ราคาทองคำยังคงใกล้ $5,000/ออนซ์ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ รายงานการประชุม Fed กดดันแนวโน้มขาขึ้น
ผมรู้ดีว่าหากตั้งชื่อบทความแบบนี้จะต้องเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กับการวิเคราะห์ของผมอย่างแน่นอนอย่างเช่น “ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าราคาน้ำดิบจะขึ้นท่ามกลางวิกฤตไวรัสโคโรนาที่ทำให้คนไม่ไปไหนมาไหน แม้กระทั่งเครื่องบินยังต้องหยุดบิน?”
เราทราบดีว่าเพราะไวรัสโคโรนาทำให้คนกลัวที่จะออกเดินทางจนกระทบต่อปริมาณความต้องการน้ำมันดิบและเราก็ทราบดีว่าจากการทะเลาะกันของซาอุดิอาระเบียได้นำไปสู่สงครามราคาน้ำมันและทำให้ราคาน้ำมันลงมาอยู่ในจุดปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะพยายามออกมาตรการทางการเงินมาตอบโต้อย่างดุเดือดแค่ไหนแต่เพราะปริมาณความต้องการน้ำมันดิบที่ดูแล้วยังไม่อาจจะกลับมาง่ายๆ จึงทำให้ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสที่จะลงต่อมากกว่าขึ้น
แต่นักลงทุนทุกท่านก็ทราบดีว่าการลงทุนไม่อาจพึ่งการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานอย่างเดียวและเช่นเดียวกันก็ไม่สามารถพึ่งการวิเคราะห์ทางเทคนิคได้อย่างเดียวเหมือนกัน แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานจะทำให้เราเชื่อได้มากกว่าราคาน้ำมันดิบมีโอกาสลงมากกว่าขึ้นแต่เราก็ไม่ควรจะตัดความเป็นไปได้จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคออกไปและจากรูปแบบราคาในปัจจุบันทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ที่ราคาจะสามารถกลับขึ้นไปยัง $30 
หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบร่วงลงมาเกือบ 40% ในช่วงวันที่ 16-18 มีนาคม กราฟราคาน้ำมันดิบในปัจจุบันวิ่งอยู่เหนือแนวรับสำคัญอย่าง $20 และยังปรับฐานเป็นรูปแบบธงลู่ขึ้น หากราคายังคงปรับฐานอยู่ในรูปแบบนี้ต่อไปมีโอกาสที่ราคาจะขึ้นไปทดสอบส่วนบนของธงได้ ก่อนหน้าที่จะเกิดรูปแบบธงกราฟได้ปรับฐานเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมสมมาตรมาก่อน
หากวิเคราะห์จากพฤติกรรมราคาและหลักจิตวิทยาการลงทุนจะพบว่ารูปแบบการไปต่อของแนวโน้มอย่างสามเหลี่ยมสมมาตรเป็นรูปแบบของการไปต่อในทิศทางเดิมก็จริงและเมื่อสามารถไปต่อได้ดังคาดแล้วสิ่งที่นักลงทุนจะทำให้ช่วงที่ราคาร่วงลงอย่างรุนแรงคือรีบออกจากตลาดเพราะความกลัวว่าจะสูญเสียกำไรที่ทำได้ในขาลง อีกเหตุผลหนึ่งคือราคาน้ำมันดิบตอนที่เกิดรูปแบบสามเหลี่ยมสมมาตรก็ได้ลงมามากกว่าปกติอยู่แล้ว
เมื่อนักลงทุนเก่าที่ทำกำไรได้แล้วออกจากตลาดไป ทีนี้ก็ถึงเวลาของนักลงทุนใหม่ที่กำลังมองหาโอกาสจะช้อนซื้อในราคาถูกเข้ามาอุ้มราคาน้ำมัน หากว่านักลงทุนยังคงเชื่อแบบเดิมว่าราคาน้ำมันดิบมีโอกาสลงไปได้อยู่ พฤติกรรมของราคาควรจะออกมาเป็นในรูปแบบเดียวกันกับสามเหลี่ยมสมมาตรไม่ใช่ธงลู่ขึ้น
การย่อหรือปรับฐานถือเป็ยรูปแบบการวิ่งปกติของราคาในตลาด ในยามที่เป็นแนวโน้มขาขึ้นการวิ่งลงก็เป็นได้เพียงการย่อของราคาและเช่นเดียวกันกับในขาลงที่ขาขึ้นเป็นได้เพียงการย่อเท่านั้น การวิ่งขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อล่อให้นักลงทุนที่เชื่อในปริมาณความต้องการน้ำมันดิบสามารถกลับมาได้ในตลาด ที่แนวรับ $20 ถือเป็นบริเวณที่ต่ำที่สุดของราคาน้ำมันดิบเท่าที่จะเป็นไปได้แล้วแม้ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเคยทำไว้ที่ $10 ดังนั้นที่บริเวณแนวต้าน $30 จึงจะเป็นด่านพิสูจน์แนวโน้มขาขึ้นว่าจะยืนได้หรือไม่เพราะถ้าไม่อาจยืนได้แล้วราคาอาจลงไปอยู่ต่ำกว่า $20 ได้จริงๆ
กลยุทธ์การเทรด
นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง จะรอจนกว่ากราฟจะทะลุสามเหลี่ยมลู่ขึ้นลงไปด้านล่างและเข้าตามแนวโน้มขาลง โดยราคาปิดต้องอยู่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของราคาในรูปแบบธงลู่ขึ้นด้วย
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง จะรอขายเมื่อราคาสามารถขึ้นไปถึง $30
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง จะลองรับความเสี่ยงด้วยการเข้าซื้อเมื่อราคาสามารถขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของรูปแบบธง
ตัวอย่างการเทรด
- จุดเข้า: $22
- Stop-Loss: $21
- ความเสี่ยง: $1
- เป้าหมายในการทำกำไร:$27
- ผลตอบแทน: $5
- อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:5
