต่การฟื้นตัวที่ชัดเจนต้องรอปลายปี 63
ยังน่าสนใจในการลงทุน จากค่าการกลั่นที่คาดว่าจะทยอยกลับมาฟื้นตัว
ผลประกอบการ 1Q63 ขาดทุน จากการรับรู้ Stock loss จำนวนมาก
บริษัทรายงานผลประกอบการ 1Q63 ขาดทุน 13,754 ล้านบาท พลิกจาก 1Q62 และ 4Q62 ที่ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,408 ล้านบาท และ 1,984 ล้านบาท แต่เป็นผลขาดทุนที่ต่่ากว่าคาด ปัจจัยที่กระทบผลประกอบการมาจากการรับรู้ Stock loss ที่มากถึง 10,772 ล้านบาท (คิดเป็น 12.2 เหรียญต่อบาร์เรล) เทียบกับ 1Q62 และ 4Q62 ที่มี Stock gain จำนวน 2,473 ล้านบาท และ 934 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยเดือน มี.ค. 63 ลดลงกว่า 30.3 เหรียญ ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยในเดือน ธ.ค. 62 รวมทั้งผลจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่ากว่า 2.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ท่าให้บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2,338 ล้านบาท ทำให้บริษัท รายงานค่าการกลั่นรวม (Accounting GIM) ในช่วง 1Q63 ติดลบ 10.1 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง เมื่อเทียบกับ 7.9 เหรียญต่อบาร์เรล และ 5.1 เหรียญต่อบาร์เรล ในช่วง 1Q62 และ 4Q62
ค่าการกลั่นปรับลดลง กระทบธุรกิจหลัก
ธุรกิจหลักได้รับผลกระทบจากค่าการกลั่นที่ลดลง โดยบริษัทรายงานค่าการกลั่นพื้นฐาน 1Q63 อยู่ที่ 0.1 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลงเมื่อเทียบกับ 3.0 และ 2.7 เหรียญต่อบาร์เรล ใน 1Q62 และ 4Q62 ตามล่าดับ เป็นผลมาจากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่ลดลง จากภาคการขนส่งใน ประเทศ รวมทั้งธุรกิจสายการบินที่เริ่มทยอยลดเส้นทางการบิน ท่าให้ค่าการกลั่นน้ำมันเบนซิน และน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง 73%QoQ และ 36%QoQ ขณะที่บริษัทมีอัตรากลั่นอยู่ที่ 111% ลดลง 2%QoQ และลดลง 4%QoQ ท่าให้ธุรกิจการกลั่นมีผลการด่าเนินงานขาดทุน 4,488 ล้าน บาท ขณะที่ผลประกอบการกลุ่มปิโตรเคมีทรงตัว QoQ แม้โรงงาน TPX จะมีก่าลังผลิตเพิ่มขึ้น 10%QoQ และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Product to feed margin) อยู่ที่ 85 เหรียญต่อตัน เพิ่มขึ้น 63%QoQ แต่ถูกลดทอนด้วยส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มธุรกิจน้ำมันหล่อนลื่นที่ ลดลง 28%QoQ
เราเชื่อว่า 1Q63 จะเป็นจุดต่ำสุด แต่การฟื้นตัวที่ชัดเจนต้องรอปลายปี 63
แม้เราเชื่อว่าผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี 2563 จะไม่มีความเสี่ยงต่อการรับรู้ Stock loss โดยเฉพาะขนาดของผลขาดทุนจาก stock ที่มากเหมือน 1Q63 ที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดิบที่ ระดับต่่ากว่า 20 เหรียญต่อบาร์เรล ท่าให้ Down-side ของราคาน้ำมันค่อยข้างจ่ากัด ขณะที่เรา เชื่อว่าราคาน้ำมันดิบมีโอกาสฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในช่วงที่เหลือของปี 2563 ด้านผล ประกอบการจากการด่าเนินงานปกติ ยังมีปัจจัยกดดันจากค่าการกลั่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่ ลดลง โดยเฉพาะค่าการกลั่นของน้ำมันเบนซินในช่วง 2Q63QTD ติดลบ 0.06 เหรียญต่อบาร์เรล ขณะที่ค่าการกลั่นน้ำมันในกลุ่ม Middle Distillate อย่างน้ำมันดีเซล และน้ำมันเครื่องบินปรับ ลดลง 19%QoQ และ 81%QoQ แม้เราเชื่อว่าผลจากมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์เมือง จะช่วย กระตุ้นความต้องการใช้น้ำมันดิบในประเทศ แต่มาตรการจ่ากัดการเดินทางระหว่างประเทศ อย่างน้อยถึงสิ้นเดือน พ.ค. เป็นปัจจัยจ่ากัดการฟื้นตัวของค่าการกลั่น รวมทั้งก่าลังกลั่นที่คาดว่า จะลดลงจากภาครวมความต้องการใช้ในประเทศที่อ่อนแอ
ยังน่าสนใจในการลงทุน จากค่าการกลั่นที่คาดว่าจะทยอยกลับมาฟื้นตัว
เราคาดหวังจะเห็นการฟื้นตัวของค่าการกลั่น จาก (1) มาตรการล็อกดาวน์เมืองที่เริ่มผ่อนคลาย ของไทยและในหลายๆ ประเทศ เป็นปัจจัยกระตุ้นความต้องการใช้เชื้อเพลิง (2) แนวโน้ม Crude Premium ที่ลดลง จากการประกาศราคาส่งออกน้ำมันดิบของซาอุฯ และ (3) ก่าลังกลั่นที่ภูมิภาค ที่ลดลง จากผลของค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับต่่า แม้ราคาหุ้นจะปรับเพิ่มกว่า 18.5% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา แต่ยังมี Upside เพียงพอต่อการลงทุน
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities
ดูกราฟและราคาหุ้น ไทยออยล์ จำกัด (BK:TOP)









