S&P 500 แตะ All-Time High หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
Earning Result
TISCO รายงานกำไรช่วง 1Q63 จำนวน 1,484 ลบ. หดตัว 14.2%YoY แย่กว่าที่เราและตลาดคาด โดยแม้มีปัจจัยบวกจาก NIM ที่ขยับขึ้นเป็น 4.65% จากเพียง 4.11% ในช่วง 1Q62 หนุนด้วยการเริ่มรับรู้ผลประโยชน์จากมาตรการลดเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน (FIDF) จาก 0.46% เหลือ 0.23% ของฐานเงินฝาก และการทยอยปรับลดดอกเบี้ยเงินฝาก ช่วยให้ Cost of Fund ปรับลงเหลือ 1.82% จาก 2.07% ในปีก่อน ขณะที่ Asset Yield มีพัฒนาการดีขึ้นสู่ 6.14% จากเพียง 5.81% ในช่วง 1Q62 หลังบริษัทหันมาเน้นโตสินเชื่อในกลุ่ม High Yield มากขึ้น ทั้งสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและสินเชื่อจักรยานยนต์บวกกับการรับรู้รายได้ จากลูกหนี้ที่เป็น NPL ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ นอกจากนี้พบว่า Cost to Income Ratio ลดลง เหลือ 40.8% จาก 50.1% ในช่วง 1Q62 ตามธุรกรรมที่ลดลงสอดคล้องกับขนาดของพอร์ต สินเชื่อแต่ยังไม่พอที่จะหักล้างปัจจัยลบจากทั้ง 1) พอร์ตสินเชื่อรวมหดตัว 1.2%YoY หลังสินเชื่อเช่าซื้อซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของพอร์ตปรับตัวลง %YoY ตามยอดขายยานยนต์ในประเทศที่ลดลง และ Penetration Rate ของบริษัทที่ลดลง 2) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยหดตัว 4.4%YoY หลังรายได้ ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อที่ลดลงตามการใช้ TFRS9 รวมทั้งค่าธรรมเนียมขายประกันที่หดตัว และ 3) ตั้งสำรองเพิ่มขึ้นกว่า 870.1%YoY หลังตั้งสำรองพิเศษเพื่อรองรับการชะลอตัว ทาง ศก. ในอนาคต (Management Overlay) ราว 840 ลบ. หักล้างผลบวกจากการทยอยรับรู้สำรองส่วนเกินจำนวน 2,100 ลบ. ที่เปลี่ยนมารับรู้ภายใน 2 ปี (เฉลี่ยไตรมาสละ 262 ลบ.) จากเดิมที่มีแผนทยอยรับรู้ 5 ปี ส่งผลให้ Credit Cost สูงขึ้นเป็ น 1.75% จากเพียง 0.25% ในปีก่อน
Our Take
กำไรช่วง 1Q63 ของ TISCO คิดเป็น 21% ของประมาณการทั้งปี และเรายังคงประมาณการเดิม โดยเรามองว่ากำไร 1Q63 ที่ออกมาต่ำคาดเกิดจากการตั้งสำรองพิเศษเนื่องจากการเปลี่ยนสมมุติฐานที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของ ศก. ค่อนข้างมาก (ปรับ GDP จากโต +2-3%YoY เป็น หดตัว 4-5%) ทำให้การตั้งสำรองดีดตัวขึ้นเยอะ แต่หากการปรับสมมุติฐานในไตรมาสถัดไปไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางลบอย่างรุนแรง การตั้งสำรองของ TISCO จะเริ่มปรับตัวเข้าสู่ระดับปกติ อีกทั้งมีแรงหนุนจากการใช้นโยบายรับรู้Excess Provision แบบเร่งตัวมากขึ้น ทำให้เราคาดการตั้งสำรองในช่วงที่เหลือของปีจะปรับลงมากจากช่วง 1Q63
อย่างไรก็ดี TISCO ยังมี Downside จากความกังวลต่ออัตราโตของสินเชื่อที่มีแนวโน้มลดต่ำลง ซึ่งหากในรายงาน ธ.พ. 1.1 มีสัญญาณเชิงลบของสินเชื่อมากกว่าที่เราประเมิน (คาดทั้งปีสินเชื่อหดตัว 2%YoY)จากยอดขายยานยนต์ที่ลดลงมาก ซึ่งเราจะพิจารณาปรับลดประมาณการกำไรสุทธิในปีนี้ลง โดยภายใต้ประมาณการปัจจุบันเรายังคาด TISCO จะมีกำไรสุทธิ 7,090 ลบ. โต 0.5%YoY
แม้เรามองผลดำเนินงานของ TISCO จะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ช่วง 2Q63 เป็นต้นไป จากการตั้งสำรอง ที่ลดลงมาก แต่ด้วยราคาหุ้น TISCO ปรับขึ้นจนเหลือ Upside เพียง4.9% จากมูลค่าพื้นฐานเดิม ปี 2563 ที่ 85 บาท (วิธี GGM) ทำให้เราปรับลดคำแนะนำาลงจาก “ซื้อ” เป็น “TRADING” โดยมีปัจจัยหนุนระยะสั้นคือการจ่ายปันผล 7.75 บาทต่อหุ้นที่จะ XD วันที่ 27 เม.ย. นี้
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








