ราคาทองคำยังคงใกล้ $5,000/ออนซ์ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ รายงานการประชุม Fed กดดันแนวโน้มขาขึ้น
คาดSET IndexSET ปรับตัวขึ้นกรอบ 1140 – 1180 ทั้งนี้ประเมินปัจจัยที่มีผลต่อการ ขับเคลื่อนดัชนีสัปดาห์นี้ได้แก่
• ราคาน้ำมันดิบ สัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีได้แรงหนุนกลุ่มน้ำมันจากราคา น้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นหลังโดนัล ทรัมป์ออกมาทวิตเตอร์ว่าตนเชื่อทั้งซาอุ และรัสเซียจะปรับลดกำลังการผลิตลง 10-15 ล้านบาร์เรล ล่าสุดทาง โอเปกได้ออกมาเผยว่าจะจัดการประชุมฉุกเฉินขึ้นในวันที่ 9 เม.ย. ทั้งนี้ แนะจับตาวันดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทางซาอุและรัสเซียเผยว่า หากจะให้ทั้ง 2 ปรับลดกำลังการผลิตสหรัฐจะต้องร่วมด้วย กรณี 1 หาก ที่ประชุมไม่สามารถตกลงกันได้หรือลดกำลังการผลิตน้อย กว่าที่ตลาด มองไว้ที่ระดับ 10-15 ล้านบาร์เรล เชื่อว่าราคาน้ำมันจะปรับฐานลงมา และกดดันดัชนี กรณี 2 หากปรับลดเพียง 10-15 ล้านบาร์เรล ประเมิน ว่าราคาที่ปรับตัวขึ้นมา 38% หลังมีข่าวออกมาตอบรับไปพอสมควรแล้ว (Downside จำกัด) และกรณี 3 ปรับลดลงมากกว่า 10-15 ล้านบาร์เรล (เป็นบวก) ส่วนมุมมองทางเราให้โอกาสที่จะเกิดกรณีที่ 2 หรือ 3 ดังนั้น เป็นไปได้ว่าราคาน้ำมันดิบน่าจะเป็นปัจจัยหนุน / ประครองดัชนี มากกว่า
• COVID-19 นับเป็นครั้งแรกที่จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลก / วัน เพิ่มขึ้นใน ตัวเลขทีลดลง (กราฟด้านขวามือ) ดังนั้นคาดหวังต่อการผ่านจุดสูงสุดไป แล้วนอกจากนี้ในแต่ละรายประเทศพบว่าสหรัฐ เยอรมนี สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส จีน ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วเช่นกัน เหลือแค่เพียงอังกฤษที่ยังทำ จุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าด้วย 5 ประเทศข้างต้นขนาด เศรษฐกิจรวมกันก็50% ของ GDP โลก (ไม่รวมอังกฤษ) คาดว่าเพียง พอที่จะทำให้ตลาดผ่อนคลายกับสถานการณ์ COVID-19 ได้ ส่วนปัจจัยแนะนำติดตามได้แก่ประชุม ครม. (ไทย) วันอังคาร มีรายงานออกมาว่า จะเตรียมนำ พ.ร.ก. ด้านเงินกู้เข้าเสนอ ครม. แบ่งออกเป็น Soft Loan โดยใช้เงิน ของธปท.และส่งต่อให้ธนาคารพาณิชย์กู้ รวมถึงการให้ ธปท. เข้าซื้อหุ้นกู้เอกชน เพื่อสร้างมั่นใจให้กับตลาดการเงิน โดยเรามองมาตรการข้างต้นเป็นบวกต่อ สินทรัพย์เสี่ยงในแง่ของความเชื่อมั่นและสภาพคล่องที่มีให้กับบรรดาธุรกิจต่างๆ
Weekly Strategy: ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกต่อวันที่เริ่มเพิ่มขึ้น ในจำนวนที่ลดลงเบื้องต้นคาดหมายว่าจะผ่านจุดพีคไปแล้ว ดังนั้น ประเมินหุ้นที่จะได้จิตวิทยาบวกจะเป็น ปิโตรเคมี (IVL PTTGC SCC) น้ำมัน (PTT (BK:PTT) PTTEP) ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเมื่อวานที่ผ่าน มาเพิ่มขึ้นเพียง 51 รายนับเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นต่อวันที่ต่ำสุดในรอบ 17 วัน ประเมินเป็นบวกต่อ (BJC CENTEL CPN CPALL (BK:CPALL) COM7 HMPRO GLOBAL MINT MAJOR)
IVL (BK:IVL) (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 30 บาท) มีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อ กลุ่มปิโตรเคมีจากสัญญาณ COVID-19 ที่ส่งสัญญาณบวก ขณะเดียวกันมีมุมมองเป็นบวกต่อการเข้าซื้อ Huntsman ที่คาดว่าจะ เพิ่ม EBITDA ให้บริษัทได้ราว 26% (เริ่มรับรู้ปีนี้)
(BK:CPN)(ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 60 บาท) มองราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมา 35% YTD สะท้อนความวิตกของการ Lock Down ไปแล้ว ขณะที่ คาดหมายว่าการเปิดทำการต่างๆน่าจะสิ้นสุดลงเพียงสิ้นเดือน เม.ย. เท่านั้นหนุนจากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ส่งสัญญาณบวก ดังนั้นหากปิดทำ การเพียงแค่ถึงสิ้นเดือน เม.ย. ประเมินรายได้ทั้งปีลดลง 20%YoY ส่วนกำไรสุทธิลดลง 23%YoY อย่างไรก็ตามประเมินปีหน้าฟื้นตัวแรง 31%YoY
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ cgsec.co.th
