ทองคำสามารถพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ได้หรือไม่
บทความนี้นำเสนอโดยนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและภาพรวมตลาดของ FBS ประจำประเทศไทย
น้ำมันจะดีดตัวขึ้นได้หรือไม่และอะไรจะส่งผลในตอนนี้
สังเกตได้ว่าทิศทางของราคาน้ำมันมีการปรับตัวร่วงลงตั้งแต่ ต้นเดือนมกราคม 2020 โดยเฉพาะในฝั่งของ WTI ที่มีการปรับตัวจากระดับสูงสุด จาก 65.43 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลลงสู่ในระดับต่ำสุดจนถึง 43.41 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลลงมาถึง -33.28% ในช่วงเวลาเพียง 52 วัน และ Brent มีการปรับตัวในระดับ 71.12 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลร่วงลงสู่ในระดับ 49.83 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลซึ่งติดลบไปทั้งสิ้น -30.09% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ปัจจัยหนุนที่สำคัญอย่างมากก็คือปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับไวรัสโคโรน่าที่กดดันให้ทิศทางของราคาน้ำมันมีการปรับตัวร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นรวมทั้งตลาดหุ้นฟิวเจอร์ที่มีการปรับตัวร่วงลงอย่างเห็นได้ชัด
โดยนักลงทุนและนักลงทุนตลาดเงินต่างให้ความกังวลเกี่ยวเนื่องกับทิศทางของราคาน้ำมันที่อาจจะมีการปรับตัวร่วงลงเพราะในส่วนของไวรัสโคโรน่ากดดันให้สายการบินเริ่มมีการลดการสายการบินและงดกิจกรรมการเที่ยวบินในเรื่องเริ่มต้นจึงส่งผลทำให้ความกังวลในการทำธุรกิจเริ่มมีความกังวลมากขึ้น
ประกอบกับในส่วนของ การปิดกั้นชาวจีนที่มีกำลังซื้ออย่างมาก ห้ามเดินทางออกนอกประเทศและงดเที่ยวบินการเดินทางเข้าสู่เมืองที่สำคัญที่เกิด การติดเชื้ออย่างต่อเนื่องไม่มีกำหนดและดูเหมือนว่าในตอนนี้ ยังจะขยายการเดินทางเข้าสู่ประเทศจีนทั้งจีนแผ่นดินใหญ่และเมืองเซี่ยงไฮ้
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้ทิศทางของราคาน้ำมันมีการปรับตัวร่วงลงก็คือในการปิดตัวของโรงงานในบางโรงงานยังไม่มีกำหนดถึงแม้ว่าในช่วงนี้อาจจะมีการเปิดตัวในบางโรงงานของจีนก็อาจจะยังไม่ส่งผลทำให้มีการขยับแต่อย่างใดในระยะสั้นซึ่งต้องติดตามว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะมีการขยับและมีการดีดตัวขึ้นของทิศทางของราคาน้ำมันหรือไม่
โดยที่ต้องติดตามว่าในฝั่งของมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของจีนรวมทั้งมาตรการผ่อนคลายทางการเงินพร้อมที่จะมีการอัดฉีดสภาพคล่องของในแต่ละประเทศจะมีการใช้มาตรการอย่างไรจะกระตุ้นให้ทิศทางของราคาน้ำมันให้มีการขยับตัวสูงขึ้นได้หรือไม่
และในส่วนที่สำคัญอย่างมากก็คือการประชุมของโอเปคในวันที่ 5 ถึง 6 มีนาคมนี้ เนื่องจากว่าเป็นการประชุมที่เกี่ยวเนื่องกับการเตรียมรับมือกับในส่วนของไวรัสโคโรน่าซึ่งดูเหมือนว่ามีการส่งสัญญาณในการพร้อมที่จะมีการปรับลดอัตราการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นของทั้งโอเปคและโอเปคพลัด ซึ่งถ้าเกิดมีการปรับลดอัตราการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นต้องติดตามว่าจะส่งผลให้ทิศทางของราคาน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นหรือไม่
โดยกรอบแนวต้านที่สำคัญของ WTI จะอยู่ที่ 50.17 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลและแนวรับที่สำคัญ จะอยู่ที่ 43.99 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลและ Brent แนวต้านสำคัญจะอยู่ที่ 56.72 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลและแนวรับสำคัญจะอยู่ที่ 49.58 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล
ควรติดตามการประชุมของโอเปคอย่างต่อเนื่องเนื่องจากว่าสามารถลดกำลังการผลิตเพื่อจะกดดันทิศทางของราคาน้ำมันให้มีการปรับตัวสูงขึ้นแต่ในส่วนของทิศทางราคาน้ำมันจะสูงขึ้นได้มากน้อยแค่ไหนควรติดตามอย่างใกล้ชิด
