ทองคำสามารถพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ได้หรือไม่
ราคาน้ำมันดิบยังคงลดลงต่อเนื่อง -7% ในคืนนี้ หลังจากสำนักงานพลังงานสากลหรือ IEA ออกมารายงานผ่านรายงานประจำเดือนว่าข้อตกลงในการลดการผลิตครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศผู้ผลิตทั่วโลกนี้อาจไม่เพียงพอที่จะช่วยประครองให้ถังน้ำมันทั่วโลกไม่เต็มในปีนี้
หัวหน้าของสำนักงานพลังงานสากลนาย Faith Birol ได้ออกมากล่าวว่าการใช้น้ำมันของโลกในเดือนเมษายนนี้กำลังหายไปที่ 29 ล้านบาร์เรลต่อวัน (29% ของการใช้โลก) ถึงแม้ว่าการใช้น้ำมันจะกลับมาในครึ่งปีหลังนี้ได้ก็ตาม แต่โดยเฉลี่ยทั้งปีก็ยังหดตัวอยู่กว่า 9 ล้านบาร์เรลต่อวันอยู่ดี
"การบริโภคน้ำมันในปัจจับันนี้นั้นอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 25 ปีเลยทีเดียวและถึงแม้ว่าทุกประเทศจะมาร่วมการลดกำลังการผลิตนั้นถังน้ำมันทั่วโลกยังมีสิทธิเต็มได้อยู่" Birol กล่าว
สิ่งที่เราอยากอัพเดทที่สำคัญ
1️⃣ สิ่งที่ตลาดน้ำมันกลัวที่สุดตอนนี้คือถังน้ำมันของโลกเต็ม เพราะจะทำให้ไม่มีแม้แต่ที่เก็บน้ำมัน ทำให้ผู้ผลิตขายของไม่ได้ต้องหยุดผลิตไปแต่โดยปริยาย จุดประสงค์ที่กลุ่มโอเปกออกมาลดกำลังการผลิตในระยะสั้นนั้นเพราะต้องการแค่ไม่ให้ถังเต็ม #แต่ถ้าถังยังเต็มการลดก็อาจจะไม่เกิดประโยชน์ อย่างที่เราได้กล่าวไปในบทความ "Flatten the Oil Curve" (จะแนบไว้ให้ในคอมเม้นท์นะครับ)
2️⃣ IEA นั้นได้ออกมาเปลี่ยนคำพูด เพราะก่อนหน้านี้มองว่าถังน้ำมันจะเต็มภายในกลางปีถ้าไม่มีการลดกำลังการผลิต แต่ตอนนี้ด้วยการประเมินการใช้ที่ลดน้อยลงทาง IEA กลับเป็นห่วงว่าต่อให้ลดกำลังการผลิตแล้วถังน้ำมันอาจจะยังเต็มได้อยู่ในอนาคต... น่าเป็นห่วงมากทีเดียวครับ
3️⃣ หน่วยงานที่มีข้อมูลด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุด 3 องค์กรณ์ของโลกคือ IEA, OPEC และ EIA (กระทรวงพลังงานสหรัฐ) โดยในวันพรุ่งนี้ทางโอเปกจะมาออกรายงานประจำเดือนต้องติดตามดูว่าทางโอเปกมีมุมมองเช่นไร และถ้าใครอยากทราบว่าถังน้ำมันในโลกนี้มีเหลืออีกซักเท่าไหร่ 3 องค์กรณ์นี้จะมีข้อมูลมากที่สุด
4️⃣ อีกสิ่งที่ทาง IEA ได้ออกมากล่าวคือทางกลุ่มผู้ผลิตต่างๆยังพยายามเร่งการผลิตกันอย่างเต็มที่ในเดือนนี้เพราะข้อตกลงในการลดการผลิตนั้นจะเริ่มต้นขึ้นเดือนหน้า ทำให้ตลาดน้ำมันในเดือนนี้กำลังมีของล้นตลาดอย่างมากและกดดันราคาในระยะสั้น (อย่างที่ได้รายงานไปเมื่อคืนจากเรื่องของซาอุ)
5️⃣ ด้วยปัจจัยข้อ 4 ทำให้ราคาน้ำมันของเดือนที่ส่งมอบในระยะสั้นโดยเฉพาะสัญญา WTI เดือน May และ Brent เดือน June นั้นจะไม่ได้รับอานิสงค์ของการลดกำลังการผลิตในเดือนหน้า (เพราะหมดอายุการเทรดก่อนสิ้นเดือนนี้) ทำให้ราคาของทั้งคู่นั้นต่ำกว่าราคาเดือนถัดไปถึง 8 และ 4 เหรียญตามลำดับ (Contango) ถือเป็นระดับที่ต่างกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะปัจจัยพื้นฐานของน้ำมันในเดือนนี้กับเดือนหน้านั้นจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อการลดกำลังการผลิตเริ่มขึ้น
แนวโน้มราคาน้ำมัน
ตอนแรกทางเพจเชื่อว่ากรอบราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ 30-35 เหรียญนั้นน่าจะเหมาะสมไปได้ซักระยะนึงหลังจากมีการประกาศลดกำลังการผลิต แต่ด้วยแรงเทขายจากนักลงทุนและเทรดเดอร์ทั่วโลกจนทำให้หลุดกรอบออกมานั้น ทำให้ทางเพจปรับมุมมองและเพิ่มน้ำหนักปัจจัยทางเทคนิคเข้าไปมากขึ้นและเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวลดลงไปทดสอบระดับที่ต่ำที่สุดของปีในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ได้
แต่โดยรวมแล้วตลาดยังไม่น่าจะหลุดแนวรับนี้ไปได้เพราะสถานการณ์โดยรวมของตลาดนั้นจะดีขึ้นหลังจากจะมีการลดกำลังการผลิตในเดือนหน้า
#ตอนนี้ตลาดน้ำมันนั้นกำลังต่อสู้อยู่กับทั้งไวรัสโควิดและเวลา เราเชื่อว่าเริ่มต้นเดือนหน้าการใช้ไม่น่าลดต่ำไปมากกว่าการผลิตที่ลดลงไป แต่ในระหว่างนั้นจนถึงสิ้นเดือนต้องระวังและติดตามดูว่าแรง Sentiment ลบต่างๆที่เข้ามาจะทำให้ราคาน่วงหลุดแนวรับของปีไปได้หรือไม่
เรื่องของราคา WTI (NYSE:WTI)
อีกอย่างที่ต้องเน้นย้ำคือ ราคาน้ำมันดิบ WTI นั้นคือราคาที่ส่งมอบที่รัฐ Texas ราคาน้ำมันดิบ WTI นี้ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากมายกับตลาดโลกหรือตลาดน้ำมันในบ้านเรามากนัก ผลกระทบของราคาน้ำมันในสิงค์โปร์นั้นยังมีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมันดิบ Brent มากกว่า
และราคาน้ำมันที่ลดลงไปอย่างรวดเร็วของ WTI นี้ก็เป็นเพราะปัจจัยที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ที่หายไปมากที่สุดในโลกจากการเป็นประเทศที่มีการระบาดมากที่สุด หรือแม้แต่การลดกำลังการผลิตทั่วโลกนี้ก็มีผลโดยตรงน้อยกับราคาน้ำมันดิบ WTI เมื่อเทียบกับที่อื่นๆ เพราะตลาด WTI นั้นค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสหรัฐอย่างเดียว ตลาดนั้นไม่ได้เชื่อมต่อกับราคาโลกโดยตรง
บทวิเคราะห์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่เพจ Oil Trading - ทันตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลกกับ KP
