ทองกับหุ้น อะไรน่าลงทุนกว่ากัน ?

เผยแพร่ 05/05/2020 08:27

เราลองไปถามความเห็นของ 2 นักลงทุนระดับตำนานอย่าง Ray Dalio และ Warren Buffet กันดูครับ เป็นที่น่าสนใจมากๆที่ถึงแม้ทั้งคู่จะประสบความสําเร็จจากการลงทุนมามากเท่าไหร่ แต่มุมมองในเรื่องของ ราคาทอง ของทั้งคู่นั้นกลับแตกต่างกันเหลือเกิน !

Warren Buffet กล่าวไว้ว่า

“You could take all the gold that’s ever been mined, and it would fill a cube 67 feet in each direction. For what it’s worth, you could buy all of the farmland in the United States and 10 Exxon Mobils Company and have $1 trillion of walking-around money. Or you could have a big cube of metal. Which would you take? Which is going to produce more value?”

หรือแปลความหมายได้ว่า "ถ้าคุณเอาทองคำในโลกทั้งหมดมาหลอมรวมกัน มันจะมีขนาดเป็นก้อนลูกบาศก์ขนาดด้านละ 67 ฟุต และมันจะมีค่าเท่ากับเงินประมาณ 7 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งคุณสามารถนำเอาไปซื้อพื้นที่ไร่ทั้งหมดในประเทศสหรัฐได้ และยังซื้อบริษัท Exxon Mobil ได้อีก 10 บริษัท แถมยังเหลือเงินสดทอนติดกระเป๋ากลับมาอีก 1 ล้านล้านเหรียญ คุณลองเลือกดูละกันว่าอย่างไหนจะสามารถทำเงินให้คุณได้มากกว่ากัน"

ทางบัฟเฟตต์นั้นเชื่อว่าธุรกิจที่ดีนั้นย่อมทำกำไรได้สูงเกินกว่ามูลค่าของทองที่เพิ่มขึ้นเสมอ และเขาก็จะเลือกธุรกิจที่ดีแทนการถือก้อนทองคำทุกๆครั้งหากเขามีสิทธิเลือกได้

Ray Dalio กล่าวไว้ว่า

"If you dont own gold...there is no sensible reason other than you dont know history or you dont know the economics of it..."

หรือแปลความหมายได้ว่า "ถ้าคุณเป็นนักลงทุนและไม่ถือทองคำ มันคงไม่มีคำอธิบายอะไรนอกจากว่าคุณไม่รู้ทั้งประวัติศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ของโลกเรา"

ทางดาลิโอนั้นเชื่อว่าการถือทองคำในพอร์ตลงทุนนั้นไม่ใช่เพียงจะช่วยทั้งลดความเสี่ยงแต่ยังช่วยเร่งผลตอบแทนของพอร์ตลงทุนคุณได้ด้วยในระยะยาว และเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่แนะนำให้ถือทองคำในพอร์ตเสมอ

ใครผิดหรือใครถูกในเรื่องนี้ ?

จริงๆแล้วคงไม่มีใครผิดหรือใครถูกครับ ทั้งคู่นั้นเป็นนักลงทุนระดับตำนาน แต่สิ่งที่แตกต่างกันที่หลายคนอาจจะไม่ทราบคือ วิธีในการลงทุนของทั้งคู่

Ray นั้นเน้นการลงทุนระยะยาวแบบไม่ต้องปรับพอร์ตบ่อยๆไม่ว่าจะเจอวิกฤตหรือไม่ก็ตาม เพราะฉะนั้นหากเราจะไม่มีการปรับพอร์ตบ่อยๆ การถือทองคำนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจได้อย่างมากมาย ประกอบกับช่วยเร่งผลตอบแทนในช่วงที่เงินเฟ้อนั้นสูงได้ด้วย

ในทางตรงกันข้ามรูปแบบในการลงทุนของ Buffet นั้นคือการเน้นถือธุรกิจที่ดี ซึ่ง Buffet พูดถูกที่หากธุรกิจนั้นเป็นธุรกิจที่ดีและมีการเติบโตสูง ยังไงก็ตามมูลค่าที่ธุรกิจนั้นจะสร้างได้ย่อมจะสูงกว่าการขึ้นของราคาทองแน่นอน แต่ในช่วงที่ราคาหุ้นนั้นสูงไปแล้วหรือวิกฤตกำลังจะมาทาง Buffet อาจจะเลือกที่จะขายหุ้นและถือเงินสดรอแทนการบริหารความเสี่ยงพอร์ตด้วยการถือทองแทน

ทำให้ แผนการลงทุนของทั้งคู่นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Ray พยายามพูดเหน็บ Buffet ในการไม่ถือทองคำ

นักลงทุน VI อย่าง Warren Buffet เคยบอกเสมอว่า "Cash is King" (เงินสดคือราชา) แต่ Ray Dalio กลับออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "Cash is Trash" (เงินสดคือขยะ) หรือเรียกได้ว่าเป็นมุมมองที่ตรงกันข้ามกับ Buffet เลย !

ต้องเล่าว่าในมุมมองของ Ray นั้นคือ เงินสดกำลังด้วยค่าลงอยู่เสมอทุกๆวันเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น เพราะเงินสดนั้นไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและกำลังเฟ้อขึ้นทุกวัน ทำให้ Ray นั้นไม่นิยมถือเงินสดเยอะและเป็นการเหน็บปู่ Buffet ที่กำลังถือเงินสดเยอะเต็มมืออยู่ในขณะนี้

แต่ในมุมมองของ Buffet นั้น เขามองว่าเงินสดคือราชา เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ตลาดอาจเกิดวิกฤต ราคาหุ้นอาจตกครั้งใหญ่ เมื่อเวลานั้นมาถึงเขาจะได้ใช้เงินสดที่รอพร้อมอยู่แล้วเหล่านี้เร่งเข้าซื้อกิจการต่างๆ หากมองด้วยมุมแบบนี้นั้นการถือเงินสดไว้นั้นก็ไม่ได้ผิด

เพราะฉะนั้นมุมมองของทั้งคู่นั้นจึงแตกต่างกันเพราะการปรับรูปแบบพอร์ต คนนึงนั้นเน้นการลงทุนในแบบระยะยาวแบบไม่ต้องปรับพอร์ต และอีกคนต้องคอยปรับพอร์ตในยามวิกฤตเสมอเท่านั้นเอง

ทางเราเคยบทความเต็มๆอธิบายในเรื่องนี้ว่า: ทำไมเงินสดในมือเราถึงด้อยค่าลงทุกวัน ? Cash is King or Trash ? ลองอ่านได้ใน Link ตรงคอมเม้นท์นะครับ

บทวิเคราะห์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่เพจ Oil Trading - ทันตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลกกับ KP

ดูกราฟราคาน้ำมัน WTI (NYSE:WTI)

ดูกราฟราคาน้ำมันดิบ BRENT สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเบรนท์

ดูกราฟกองทุนรวม Invesco DB Oil Fund (NYSE:DBO)

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย