S&P 500 แตะ All-Time High หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
17 เม.ย. คาด SET INDEX ฟื้นตัวกรอบ 1200 - 1235 เนื่องจาก
เช้านี้ Dow Jones Future ฟื้นตัวแรงถึง 3.2% โดยช่วงเช้าตามเวลาประเทศไทยนิตยสารด้านสุขภาพ Stat News เปิดเผยว่ายา Remdesivir ที่ ผลิตโดยบริษัทหนึ่งในสหรัฐสามารถใช้รักษาผู้ป่วย COVID -19 จนหายดีได้
ทรัมป์ประกาศให้แต่ละรัฐสามารถเปิดเมืองได้เลยในวันนี้ แต่จะเป็นการทยอยเปิดในบางส่วน , บางธุรกิจ หากเปิดแล้วตัวเลขติดเชื้อไม่ได้เร่งตัว ขึ้นก็จะเปิดธุรกิจอื่นๆตามมา
ทั้งนี้จาก 2 ปัจจัยข้างต้นประเมินว่ายังต้องใช้เวลาในการติดตามใกล้ชิด เนื่องจากยัง มีความไม่แน่นอนสูง อย่างกรณีกลับมาเปิดเมืองของสหรัฐหากพิจารณาด้วยจำนวนผู้ ติดเชื้อต่อวันจะพบว่ายังไม่ถึงกับวางใจได้แม้จะมีสัญญาณที่ดีขึ้น เนื่องจากก่อนหน้า นี้ช่วงต้นเดือน เม.ย. จำนวนผู้ติดเชื้อ / วัน เฉลี่ยจะอยู่ 3.2 หมื่นราย ขณะที่ปัจจุบัน เฉลี่ยอยู่ที่ 2.7 - 2.9 หมื่นราย ดังนั้นการกลับมาเปิดเมืองข้อดีจะช่วยหนุนเศรษฐกิจแต่ ข้อเสียคือการติดเชื้ออาจกลับมาแพร่ระบาดมากกว่าเดิม ดังนั้นแนะติดตามตัวเลขติด เชื้อสหรัฐอย่างใกล้ชิดหลังจากนี้
ปัจจัยในประเทศ Bloomberg Consensus ประเมินว่าจะมีธนาคาร (BBL KKP SCB) รายงานผลประกอบการ 1Q20 ในวันนี้ โดยจะมีกำไรสุทธิรวมกันที่ 1.5 หมื่นล้าน บาท + 1 %QoQ -21 %YoY ทั้งนี้หากพิจารณาการปรับลดประมาณการกำไรทั้งปีของ 3 หุ้นข้างต้น ตั้งแต่ต้นปีพบว่า BBL KKP SCB ถูกปรับลง 16% 17% 25% ขณะที่ ราคาหุ้นปรับตัวลงมา 31% 40% 43 % เชื่อว่าสะท้อนความผิดหวังของผล ประกอบการไปบ้างแล้วดังนั้นหากไม่ต่ำกว่าที่ Bloomberg ประเมินมากนัก (+/ - 5%) เชื่อว่าจะไม่มีผลต่อราคามากนัก อย่างไรก็ตามหากต่ำกว่าที่คาดการณ์มากก็จะเป็น ปัจจัยกดดันราคาหุ้นได้ ทั้งนี้แม้ระดับ Valuation (PBV) จะต่ำสุดในประวัติการณ์ แต่ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่อ่อนแอจะเป็นตัวกดดันการเติบโตของสินเชื่อ และ เป็น ตัวเร่งทิศทาง NPL ซึ่งในอนาคตจะตามมาด้วยการตั้งสำรองและกดดันผล ประกอบการอีกครั้งดังนั้นกล่าวโดยสรุปมองว่ายังไม่น่าสนใจเท่าใดนัก พร้อมแนะติด ตามตัวเลข GDP จีน 1Q20 ในวันนี้ Bloomberg Consensus คาดเติบโตติดลบ ราว 6.2 %YoY หากออมาดีกว่าคาดจะเป็นบวกต่อการลงทุนแต่หากออกมาต่ำคาดจะ เป็นแรงกดดันแทน ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์การลงทุนแนะเล่นสั้นจบในวันของกลุ่มปิโตร เคมี (IVL PTTGC SCC) น้ำมัน (PTT (BK:PTT) PTTEP) รวมถึงหุ้นที่มีสหรัฐเป็นลูกค้า (TU) สำหรับนักลงทุนรับความเสี่ยงต่ำการปรับตัวขึ้นยังแนะเป็นโอกาสขาย
Stock Pick
TASCO (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 21 บาท) ปรับประมาณการกำไรปี 2020E ลง 23% สู่ระดับ 2.5 พันล้านบาท ตามยอดขายที่ลดลงในจีนและมาเลเซีย โดยคาดยอดขาย ทั้งปีจะอยู่ราว 2.05 ล้านตัน (เดิม 2.2 ล้านตัน) ซึ่งต่่ำกว่าเป้าหมายของผู้บริหารที่ 2.1 - 2.2 ล้านตันและยอดขายปีที่แล้วที่ 2.27 ล้านตัน อย่างไรก็ตามคาดยอดขายใน 2Q20E มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นโดยเฉพาะจากจีน
TU (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 16 บาท) แม้เราคาดผลประกอบการ 1Q20 จะลดลงราว 30 %YoY 16 %QoQ มาอยู่ที่ 889 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก COVID19 ที่ร้านค้าในสหรัฐต้องมีการปิดตัวช่วงสั้น อย่างไรก็ตามด้วยข่าวล่าสุดที่เกิดขึ้นคือจะ เตรียมกลับมาเปิดเมืองกับค้นพบยารักษาที่ได้ผลดี จะเป็นบวกจิตวิทยากับหุ้น TU โดยมีสัดส่วนรายได้ในสหรัฐราว 40% ของรายได้รวม
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ cgsec.co.th








