ทองคำสามารถพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ได้หรือไม่
บทความนี้นำเสนอโดยนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและภาพรวมตลาดของ FBS ประจำประเทศไทย
ทิศทางทองคำจะเป็นอย่างไรหลังจากที่มีเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง
หลังจากที่เกิดเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นทั้งในส่วนของความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีความตึงเครียดอย่างมากทั้งการสังหารผู้นำประเทศอิหร่าน ซึ่งจะมีการพร้อมที่จะตอบโต้ก่อให้เกิดความผันผวนกับทิศทางของตลาดทุกตลาดรวมทั้งทิศทางทองคำอย่างไรก็ตามในการผันผวนในครั้งนี้มาติดตามกันว่าในทิศทางทองคำจะมีความผันผวนมากน้อยแค่ไหนอย่างไร
หลังจากที่มีการโจมตีผู้นำอิหร่านและมีผู้เสียชีวิตเป็นผู้นำอิหร่านที่มีความสำคัญอย่างมากก่อให้เกิดมีความผันผวนของทิศทางทั้งตลาดหุ้นฟิวเจอร์รวมทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและทิศทางของทองคำโดยทุกปัจจัยหนุนทำให้ทิศทางทองคำขยับขึ้นทันที 8 ดอลล่าร์ต่อออนซ์
หลังจากที่มีการขยับขึ้นทองคำยืนเหนืออยู่ 1538 ดอลล่าร์ต่อออนซ์ และมีการขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างชุดไม่อยู่ซึ่งปัจจัยหนุนยังคงเป็นการตอบโต้กันไปมาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านและสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการตอบโต้ทางการทหารหรือการตอบโต้ทางทวิตเตอร์โดยที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีการขู่ว่าถ้ามีการตอบโต้จากอิหร่านใดใดก็ตามสหรัฐจะมีการตอบโต้กลับทันทีไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น ทองคำจึงส่งผลทำให้มีการขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 1538 ขยับขึ้นไป 10 ดอลล่าร์ต่อออนซ์ไปที่ 1548 ดอลล่าร์ต่อออนซ์ โดยเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ตั้งแต่วันพฤหัสไปจนถึงวันศุกร์ที่มีการขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้นเป็นการปิดตลาดในช่วงวันเสาร์วันอาทิตย์แต่ในการปิดตลาดทั้งวันเสาร์วันอาทิตย์ก็มีการปะทะกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นทั้ง Twitter หรือแม้กระทั่งการประทะกันในสมรภูมิตะวันออกกลางโดยที่มีการซุ่มโจมตีฐานของ สหรัฐในประเทศเคนย่า หรือแม่กระทั่งตำรวจไม่ต่ำกว่าสามลูกตกลงในเขตกรีนโซนในประเทศอิรักใกล้กับสถานทูตสหรัฐอเมริกา
จากเหตุการณ์เหล่านี้ที่เกิดขึ้นในวันเสาร์และวันอาทิตย์ส่งผลทำให้การเปิดตลาดของทองคำและตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมทั้งสินทรัพย์ปลอดภัยในวันจันทร์นี้ที่ผ่านมามีการกระโดดหลายสินทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นทั้งสกุลเงินเยนที่มีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นสกุลเงินฟรังก์สวิสที่มีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นประกอบกับ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุ 10 ปีมีการปรับตัวร่วงลงอย่างรุนแรงส่งผลทำให้กดดันทิศทางทองคำให้มีการขยับขึ้นอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน
ซึ่งในทิศทางทองคำมีการขยับขึ้นอย่างรุนแรงถึง 2.40% จากในระดับ 1552 ขึ้นไปถึง 1589 ดอลล่าร์ต่อออนซ์ และยอดตัวลงมายืนเหนือ 1569 ดอลล่าร์ต่อออนซ์ และยังมีท่าทีขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งในตอนนี้อยู่ในระดับ 1576 ดอลล่าร์ต่อออนซ์ซึ่งแน่นอนว่าปัจจัยหนุนนี้ยังคงหนุนนำทำให้ทิศทางทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมีการขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ตามต้องคอยติดตามปัจจัยหนุนนี้อย่างต่อเนื่อง
โดยถ้าเกิดว่าถ้ามีแนวต้านถัดไปของทองคำจะอยู่ที่ 1585 ดอลล่าร์ต่อออนซ์ เป็นแนวต้านที่หนึ่งแนวต้านที่สองก็คือ 1591 ดอลล่าร์ต่อออนซ์
แต่ก็ยังไม่มีปัจจัยนี้เพียงปัจจัยเดียวที่จะทำให้ทองมีความผันผวนอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามก็คือการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนซึ่งมีการกำหนดในวันเดินทางเพื่อที่จะมาลงนามสัญญาเฟสที่หนึ่ง ในวันที่ 13 ถึง 15 มกราคม 2020 แต่ยังมีหลายกระแสว่าอาจจะมีการเลื่อนการเจรจาสงครามในการค้าในครั้งนี้ออกไปซึ่งอาจจะส่งผลทำให้ทิศทางทองคำมีการขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้
