เงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 3.8% ในปีนี้ และ 3.4% ในปี 2027 ตามที่หัวหน้า IMF กล่าว
-
ดัชนีที่พุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์เป็นผลมาจากวาทกรรมการค้าจากทางสหรัฐฯ แต่รายงานที่ออกมาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ขัดแย้งกันอาจกดดันหุ้นให้ปรับตัวลดลง
-
ดัชนีความผันผวน (VIX) ลดลงแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 2018
-
ค่าเงินดอลลาร์ปรับลดลงพร้อมกับสินทรัพย์ปลอดภัย และความกังวลของนักลงทุนที่อาจจะกลับมาในวันจันทร์
ยังคงเป็นที่ไม่ชัดเจนว่านักลงทุนจะกล้ากลับมาเพิ่มความเสี่ยงอีกครั้งหลังจากที่ปิดตลาดด้วยระดับสูงที่สุดเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Dow, S&P 500 และ NASDAQ ได้ทำสถิติใหม่ในสัปดาห์ด้วยการปิดการซื้อขายที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ตามทางออกของการค้ายังคงไม่ชัดเจน มีรายงานออกมาจากทางฝั่งจีนเมื่อวันเสาร์ว่า การพูดคุยนั้นเป็นไปในเชิง “สร้างสรรค์” ซึ่งผ่านการเจรจาจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทางสหรัฐฯ ทำให้ความผันผวนในตลาดมีแนวโน้มสูงขึ้น แม้ว่าจะมีข่าวจากทางฝั่ง White House ออกมาว่าจะมีการลงนามในเร็วๆนี้ แต่ข่าวในช่วงสุดสัปดาห์กลับไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน
แม้จะว่าทางจีนจะออกมายืนยันว่าการพูดคุยนั้นยกระดับขึ้นแต่ยังไม่มีสัญญาณออกมาจากทั้งสองประเทศว่าได้ “พูดคุยไปในแนวทางเดียวกัน” และล่าสุดข่าวที่ออกมาจะเป็นแง่บวก แต่นักลงทุนสังเกตว่าคำพูดที่ออกมาในเชิงบวกนั้นไม่เคยนำไปสู่ข้อสรุปที่สำคัญๆ ได้เลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
ตราสารทุนปรับระดับขึ้นในขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยร่วง
ตราสารทุนสหรัฐฯ ปรับขึ้นสูงปิดตลาดซื้อขายประจำสัปดาห์ ในทางกลับกัน ค่าเงินดอลลาร์และสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาล ทองและค่าเงินเยน
ข้อมูลเศรษฐกิจโลกยังคงผสมผสานกันไป ในขณะที่ยอดค้าปลีกเดือนตุลาคมและการผลิตภาคอุตสาหกรรมในประเทศจีนที่หดตัวลง GDPของทางฝั่งยุโรปกลับแข็งแกร่งเกินคาด รวมไปถึง PMI ของการผลิตดูเหมือนจะดีขึ้นไปอีกสามเดือน แม้ว่าจะอยู่ในระดับต่ำก็ตาม ซึ่งเราเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะสนับสนุนให้หุ้นได้กำไรบ้าง แต่เราไม่คาดว่าความผันผวนในระดับต่ำจะอยู่นาน
ดัชนีความผันผวน (VIX) ได้แตะจุดต่ำสุดตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. ซึ่งทำให้นักลงทุนเป็นกังวล
ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.77% เมื่อวันศุกร์ ซึ่งหุ้นกลุ่มรักษาสุขภาพ (Health Care) เปนตัวนำ (+2.13%) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ได้พูดคุยเกี่ยวกับความโปร่งใส ในแผนการรักษาพยาบาลใหม่ ที่เขาต้องการนำไปใช้บังคับให้โรงพยาบาลเปิดเผยส่วนลดที่พวกเขาได้รับจาก บริษัท ประกัน หุ้นของบริษัทประกันภัยอย่างเช่น บริษัท UnitedHealth Group (NYSE:UNH) บริษัท Humana (NYSE:HUM) บริษัท Anthem (NYSE:ANTM) และบริษัท Cigna (NYSE:CI) แม้จะปิดเซสชั่นสูงแต่ก็ยังมีความท้าทายจากสภาคองเกรส มีเพียงภาค วัสดุ ที่อ่อนไหวต่อการค้าที่ติดลบ (-0.08%)
SPX เพิ่มขึ้น 0.89% โดยภาคดูแลสุขภาพยังคงเป็นผู้นำ (+2.45%) ภาคพลังงานทำได้ไม่ค่อยดีนัก (-1.01%) แม้ว่าการซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าจะเป็นความหวังก็ตาม เช่นเดียวกับภาคการเงิน ที่ติดลบเช่นกัน (-0.3%)
ดัชนี NASDAQ (+0.73%) ปิดตลาดสูงเป็นประวัติการณ์ และ ดัชนีดาวโจนส์ (+0.8%) ซึ่งทะลุผ่านแนว 28,000 เป็นครั้งแรก
เว้นแต่ดัชนี Russell 2000 ที่ปิดตัวต่ำเล็กน้อยแต่ก็สูงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว (+0.47%) ซึ่งไม่ได้ทำสถิติใหม่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม
โดยทางเทคนิคแล้วแท่งกราฟขนาดเล็ก อาจจะก่อตัวเป็นตลาดขาขึ้นหรือปรับลดลงก็ได้
การซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตร 10- ปี ของรัฐบาลปรับขึ้นในตลาดปิดเมื่อวันศุกร์
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯตกลงเมื่อวันศุกร์
ค่าเงินเยนอ่อนลงในวันศุกร์และในสัปดาห์นี้ เนื่องจากมีเส้นแนวต้านของเดือนสิงหาคมอยู่ใกล้ขาลงตั้งแต่จุดสูงสุดในเดือนตุลาคม 2018
ทองคำร่วงลงเป็นครั้งแรกในรอบที่สี่เมื่อกลับมาจากจุดต่ำสุด
น้ำมันดิบปรับระดับขึ้นเมื่อวันศุกร์ ปิดสัปดาห์ด้วยจุดสูงสุดเป็นวันที่สองติดกัน หลังจากที่นาย Larry Kudlow ที่ปรึกษาของทางทำเนียบขาวได้ให้ความเห็นเมื่อวันพฤหัสบดีต่อข้อตกลงทางการค้าบางส่วนจะได้รับการลงนาม
