ราคา Bitcoin วันนี้: พุ่งขึ้นเหนือ $78k หลังการเทขายในช่วงสุดสัปดาห์; ความกังวลเกี่ยวกับ Fed ยังคงอยู่
สัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงซบเซาชี้จากยอดการจ้างงานและอัตราการว่างงานในสหรัฐฯซึ่งอยู่ในระดับตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์
ติดตามแนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการ Lockdownและรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีนในระยะสั้นตลาดมีโอกาสเดินหน้าเปิดความเสี่ยง (Risk-On) จากความหวังแนวโน้มเศรษฐกิจที่อาจดีกว่าคาด หลังการเปิดเมืองและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ดีขึ้นต่อเนื่อง
เรามองว่า เงินดอลลาร์จะไม่ใช่สินทรัพย์ที่น่าสนใจภายใต้ภาวะเปิดรับความเสี่ยง โดยตลาดจะเลือกถือสกุลเงินอื่นๆ อาทิ สกุลเงินยูโรและค่าเงินตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย (EM Asia FX)เช่น เงินบาท กดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงได้
- กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 31.95-32.45 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

ฝั่งสหรัฐฯ –ตลาดคาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังคงซบเซา โดยยอดค้าปลีก (Retail Sales)เดือนเมษายนจะลดลงถึง 12%จากเดือนก่อนหน้า แย่ลงจากเดือนมีนาคมที่หดตัวราว 9% ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment)ในเดือนพฤษภาคมก็มีแนวโน้มลดลงสู่ระดับ 68 จุด จากระดับ 71.8จุด ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่าแนวโน้มการบริโภคของครัวเรือนอเมริกันจะยังคงหดตัวต่อเนื่อง กดดันยอดค้าปลีกในเดือนพฤษภาคมเช่นกัน
ฝั่งยุโรป – แม้ว่านักวิเคราะห์ต่างมอง เศรษฐกิจยุโรปในไตรมาสแรกจะได้รับผลกระทบจากมาตรการ Lockdown ทำให้ทั้งเศรษฐกิจอังกฤษและเยอรมนีจะหดตัวราว 2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่ตลาดจะเริ่มมีความหวังว่าแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปอาจเริ่มดีขึ้น หลังหลายประเทศจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการ Lockdown หนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงการเมืองยุโรปในประเด็น Brexitก็จะเริ่มกลับมาเป็นจุดสนใจ
โดยอังกฤษและตัวแทนสหภาพยุโรปจะมีกำหนดประชุมเพื่อหารือแนวทางข้อตกลง Brexitโดยเฉพาะประเด็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านหรือ Transition period ว่าจะสิ้นสุดลงในปีนี้หรือไม่
ฝั่งเอเชีย – ตลาดมองว่า เศรษฐกิจมาเลเซียในไตรมาสแรกของปี 2020 จะหดตัวราว 1.3% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แย่ลงจากที่โตได้ 3.6% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นจากการระบาดของ COVID-19 ที่กดดันทั้งการบริโภค การส่งออกสินค้า การท่องเที่ยวและการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่เศรษฐกิจจีนจะส่งสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่จะเป็นการหนุนจากการบริโภคในประเทศ ชี้จากดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจสำคัญรายเดือน อาทิ ยอดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (Fixed Asset Investment) จะหดตัว 9% ดีขึ้นจากที่ หดตัวถึง 16% ในเดือนก่อน ส่วนยอดค้าปลีก (Retail Sales) จะหดตัวราว 6% ดีขึ้นจากที่หดตัวราว 16%ก่อนหน้า ขณะที่ยอดการผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production)จะพลิกขยายตัว 1.5% ดีขึ้น จากที่หดตัวถึง 1.1% ในเดือนก่อน ซึ่งข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าวจะสะท้อนว่าเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวดีขึ้น หลังทางการจีนเริ่มเปิดเมือง ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ
