ทองคำสามารถพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ได้หรือไม่
ซาอุดิอาระเบียยังลดราคา #OSP ขายมาทางเอเชียลงต่อเนื่อง... ถือเป็น #ข่าวดีสำหรับโรงกลั่นทางบ้านเรา อย่างน้อยก็ด้านต้นทุนน้ำมันดิบในเดือนหน้านี้ แต่ทางซาอุนั้นปรับขึ้น OSP ขายไปทางสหรัฐ
แม้สงครามการผลิตจะจบแล้วแต่ดูเหมือนว่าซาอุพยายามจะตัดราคาทุกคนต่อเพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันทุกหยดในโควตาที่ปรับลดลงมาแล้วที่ 8.5 ล้านบาร์เรลต่อวันนี้ ยังจะขายออกตลาดไปได้แน่ๆ... #เพราะความต้องการใช้ดูจะลดลงไปอีก...
ทางซาอุได้ออกมาประกาศราคา OSP หรือส่วนต่างราคาของน้ำมันดิบที่ซาอุขายให้ลูกค้า เทียบกับน้ำมันดิบเกรดพื้นฐานอื่นๆในภูมิภาค ซึ่งโดยปกติแล้วหากคุณไม่ได้เป็นโรงกลั่นที่ต้องซื้อน้ำมันดิบมาใช้จริงๆ ค่า OSP นี้จะไม่ได้มีความหมายอะไรกับคุณมาก หากว่าคุณแค่ลงทุนในตลาดน้ำมัน
อย่างไรก็ตามเราได้เขียนไปเมื่อเดือนก่อนว่า ทางซาอุได้ใช้การประกาศราคา OSP นี้ในเดือนที่แล้วเป็นการ #ประกาศสงครามราคากับผู้ผลิตทั้งโลก โดยทางซาอุได้ปรับส่วนต่างของราคาน้ำมันตัวเองลงให้ถูกลงมากๆ เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบเกรดพื้นฐานอื่นๆในภูมิภาค เพื่อพยายามดึงให้ทุกคนหันมาซื้อน้ำมันจากซาอุแทนและพยายามแย่งส่วนแบ่งตลาดกลับมาให้มากที่สุด
โดยปกตินั้นเวลาเราซื้อน้ำมันดิบ ส่วนประกอบที่สำคัญของราคาจะมีอยู่ 2 ส่วน
1) ราคาของน้ำมันดิบที่กำลังจะประกาศออกมาในอนาคต นี่คือราคาตลาดที่พวกเราเฝ้าติดตามกันทุกวันไม่ว่าจะเป็นราคา Brent (NYSE:BNO) WTI (NYSE:WTI) หรือน้ำมันดิบดูไบ
2) ราคาส่วนต่างของผู้ซื้อผู้ขายที่ตกลงกันตอนซื้อขายหรือที่รู้จักว่าราคา Premium
เมื่อนำราคาสองส่วนนี้มารวมกันเราก็จะได้ราคาที่เราซื้อขายน้ำมันดิบ (ไม่รวมพวกต้นทุนขนส่งหรือต้นทุนการเงิน) แต่หากเราซื้อน้ำมันจากซาอุเขาจะเป็นฝ่ายกำหนดราคา Premium นี้เองโดยเรียกว่า Official Selling Price หรือ (OSP) ที่ประกาศออกมาทุกๆเดือน ทั้งนี้ก็เพื่อที่ทางซาอุจะได้มีอำนาจในการควบคุมราคาขายน้ำมันดิบของตัวเองเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบที่ขายในตลาด
โดยปกตินั้นทางซาอุจะปรับราคา OSP ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด หากมีความต้องการน้ำมันดิบของตัวเองเยอะก็จะปรับราคาขึ้นจะได้ขายได้แพงๆและชะลอการขาย ในทางกลับกันซาอุจะปรับค่า OSP ลง เมื่อไหร่ก็ตามที่ความต้องการน้ำมันนั้นน้อยลง เพื่อจะได้สามารถขายออกได้
แต่ใน #เดือนที่แล้วนั้นเกิดเหตุการณ์พิเศษ ทางซาอุนั้นไม่ได้ปรับราคา OSP ลงเพียงเพราะความต้องการน้ำมันเกรดซาอุลดน้อยลง แต่ปรบลดลงเพื่อที่จะประกาศสงครามราคา พร้อมที่จะผลิตของออกมาให้ล้นตลาดและต้องการลดราคาให้ถูกเพื่อถึงส่วนแบ่งตลาดให้มากที่สุด
แล้วในเดือนนี้เกิดอะไรขึ้น ?
ตอนแรกก่อนที่ทางกลุ่มโอเปกจะตกลงกันได้นั้น ทางซาอุได้เลื่อนกำหนดการประกาศ OSP ออกมาเรื่อยๆ เพื่อเป็นหลักประกันว่าถ้าทางกลุ่มผู้ผลิตยังไม่สมารถตกลงกันได้ หากมีใครที่คิดจะไม่ช่วยลดกำลังการผลิต ทางซาอุจะได้ประกาศค่า OSP นี้ให้ต่ำเข้าไปอีกเพื่อที่จะได้แย่งส่วนแบ่งตลาดให้มากขึ้นและทำให้สงครามยิ่งทวีความรุนแรง
แต่วันนี้ทางซาอุได้ลดราคา OSP ลง !
เมื่อเย็นวันจันทร์นี้ในที่สุดทางซาอุก็ได้ประกาศราคา OSP ของน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพฤษภาคมออกมา โดยทางซาอุยังได้ลดราคา OSP ลงมาจากเดือนที่แล้วอีกเล็กน้อย โดยลดให้ลูกค้าในเอเชียสามารถซื้อน้ำมันได้ด้วย OSP ที่ถูกลงอีก 4.2 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลงมาเป็นค่า OSP ที่ -7.3 เหรียญเมื่อเทียบกับน้ำมันดิบพื้นฐานอื่นๆในภูมิภาคนี้ (Middle East Benchmark)
การลดราคา OSP ครั้งนี้เป็นผลดีกับ #โรงกลั่น
เพราะจะทำให้ทางโรงกลั่นสามารถซื้อน้ำมันดิบเข้ามากลั่นได้ถูกขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพียงกับน้ำมันที่ซื้อจากแค่ซาอุอย่างเดียว แต่เดี๋ยวราคาน้ำมันใน Premium ที่อื่นๆก็ต้องรีบปรับลงตามๆกัน ถ้ายังอยากจขายของออกอยู่
โดยตอนแรกทางเรากังวลว่าหากสงครามราคายุติแล้วทางราคา Premium น้ำมันดิบนี้ขึ้นสูงจะยิ่งเป็นภาระทางราคาวัตถุดิบของโรงกลั่นเข้าไปอีก แต่ทางซาอุยังใจดีไม่ขึ้นราคาในเดือนนี้
การลดราคา OSP ลงนั้นมีผลบวกหรือลบต่อราคาน้ำมันดิบในตลาด ?
มีผลเป็นลบอย่างแน่นอน โดยกระทบใน 2 สองแง่มุมด้วยกัน
1) การที่ทางซาอุลดราคาน้ำมันแบบนี้ ทำให้ราคาน้ำมันดิบในเกรดอื่นๆต้องลดราคาลงด้วย หากยังจะต้องการแข่งในส่วนแบ่งของตลาดต่อไป ยกตัวอย่างเช่นราคาน้ำมันดิบ Brent จะต้องถูกลดลงมาเล็กน้อยตามกันไป เพราะว่าหากโรงกลั่นในเอเชียเลือกที่จะซื้อน้ำมันซาอุมากขึ้นเพราะราคาถูกลง การซื้อน้ำมันดิบที่อ้างอิง Brent ก็จะน้อยลง ราคาของทาง Brent ก็จะต้องลดราคาลงเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ให้ได้
2) ทางซาอุนั้นคงมองว่าการใช้น้ำมันอาจจะหายไปรุนแรงอย่างต่อเนื่องได้ในเดือนพฤษภาคมนี้แน่เลย ถ้าการใช้น้ำมันหายไปอีกมาก การซื้อน้ำมันดิบก็จะลดน้อยลงไปตามกัน ถึงแม้ทางซาอุจะได้ตกลงที่จะลดกำลังการผลิตมาอยู่ที่ 8.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ก็อยากจะลดราคาน้ำมันดิบตัวเองลงเพื่อให้มั่นใจว่า 8.5 ล้านบาร์เรลนี้จะขายออกตลาดได้หมด
ผลกระทบต่อแนวโน้มราคาน้ำมันโดยรวม ?
ยังไม่เยอะมากเท่าไหร่เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันดิบที่จะหายไปจริงๆจากตลาด กรอบราคา 30-35 เหรียญที่เราให้ไว้ก่อนประชุมน่าจะยังคงได้อยู่ในช่วงสั้นก่อนที่จะมีความเปลี่ยนแปลงในตลาดต่อไป
ต้องจับตาดูเดือนพฤษภาคมอย่างยิ่งว่าการใช้น้ำมันทั่วโลกจะกลับตัวเพิ่มขึ้นมาได้หรือไม่ หรือว่าทางกลุ่มโอเปกและผู้ผลิตอื่นๆจะสามารถลดกำลังการผลิตได้จริงอย่างที่สัญญาหรือไม่
บทวิเคราะห์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่เพจ Oil Trading - ทันตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลกกับ KP
