เงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 3.8% ในปีนี้ และ 3.4% ในปี 2027 ตามที่หัวหน้า IMF กล่าว
-
ตลาดพยายามเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนของกลยุทธ์การค้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อจีน
-
สถาบัน Yale ได้กล่าวว่าข้อตกลงการค้าระยะแรกนั้นมีข้อผิดพลาดและมีช่องโหว่
-
นักยุทธศาสตร์เตือนว่านักลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงการลงทุนจากการเติบโตสู่มูลค่า
-
Bitcoin ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหกเดือน
หากนักลทุนยังคงเชื่อมั่นในการเจรจาข้อตกลงทางการค้าเชิงการเมืองที่ยังมีความคลุมเครือหรือซับซ้อนอยู่นั้น ยกตัวอย่างเช่น คำสัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ทำให้ราคาหุ้นมีแนวโน้มที่จะขยับขึ้นในสัปดาห์นี้ ดัชนีหลักทั้ง 4 S&P 500, ดาวโจนส์, NASDAQ และ Russell 2000 ต่างก็จะปิดทำการในสัปดาห์นี้เนื่องจากเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า
เช่นเดียวกับข้อเสนอแนะล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ว่าเขาอาจยับยั้งการออกกฎหมายผ่านสภาคองเกรสในเรื่องการสนับสนุนผู้ประท้วงในฮ่องกง ซึ่งคำกล่าวนี้ส่งผลดีต่อสถานการณ์ข้อตกลงทางการค้า โดยข้อมูลนี้ได้มีการตอกย้ำโดยการรายงานของ South China Morning Post ที่กล่าวว่า วอชิงตันมีท่าทีที่จะเลื่อนการเก็บภาษีออกไปในเดือนธันวาคม หากว่าไม่มีการลงนามในข้อตกลงการค้าในช่วงเวลาดังกล่าว
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์เชิงสัญญาว่าข้อตกลงนั้น “ใกล้” เสร็จสิ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ตลาดได้ข่าวเชิงบวกนี้มาเป็นเวลานาน โดยมีข้อสังเกตว่าจีนนั้นอยากลงนามในข้อตกลงนี้มากกว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการที่จะให้มันเกิดขึ้น มากไปกว่านั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ยังอวดว่าเขาได้ช่วยเหลือฮ่องกงโดยการส่งคำเตือนด้านการค้าไปยังปักกิ่งนั่นเอง
แล้วถ้อยคำของทรมป์จะมีผลต่อการตัดสินใจของจีนหรือไม่ แล้วทางการจีนจะยกเลิกคำเชิญไปยังตัวแทนสหรัฐ นาย Robert Lighthizer เพื่อเดินทางมายังกรุงปักกิ่งเพื่อเจรจาเพิ่มเติมในปลายเดือนนี้หรือไม่ หากทรัมป์ตัดสินใจที่จะลงนามในข้อตกลงที่จะสนับสนุนผู้ประท้วงในฮ่องกง
แม้ว่าเราจะไม่มีคำตอบ แต่เราคอยย้ำเสมอว่า แม้จะมีการลงนามในข้อตกลงระยะแรก นั่นไม่ได้หมายความว่า ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์จะมีการลงนามตามในช่วงเวลาใกล้กัน ประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งสองประเทศ ทั้งเป็นคู่ค้าและคู่แข่งทางการค้ากันนั้นต่างก็ดูเหมือนจะไม่อยากที่จะแก้ปัญหาของข้อตกลงนี้ตั้งแต่ต้น
เพื่อสนับสนุนต่อข้อสันนิษฐานนั้น นายStephen Roach แห่ง สถาบันแจ็คสันของมหาวิทยาลัยเยลกล่าวว่า ข้อตกลง “ระยะแรก” นั้น เป็นเรื่อง “หลอกลวง” “มีข้อผิดพลาด” และ “ไร้สาระ”
ดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวลงในสัปดาห์แรก
แม้ว่าดัชนีทั้งหลายของสหรัฐฯ ได้ปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ แต่เป็นสัปดาห์แรกที่ดัชนีปรับลดลงหลังจากที่เป็นตลาดขาขึ้นอยู่หลายสัปดาห์
ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (+0.22%) ภาคการเงิน ทำได้ดีปิดบวกที่ (+0.74%) อาจจะเป็นเพราะว่าพันธบัตรรัฐบาลได้รีบาวด์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาและมีแรงหนุนจากเมื่อวันศุกร์ ผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความอ่อนไหวด้านการค้าเป็นหนึ่งในผู้นำของวันศุกร์ผลักดันให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการตัดสินใจสูงขึ้น (+ 0.69%) ตามมาด้วยภาคอุตสาหกรรมต่างๆ (+0.52%) หุ้นของภาคเทคโนโลยี ซึ่งโดยปกติสัมพันธ์กับแนวโน้มการซื้อขาย ปรับลดลง (-0.13%) เห็นได้ชัดว่านักลงทุนต่างก็หลีกเลี่ยงภาคอุตสาหกรรมต่างๆ แต่หันมาถือหุ้นที่ให้มูลค่าเช่น ธนาคารต่างๆ ที่ให้ผลตอบแทนเป็นเงินสดในจำนวนที่มากกว่า และยังเป็นที่น่าต้อนรับเมื่อนักลงทุนเปลี่ยนจากลงทุนในความเติบโตเป็นมูลค่า
หลังจากที่มีกำไร 6 สัปดาห์ติดต่อกัน ปรับตัวขึ้นทั้งหมด 5.71% หุ้น SPX ปรับลดลง 0.33% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาควัสดุสินค้าปิดลบที่ (-1.71%) แสดงให้เห็นว่าในระยะยาวนั้นตลาดยังมีข้อกังขาในเรื่องของข้อตกลงทางการค้า ราคาทะลุมากกว่า 2.00% สูงกว่ายอดสูงสุดตั้งแต่มีการขยายตัวในเดือนม.ค 2016 สร้างความพอใจในระดับปานกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงกับดักของตลาดขาขึ้น
อัตราผลตอบแทนพันธบัตร Treasury 10 ปี ของสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมายังคงลุ่มๆ ดอนๆ ที่เน็กซัส (Nexus) ของการเพิ่มขึ้นในระยะสั้นตั้งแต่เดือนท้ายเดือนก.ย. และเส้นระยะยาวที่มีแนวโน้มปรับลงจากจุดสูงสุดตั้งแต่เดือน พ.ย. 2018 โดยทางเทคนิคแล้วเส้นค่าเฉลี่ย 50 WMA ณ ปัจจุบันนี้ตัดอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 200 WMA ทำให้เกิดจุดตัดขาลงระยะยาว (Death cross)
พันธบัตรได้ติดกับดักในระดับนี้มาตั้งแต่ต้นเดือนก.ย. เนื่องจากตลาดรอทางออกของปัญหาการค้าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในเวลาเดียวกันรูปแบบแนวโน้มขาลงระยะยาวน่าจะเป็นรูปแบบของการค่อยๆ โค้งตัวลง (Beak)
ในขณะเดียวกัน ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นต้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแม้กระทั่งเงินดอลลาร์สหรัฐเองก็แข็งค่าขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
สิ่งที่ไม่ชัดเจนกว่านั้นคือเส้นทางของทอง ในช่วงกลางกราฟมีแนวโน้มชี้ลง แต่อาจจะมีการพัฒนาเป็นขาขึ้นตั้งแต่จุดต่ำสุดในกลางเดือนสิงหาคม 2018
Bitcoinร่วงลง ต่ำสุดในรอบ 6 เดือนหลังจากที่จีนประกาศการปราบปรามการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล โดยทางเทคนิค ความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานนั้นต่ำลงหลังจากที่มีตกปรับลงเป็นรูปสามเหลี่ยม อย่างไรก็ตามเราไม่แนะนำให้ใช้สกุลเงินดิจิทัลที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในตอนนี้ เนื่องจากการรีบาวด์ที่แตะจุดต่ำสุดแล้ว
วาทะกรรมที่เป็นบวกเกี่ยวกับข้อตกลงนั้นไม่ได้ทำให้ราคาน้ำมันไต่ระดับขึ้น แม้ว่าองค์การข้อมูลด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ได้ประกาศรายงานตัวเลขน้ำมันคงคลังและความคาดหวังว่าโอเปกและพันธมิตรจะขยายตัวเลขการจัดเก็บน้ำมันก็ตาม
ราคาเมื่อวันศุกร์ปรับลดลงครึ่งหนึ่งของกำไรในวันพฤหัสบดีที่ทำรายได้สูงสุดตั้งแต่วันที่ 23 เดือน ก.ย บางทีอาจจะมีอุปสงค์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ราคาน้ำมันแตะจุดสูงสุดในช่วงเดือนต.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามพบว่าราคาได้สนับสนุนเหนือเส้น 200 DMA
