ทรัมป์ฟ้องสรรพากรและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ 10 พันล้านดอลลาร์ กรณีข้อมูลภาษีรั่วไหล
หลังจากอยู่ในแนวโน้มขาลงมายาวนานตลอด 3 สัปดาห์ในที่สุดสัปดาห์นี้โดนัลด์ ทรัมป์ก็ได้ออกมาประกาศถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 สร้างความดีใจให้กับตลาดและจบขาลงอันยาวนานนี้เป็นที่เรียบร้อย (อย่างน้อยก็ในตอนนี้) แต่เมื่อมองออกไปดูตลาดรอบข้างแล้วพบว่าขาขึ้นของตลาดหุ้นในครั้งนี้หากหมดข่าวดีกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็อาจจะไม่สามารถเติบโตอย่างมั่นคงได้ ราคาทองคำพยายามสร้างจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติกาลอยู่เรื่อยๆ กราฟพันธบัตรรัฐบาลมุ่งหน้าสู่จุดต่ำสุดใหม่และราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พึ่งขึ้นมาจากโซนติดลบ
แม้ว่าราคาทองคำจะพึ่งขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดใหม่ตลอดทั้งสัปดาห์ได้แต่ทางแบงค์ออฟอเมริกา (BofA) ได้มองไปไกลกว่านั้น พวกเขาวิเคราะห์ว่าราคาทองคำจะสามารถขึ้นไปถึง $3000 ได้ ตัวเลขนี้สร้างความตกใจให้กับตลาดลงทุนเป็นอย่างมากเพราะก่อนหน้านี้ทาง BofA พึ่งจะออกมาคาดการณ์ตัวเลขอยู่ที่ $2,000 อยู่และตอนนี้กราฟก็ยังอยู่ในเส้นทางการวิ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดตลอดกาลที่ $1,911.60 ซึ่งเคยทำเอาไว้เมื่อเดือนกันยายนปี 2011
ทางแบงค์ออฟอเมริกาให้เหตุผลว่าทำไมถึงมองไปถึง $3000 “วิกฤตโควิด-19 คือจุดเริ่มต้น ไม่ว่าวิกฤตโควิดจะจลลงเมื่อไหร่หลังจากนั้นโลกจะตกอยู่ภายใต้ของบรรยากาศการกดดันทางการเงิน (Financial Repression) ซึ่งตอนนี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทุกคนกำลังดีใจกันนี่ละคือตัวขับเคลื่อนชั้นดี นอกจากนี้แล้วยังมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากตลาดน้ำมันและการหดตัวของสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ เป็นปัจจัยเสริม”
ความกังวลที่ทาง BofA มีเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ในตลาดการเงินและการลงทุน แต่จริงๆ แล้วก็ไม่มีใครรู้อนาคตสิ่งที่ทาง BofA คิดคือการมองไปไกลเกินกว่า 18 เดือนข้างหน้าต่อจากนี้ ความจริงอีกอย่างหนึ่งก็คือทุกคนที่เป็นนักลงทุนมีสิทธิ์ที่จะคิด วิเคราะห์ และอาจจะเกิดความผิดพลาดได้ (รวมถึงพวกเราก็ด้วย) แทนที่จะมานั่งเป็นกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเราลองลดสเกลนั้นลงและมองให้ใกล้เข้ามาสักหน่อยจะเป็นการดีกว่าไหม

จากกราฟรายวันของราคาทองคำล่วงหน้าพบว่าราคาได้สร้างรูปแบบหัวไหล่ (Head & Shoulder) ของขาขึ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่งสัญญาณที่ดีให้กับแนวโน้มขาขึ้น นอกจากนี้เมื่อมองเลยบริเวณขาขึ้นจากไหล่ขวาขึ้นไปพบว่าการย่อตัวสำหรับขาขึ้นก็สร้างเสร็จแล้วเช่นกันเป็นการบ่งบอกว่าอุปสงค์และอุปทานได้มาถึงจุดเปลี่ยนแนวโน้มอย่างแท้จริง
เรามาดูกันที่การย่อตัวของขาขึ้นเหนือไหล่ขวากันสักเล็กน้อย การย่อครั้งนี้ถือเป็นการสร้างรูปแบบไปต่อตามตำรา ราคาสร้างรูปแบบ “ธงลู่ลง (Falling Flag)” ขึ้นมาเองซึ่งเป็นการบอกว่านักลงทุนที่ถือทองมาตั้งแต่ช่วงสร้างไหล่ขวาได้ออกจากตลาดทำกำไรกันไปแล้ว การทะลุกรอบราคาขาลงกลับขึ้นไปคือการบ่งบอกว่าตอนนี้แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ของทองคำพร้อมแล้ว
เป้าหมายของการวิ่งขึ้นในรอบนี้เราวิเคราะห์เอาไว้ที่ $1,941 ซึ่งเป็นการคำนวนมาจากเอาระยะวิ่งของแนวโน้มขาลงก่อนหน้า (ประมาณ 244 จุด) มาบวกเพิ่มเข้าไปกับจุดสูงสุดล่าสุดก่อนที่ราคาจะทะลุขึ้นมา ($1,697) แต่เราต้องขอบอกไว้ก่อนว่าการวิเคราะห์เป้าหมายนี้สามารถใช้ได้กับไทม์เฟรม 1 วันตามที่เราวิเคราะห์ให้ดูเท่านั้น
ระหว่างทางที่ขึ้นไปหา $1,941 นักลงทุนอาจจะได้เห็นราคาปรับตัวลดลงมาบ้างจากปัจจัยพื้นฐานที่โดนัลด์ ทรัมป์คงจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเรื่อยๆ แต่ถ้าสิ่งที่ BofA วิเคราะห์เป็นจริงถึงอย่างไรเสียราคาก็จะสามารถขึ้นไปแตะ $1,941 ได้อยู่ดี
กลยุทธ์การเทรด
เทรดเดอร์ที่ไม่ชอบความเสี่ยง จะรอจนกว่าจะเชื่อว่าการทะลุขึ้นมาจากกรอบขาลงไม่ใช่การทะลุหลอก (ราคาต้องสามารถวิ่งขึ้นไปเกิน $1,788.80 ได้) จึงจะตัดสินใจเข้าซื้อหลังจากราคาย่อตัวลงมา
เทรดเดอร์ที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง จะเทรดตามเงื่อนไขของกลุ่มเทรดเดอร์ที่ไม่ชอบความเสี่ยงแต่จะไม่เสียเวลารอสัญญาณยืนยัน
เทรดเดอร์ที่รับความเสี่ยงได้สูง จะรอจนกว่าราคาทะลุ $1,760 ได้อย่างน้อย 1.00% เพื่อจำกัดความเสี่ยง
ตัวอย่างการเทรด
- จุดเข้า: $1,740 (เหนือจุดที่ย่อลงมา)
- Stop-Loss: $1,730 (แนวรับที่เกิดจากรูปแบบธง)
- ความเสี่ยง: $10
- เป้าหมายในการทำกำไร: $1,780 (ใต้จุดสูงสุดเมื่อวันที่ 14 เมษายน)
- ผลตอบแทน: $40
- อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:4
