S&P 500 แตะ All-Time High หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
Earning Result
KTC รายงานกำไรสุทธิช่วง 1Q63 จำนวน 1,641 ลบ. โต 3.2%YoY ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดประเมิน ซึ่งแม้มีแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 12.5%YoY ตามขนาดของพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัวราว 9.2%YoY แบ่งเป็นพอร์ตสินเชื่อบัตรเครดิตโต 7.7%YoY และ สินเชื่อส่วนบุคคลโต 13.2%YoY นอกจากนี้ยังมีผลบวกจากมาตรฐานบัญชีใหม่ที่ทำให้ 1) รับรู้รายได้ดอกเบี้ยบางส่วนจากลูกหนี้ที่ตกชั้นเป็น NPL ช่วยให้ Asset Yield ของบริษัท ปรับขึ้นจาก 17.1% ในปีก่อนเป็น 17.3% 2) รายการลูกหนี้คงค้างยังรวมลูกหนี้ที่ถูก writeoff ตามการดำเนินธุรกิจของบริษัทไปแล้ว (เดิมเมื่อถูก write-off ลูกหนี้ส่วนนั้นจะถูกหักออก) แต่ในทางบัญชีลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวจะถูก write-off เมื่อพิสูจน์ได้ ว่าลูกหนี้ไม่มี ความสามารถในการชำระเงิน (ใช้เวลาราว 24เดือน) ทำให้รายการดังกล่าวถูกตัดออกจากรายการลูกหนี้คงค้างในงบดุลช้าลง โดยล่าสุด KTC มีส่วนต่างของลูกหนี้คงค้างตาม TFRS9 และมาตรฐานบัญชีเดิมจำนวน 2,064 ลบ. อย่างไรก็ดีผลบวกดังกล่าวได้ถูกหักล้างลงบางส่วน จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยหดตัว 4.7%YoY หลักๆ เป็นเพราะค่าธรรมเนียมที่ลดลง ตามยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่น้อยลงมากในเดือน มี.ค. หลังได้รับผลกระทบจากการปิดเมือง ปิดห้างเพื่อลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 และถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่ สูงขึ้นทั้งเพื่อการขยายฐานบัตรและกระตุ้นการใช้จ่ายให้สูงขึ้นในช่วงต้นปีสะท้อนได้จาก Cost to Income Ratio ขยับขึ้นเป็น 36.6% จาก 35.4% ในช่วง 1Q62
ในแง่คุณภาพสินทรัพย์KTC แม้ตัวเลข NPL Ratio จะปรับขึ้นเป็น 4% จากเพียง 1.2% ใน 1Q62 และมี Coverage Ratio ลดลงเหลือ 203.9% จาก 605.3% ในปีก่อน แต่ส่วนใหญ่ เป็นผลจากการปรับมาตรฐานบัญชีทำให้ยอด NPL ของบริษัทเป็นมูลหนี้ที่ยังรวมมูลหนี้ของ ลูกหนี้ที่ถูก write-off ไปแล้ว แต่หากพิจารณา NPL ภายใต้มาตรฐานบัญชีเดิมพบว่า NPL ของ KTC อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปีก่อน
Our Take
กำไรสุทธิช่วง 1Q63 คิดเป็น 28% ของประมาณการทั้ังปี และเรายังคงประมาณการเดิมโดยคาดผลดำเนินงานของ KTC จะอ่อนตัวลงในช่วง 2Q-3Q63 เนื่องจากได้รับผลกระทบ จากกิจกรรมการใช้จ่ายที่ลดลงมากในช่วงปิดเมืองปิดห้าง ทำให้เรากังวลต่ออัตราโตของพอร์ตสินเชื่อในปีนี้ รวมถึงการออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทั้งการลดดอกเบี้ยและการลดเงินชำระขั้นต่ำ คาดทำให้ NIM ของบริษัทแคบลง อย่างไรก็ดีเนื่องจากปี ที่แล้ว KTC มีการเร่งตั้งสำรองอย่างหนักในช่วง 2H62 ก่อนที่จะปรับเข้าสู่ TFRS9 ทำให้เราคาด Credit Cost ปี 2563 จะปรับลงเหลือ 7.70% จาก 7.84% ในปี2562 หนุนให้เราคาด กำไรปี 2563 KTC จะมีกำไรสุทธิ 5,866 ลบ. โต 6.2%YoY
แม้ปัจจุบันราคาหุ้น KTC ยังมี Upside ราว 16% จากมูลค่าพื้นฐานที่ 2563 ที่ 38 บาท (วิธี GGM)แต่ด้วยทิศทางธุรกิจที่ไม่สดใสจากแรงกดดันด้านกำลังซื้อของคนในประเทศที่คาดอ่อนตัวลงมากในปีนี้ ทำให้เรายังคงคำแนะนำเพียง “TRADING”
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








