เงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 3.8% ในปีนี้ และ 3.4% ในปี 2027 ตามที่หัวหน้า IMF กล่าว
ตลาดลงทุนยังดูไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวได้ดีเพราะดูเหมือนว่ารัฐบาลจะยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาได้ซึ่งก็เป็นไปตามที่เราคาดว่าการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจะไม่สามารถช่วยเหลือตลาดลงทุนได้มากเท่าไหร่ แต่มีอย่างหนึ่งที่เราคาดการณ์ผิดไปนั่นก็คือเราไม่คิดว่าตลาดจะปรับตัวร่วงลงได้เร็วชนิดที่ว่าลงหลังการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเลยทีเดียว
กราฟดัชนี S&P 500 รายวัน
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่นอนเช่นนี้นักลงทุนต่างหาทางรอดซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเลือกลงทุนกับสินทรัพย์สำรอง แน่นอนว่าทองคำนอนมาเป็นอันดับหนึ่งแต่<>บิทคอยน์<>เองก็เป็นที่ถูกพูดถึงเช่นกันว่าในยามวิกฤติเช่นนี้บิทคอยน์สมควรเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยสำหรับนักลงทุนหรือไม่
ตามหลักการณ์บิทคอยน์ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นราชาแห่งสกุลเงินดิจิทัลสมควรที่จะต้องได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีสำหรับการหลบภัยอยู่บ้างไม่ว่านักลงทุนจะมองบิทคอยน์ในฐานะทองคำดิจิทัลหรือสกุลเงินแห่งอนาคต แต่เมื่อดูกราฟบิทคอยน์ในปัจจุบันคำถามที่เกิดขึ้นมาก็คือ “ทำไมในยามวิกฤติเหรียญบิทคอยน์ถึงยังปรับตัวลดลง?”
คำตอบเป็นไปได้หลายอย่าง...อาจเป็นเพราะบิทคอยน์ยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควรแม้ว่าบิทคอยน์จะถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนานกว่า 11 ปีแล้วหรืออาจเป็นเพราะสินทรัพย์ดอลลาร์อื่นๆ เริ่มฟื้นตัวจากการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด แต่เมื่อพิจารณาจากการวิ่งของราคาจะพบว่าแนวต้านที่มีมาตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2018 ยังคงเป็นสาเหตุที่ทำให้ขาขึ้นครั้งนี้อาจเป็นเพียงสัญญาณชั่วคราว
กราฟบิทคอยน์รายวัน
หลังจากที่กราฟบิทคอยน์ร่วงลงมา 15.6% ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 4 วันกราฟบิทคอยน์ก็วิ่งอยู่ในกรอบราคามาเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์ซึ่งรูปแบบการวิ่งแบบนี้หมายถึงการตั้งรับของแนวโน้มขาลง ก่อนหน้านี้ตลาดฝั่งขาลงพึ่งจะอิ่มกับผลกำไรที่ได้มาก่อนที่จะตัดสินใจออกจากตลาดเมื่อเห็นว่ากราฟจะต้องเจอกับเส้นเทรนไลน์ขาขึ้นระยะยาว
รูปแบบการไปต่อของขาลงเกิดขึ้นเหนือเส้นเทรนไลน์ที่ลากมาตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมเหมือนกับนักกีฬาที่ต้องผ่อนความเร็วลงมาบ้างเพื่อการวิ่งไปต่อในระยะยาว หลักฐานสำคัญที่ทำให้เราเชื่อกราฟมีโอกาสลงต่อก็คือการผันผวนของราคาที่บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200DMA และการตัดกันระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยที่เกิดขึ้นหลังจากการปรับตัวขึ้น 58% ในช่วงระหว่างการเดือนธันวาคมและกลางเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างห่างกันเกินไป
หากว่ากราฟสามารถทะลุเทรนไลน์ขาขึ้นระยะยาวลงมาได้จริงราคาบิทคอยน์ขาลงมีโอกาสลงไปได้ง่ายกว่าขึ้นเพราะว่าต้องทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเพียงเส้นเดียว แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เส้นค่าเฉลี่ยของ MACD ตัดขึ้นและ RSI สามารถทะลุเทรนไลน์ขึ้นมาได้ ให้ระวังการปรับตัวขึ้นสูงกว่า $9000
กลยุทธ์การเทรด
เทรดเดอร์ที่ไม่ชอบความเสี่ยง จะรอจนกว่ากราฟจะทะลุลงและต้องตามด้วยการวิ่งกลับขึ้นมาทดสอบเส้นเทรนไลน์ที่พึ่งทะลุลงมาก่อนที่จะวางคำสั่งขาย
เทรดเดอร์ที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง จะรอให้กราฟทะลุเทรนไลน์ลงมาก่อนเช่นกันและจะวางคำสั่งขายให้อยู่ใกล้กับแนวต้านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อที่จะได้วาง stop-loss ให้แคบลง
เทรดเดอร์ที่รับความเสี่ยงได้สูง จะวางคำสั่งขายเลยตอนนี้โดยเชื่อว่ากราฟพร้อมแล้วที่จะปรับตัวลงต่อจากจุดสูงสุดที่ $10,500
ตัวอย่างการเทรด
จุดเข้า: $8,900
Stop-Loss: $9,000 (แนวต้านจิตวิทยา)
ความเสี่ยง: $100
เป้าหมายในการทำกำไร:$8,000
ผลตอบแทน: $900
อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:9
